ข่าว

รับสั่งตุลาการทหารรักษาสุจริต-ยุติธรรม

รับสั่งตุลาการทหารรักษาสุจริต-ยุติธรรม

08 ก.ย. 2553

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุม ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กันยายน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำตุลาการศาลทหารสูงสุด ตุลาการศาลทหารกลาง และตุลากา

    เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในการนี้ได้มีพระบรมราโชวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม และซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาความเรียบร้อยของประเทศ ทรงเน้นย้ำให้ทหารตระหนักถึงภาระหน้าที่สำคัญ ในการดูแลรักษาความสงบอย่างเคร่งครัด และเป็นไปอย่างยุติธรรม

 “ความซื่อสัตย์สุจริตของนายทหารที่เป็นนายทหารฝ่ายพระธรรมนูญ มาปฏิบัติตน ปฏิบัติในด้านความซื่อสัตย์สุจริตของทหารที่ปฏิบัติงานในด้านธรรมนูญ นายทหารซึ่งสำคัญมาก เพราะว่าถ้ามีนายทหารฝ่ายที่จะรักษาความซื่อสัตย์สุจริตในทางธรรมนูญ เพื่อที่จะปฏิบัติงานให้มีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะว่าทหารต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตทั้งปฏิบัติในด้านความยุติธรรมทุกเมื่อเขาว่าทหารต้องมีความตรงไปตรงมาทุกด้าน เพื่อที่จะรักษาความยุติธรรม และประเทศในด้านความสุจริตของทหาร เพราะว่านายทหารมีหน้าที่สำคัญในการรักษาความเรียบร้อยของประเทศ ทหารจะต้องรักษาอย่างเคร่งครัด ทุกสิ่งทุกอย่างในด้านความยุติธรรม ถ้าได้ทำแล้วเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเรียบร้อย”  ตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท

 รับสั่งว่า คนก็ต้องรักษาความยุติธรรม โดยเฉพาะทหาร คนบอกว่า ถ้าทหารมีความยุติธรรมแล้วมีความตั้งใจที่รักษาความยุติธรรมในประเทศ ทุกสิ่งทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะว่าทหารมีความยุติธรรม ทหารมีอำนาจที่จะปฏิบัติที่เป็นความเรียบร้อยของประเทศ เชื่อว่า ถ้าทหารปฏิบัติเข้มแข็งอย่างที่ได้ปฏิญาณไว้ ก็เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะไปด้วยดี ขอให้ท่านมีกำลังใจ กำลังกายที่จะรักษาความยุติธรรมดังที่ท่านได้กล่าวไว้ เพื่อที่จะ ประเทศชาติได้สามารถที่จะผ่านพ้นอันตรายทุกอย่าง ขอให้ระลึกถึงคำปฏิญาณของท่านให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นไปถูกต้องทุกอย่าง ขอให้รักษาความเรียบร้อยของหน้าที่ของท่าน รักษาความเรียบร้อยในหน้าที่ของท่านทุกด้าน บ้านเมืองก็จะมีแต่เจริญก้าวหน้า

 ถึงแม้จะยังคงอยู่ในพระอาการประชวร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ไม่เคยละเลยในการให้คำเตือนสติแก่ผู้ที่จะต้องทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม หรือผู้พิพากษาศาลทหาร ซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีทั้งหลาย เฉพาะผู้ที่อยู่ในราชการทหาร เพราะสังคมมักตั้งคำถามถึงมาตรฐานในการทำงานของศาล หรือบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเสมอ จนมีการกล่าวคำถึง “ตุลาการภิวัฒน์” ซึ่งให้ผลในเชิงลบ ศาลจะยุติธรรมได้ ก็ต่อเมื่อเชื่อได้ว่าซื่อสัตย์ สุจริต ตามพระบรมราโชวาทเท่านั้น