ข่าว

"พัลลภ”รับลูก"ทักษิณ"จี้"สุรยุทธ์”ลาออก

"พัลลภ”รับลูก"ทักษิณ"จี้"สุรยุทธ์”ลาออก

28 มี.ค. 2552

"พัลลภ”รับลูก"ทักษิณ"จี้“สุรยุทธ์”ลาออก ปัดถูก“แม้ว”หลอกใช้ พร้อมจวก“จำลอง”หลอกใช้ไม่เคยเป็นเพื่อนตาย

(28มี.ค.) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. กล่าวว่า ที่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ปฏิเสธว่าไม่เคยร่วมประชุมกับตน แสดงว่า ท่านเคยไปประชุม เป็นความจริงที่ท่านไม่เคยชวนตนไปร่วมประชุม แต่คนที่เชิญตนไปประชุมคือเจ้าของบ้าน ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกัน 3-4 ครั้ง ก่อนรัฐประหาร โดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ เป็นหลักในการประชุม ซึ่งมีครั้งหนึ่งท่านพูดว่า การทำครั้งนี้ทำเพื่อประเทศชาติ ทุกคนต้องไม่หวังตำแหน่ง ลาภยศใด ๆ แต่จากนั้นท่านไปรับตำแหน่งนายกฯ ถือเป็นการเสียสัจจะ ซึ่งเรื่องทั้งหมดพ.ต.ท.ทักษิณ ทราบหมดแล้ว เพราะข่าวไม่ลับ ตามแผนของเราคือล้มการเลือกตั้ง หากแพ้การเลือกตั้งจะทำรัฐประหาร  ซึ่งเรื่องที่ตนพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริง และเพื่อสถาบันองคมนตรีที่ทรงเกียรติวันนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ต้องแสดงสปิริตลาออก ท่านต้องยอมเสียสละ อย่าใจแคบ
 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านออกมาพูดลักษณะนี้ กลัวหรือไม่ต่อกระทบที่จะตามมา พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงใคร มีเพียงพล.อ. สุรยุทธ์ ที่พูดพาดพิงตน หากถามว่า กลัวหรือไม่ วันนี้ตนอายุ 73 ปีแล้ว ตนควรจะตายตั้งแต่เป็นร.ต. หรือร.ท.และรับใช้ประเทศด้วยความเสียง เสียสละและจงรักภักดีต่อสถาบันตลอด ดังนั้นวันนี้อะไรเกิดก็ปล่อยให้เกิด ตนทำทุกอย่าง เพื่อประเทศชาติ  และวันนี้ต้องการให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนอยุ่อย่างสันติสุข

 ไม่ว่าตนเป็นอะไรไป ไม่เสียดายสำหรับการที่ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ท่านไม่ได้อยากพบตน แต่ตนขอพบเอง บางคนบอกว่าตนถูกพ.ต.ท. ทักษิณ หลอกใช้ ความจริงไม่ใช่ตนไปขอพบท่านเอง  จุดยืนของตนคือต้องการประนีประนอมสิ่งต่างๆ ให้เข้าใจกันได้

ถามว่า การที่ท่านออกมารับลูกพ.ต.ท.ทักษิณช่วงนี้เป็นการปลุกกระแสกลุ่มเสื้อแดง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ใช่ ตนพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ 25 มี.ค.แล้ว แต่เขาได้เลื่อนงานออกไป 

ส่วนการที่ออกมาพูดเรื่องนี้ทำให้เสี่ยงมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนพูดความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ซึ่งตนพูดถึงพล.อ.สุรยุทธ์ที่พาดพิงตนเพียงคนเดียว หากท่านไม่พูด ตนก็ไม่พูด  ไม่ใช่ทำเพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด ทั้งนี้คิดว่าสักวันหนึ่งพ.ต.ท. ทักษิณต้องกลับมา แต่ถ้าท่านไม่กลับพรรคท่านก็ยังมีเสียงข้างมากอยู่

ถามว่า การพูดถึงพล.อ.สุรยุทธ์ จะทำให้กระทบความสัมพันธ์กับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ต้องแยกตัวบุคคล หากเอาองค์กรมาเกี่ยวข้องแล้วจะลำบาก ส่วนตัวยังเคารพพล.อ.เปรม ตลอด และไม่ว่าเจอที่ไหนจะไปกราบท่านทุกครั้ง ซึ่งตนไม่มีอะไรกับท่าน แม้พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ไม่มีอะไรกับตน ท่านเป็นนักเรียนจปร.รุ่นน้อง ส่วนตัวตนไม่มีอะไร แต่ท่านไม่มองหน้าตน เพราะท่านอาจอายที่เสียสัจจะไปรับตำแหน่งนายกฯ

ต่อข้อถามที่ว่าอาจเป็นความจำเป็นที่พล.อ.สุรยุทธ์ ต้องรับตำแหน่งนายกฯ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สัจจะลูกผู้ชายในที่ประชุม เราต้องยึดตรงนี้

เมื่อถามว่า พล.อ. พัลลภ จะทำอย่างไรต่อไป พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ทำอะไร อยู่อย่างปกติ และตนไม่เคยไปยุ่งกับม็อบเสื้อแดงและตนจะพูดแค่นี้ ตนจะหยุดแล้ว

ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเปิดเผยชื่อศัตรูทางการเมืองจะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ถ้าต่างฝ่ายต่างทิฐิต้องรุนแรง ควรหันหน้าเข้ามาปรองดองเพื่อประเทศชาติ และความสุขประชาชนจะไม่มีอะไรรุนแรง ทั้งนี้หากเกิดอะไรขึ้นตนจะอยู่ข้างประเทศชาติและประชาชน

ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับพล.ต.จำลอง  ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะเขาโกรธตนที่ให้ตนไปขึ้นเวที แต่ตนไม่ไป และตนก็ไม่พอใจเขาที่ให้คนพันธมิตรมาด่าตนบยนเวที ดังนั้นคิดว่า ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า

สำหรับพล.ต. จำลอง ทุกคนมองว่าเป็นเพื่อนตายกับตน ความจริงฝ่ายที่ตายคือตนฝ่ายเดียว เขาไม่เคยตายเป็นเพื่อนตนหรอก หลายเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ตนตลอด และตนเคยคิดคุกเพราะเขา  และไม่เคยได้อะไรจากพล.ต.จำลองเลย  ทั้งนี้ตนเคยโดนหลอกใช้ตลอด รวมถึงการที่ตนร่วมปฏิวัติครั้งนี้ก็ไม่ได้อะไรเลย