ข่าว

อย่า(เพิ่ง)กลัวเวียดนาม

อย่า(เพิ่ง)กลัวเวียดนาม

08 ก.ย. 2553

ในระยะนี้มีเสียงพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่า ประเทศไทยถูกเวียดนามแซงหน้าไปแล้วในเรื่องเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน หรืออีกไม่นานเราคงจะล้าหลังกว่าเวียดนาม ซึ่งคำพูดทำนองนี้ได้ก่อให้เกิดโรค “กลัวเวียดนาม” ขึ้นมาในจิตใจของคนไทยจำนวนไม่น้อย

ทั้งๆ ที่หลายคนก็คงจะหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกเช่นนั้นกับเวียดนาม แต่ไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้กับสิงคโปร์หรือมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นเดียวกัน ถ้าจะให้เดาอย่างเล่น ๆ ก็คือ คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้จักประเทศเวียดนาม และวาดภาพเวียดนามไปต่างๆ โดยเฉพาะหลายคนยังคิดว่าเวียดนามเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ หรือติดหูติดตาภาพต่างๆ จากหนังสงครามเวียดนามที่สร้างโดยฮอลลีวู้ด ทั้งๆ ที่สงครามยุติมานานถึง 35 ปีแล้ว และเวียดนามก็เปิดประเทศรับความเจริญจากภายนอกมาแล้วกว่า 20 ปี แถมยังมีเสรีภาพในบางเรื่องมากกว่าประเทศเสรีประชาธิปไตยบางประเทศด้วยซ้ำไป

 บางคนอาจคิดว่าเวียดนามเป็นประเทศคู่แข่งทางการค้าของไทย โดยเฉพาะในเรื่องข้าวและสินค้าการเกษตร ซึ่งถึงแม้เวียดนามจะมีพื้นที่ประเทศและพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าประเทศไทย แต่ในปีนี้เวียดนามก็สามารถส่งข้าวออกได้ประมาณ 6.5-7 ล้านตัน ขณะที่ไทยคาดว่าจะส่งออกประมาณ 8-8.5 ล้านตัน ซึ่งลดลงกว่าปีที่แล้ว แต่ตลาดข้าวของเวียดนามจะมุ่งไปในเรื่องราคามากกว่าคุณภาพ ในขณะที่ข้าวไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพและมีลูกค้าในระดับที่สูงกว่าข้าวเวียดนาม ดังนั้น ปริมาณการส่งออกจึงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในเรื่องข้าวของไทยและเวียดนาม

 ที่น่าสังเกตคือในซูเปอร์มาร์เก็ตของเวียดนามเองก็ยังมีข้าวหอมของไทยวางจำหน่าย ซึ่งแสดงว่าคนเวียดนามที่มีฐานะดีก็นิยมบริโภคข้าวไทย

 ขณะที่คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นกับสินค้าที่ผลิตในเวียดนาม แต่คนเวียดนามค่อนข้างจะปลื้มสินค้าไทยอยู่มาก และสินค้าไทยตัวแรกที่เจาะใจคนเวียดนามสำเร็จก็คือมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า รุ่นดรีม สีเปลือกมังคุด ซึ่งส่งผ่านลาวเข้าไปในเวียดนาม ในยุคนั้นถือกันว่าใครขี่มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้อยู่ในขั้นที่ไม่ธรรมดาทีเดียว และทุกวันนี้คนเวียดนามก็ให้ความนิยมสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในไทย ด้วยเหตุผลที่คุณภาพดีกว่าของจีน แต่ราคาถูกกว่าของญี่ปุ่นหรือยุโรป  และคนเวียดนามก็ชอบมาเที่ยวเมืองไทย เพราะใช้เวลาบินเพียงไม่ถึงชั่วโมงและค่าตั๋วเครื่องบินก็พอๆ กับการเดินทางในประเทศ แต่มาเมืองไทย นอกจากจะได้กินอาหารอร่อย และเที่ยวเตร่อย่างสนุกสนานแล้ว ขากลับยังซื้อสินค้าไทยที่มีราคาถูกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

 คนเวียดนามมักจะชอบคนไทย หลายคนอธิบายว่าเพราะคนไทยมีอัธยาศัยดี และเป็นมิตร

 บางคนก็ชอบการบริการของคนไทย ซึ่งผิดจากในเวียดนามที่เป็นประเภท “ตามใจผู้ขาย ไม่เอาใจผู้ซื้อ” และคนเวียดนามจำนวนมากสนใจติดตามข่าวคราวของประเทศไทย ซึ่งบางคนสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเราได้อย่างน่าสนใจ และ “ซิโก้”  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ยังคงเป็นขวัญใจของแฟนฟุตบอลเวียดนามอย่างเหนียวแน่น

 คนไทยอาจคิดว่าเวียดนามเป็นคู่แข่ง แต่คนเวียดนามหลายคนที่ผมพูดคุยด้วย บอกว่าเวียดนามไม่เคยคิดจะแข่งขันกับไทย แต่ถือเอาไทยกับจีนเป็นตัวอย่างในการพัฒนาประเทศ เวียดนามยังขาดประสบการณ์หลายอย่าง และต้องเรียนรู้จากไทยอีกมาก สิ่งที่เวียดนามต้องการก็คือการก้าวเดินไปด้วยกันกับไทย

 ที่เล่ามานี้ก็อยากให้คนไทยในวันนี้คลายความ “กลัวเวียดนาม” เพราะความกลัวโดยทั่วไปแล้ว ทำให้เราขลาดเขลา ทำให้เราก้าวร้าว และในที่สุดก็ทำให้เราดูถูกตัวเอง ดังนั้นวิธีที่จะแก้ความกลัวได้ดีที่สุด ก็คือการทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรากลัวครับ