
เพื่อไทยเชื่อข่าวพจมานเจรจาเป็นสัญญาณดี
พท.เชื่อข่าว พจมาน-คนในตระกูล เจรจาเป็นสัญญาณดี ชี้บุคคลิกประนีประนอม อาจเคลียร์ปมขัดแย้งจบ จตุพร อัดรัฐเลิกไล่ล่าก่อนหันหน้าปรองดองได้ ขู่ มาร์ค โดนตีตรวนคดีสลายชุมนุม
(7ก.ย.)นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเจรจาทางลับเพื่อปรองดองระหว่างรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยโดยมีข่าวว่าคุณหญิงพจมาน ณ ป้องเพชร อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนในตระกูลไปหารือกับผู้ที่มีอำนาจในฝ่ายรัฐบาลว่า ตนไม่ทราบว่าบุคคลที่ไปคุยจะมีชื่อคุณหญิงพจมาน และคนในชินวัตรหรือไม่
แต่ทราบเพียงว่ามีการเจรจาทางลับอยู่ ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ตั้งธงเรื่องกระแสความปรองดองอยู่แล้ว เพียงแต่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้มาจุดกระแสนี้อีกครั้งโดยได้ยื่นข้อเสนอ 5 ข้อในการปรองดอง เชื่อว่า นายปลอดประสพ ก็คงหารือกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายในพรรคที่มาก่อนและเห็นตรงกันจึงออกมาในรูปแบบของการแถลงข่าว ไม่เช่นนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงไม่เห็นด้วย ซึ่งล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณก็ออกมาระบุว่าสนับสนุนแนวทางนี้เช่นเดียวกับส.ส.ในพรรคสส่วนใหญ่
“มองว่าการปรองดองครั้งนี้ ถ้าเริ่มจากพรรคเพื่อไทยได้เป็นผู้เสนอ คือ ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาล รวมทั้งมีคนของเราไปคุยกับกับอีกฝ่ายอย่างเปิดใจ ยิ่งถ้าเป็นคุณหญิงพจมาน หรือคนในตระกูลไปคุยนอกรอบกับฝ่ายที่มีอำนาจ ก็น่าจะเป็นแนวโน้มที่ดี และครั้งนี้ก็น่าจบ เพราะคุณหญิงพจมานก็เป็นคนประณีประณอม แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล คือ ต้องเริ่มแก้ไปทีละเปราะ เช่นเรื่อง คดีต่างๆ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะมาถึงขณะนี้ผมก็เชื่อว่าทั้งรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็คงน่ามาถึงจุดที่มองเห็นเหมือนกัน” นายประชากล่าว
“จตุพร“อัดรัฐเลิกไล่ล่าก่อนหันหน้าปรองดอง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงที่พรรคเพื่อไทยว่า กรณีที่รัฐบาลบอกให้พรรคเพื่อไทยไปหารือภายในพรรคก่อนถึงเสนอการปรองดองนั้น ตนขอเสนอว่าให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เช่นกัน หรือให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ไปคุยกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ก่อนจะปรองดองได้หรือไม่จึงอยู่ที่รัฐบาล ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ความจริงเรื่องนี้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเป็นนักเลงตรงไปตรงมา นึกว่าอีกฝ่ายจะมีจิตใจนักเลงบ้างแต่กลับไม่ใช่
“การที่รัฐบาลเสนอว่า ให้คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย แยกออกจากกันก่อนจะคุยเรื่องปรองดองนั้น ก็อยากเสนอว่า ให้นายอภิสิทธิ์ แยกออกจากนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หรือ แยกออกจากนายสุเทพด้วย ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย มีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยเหมือนกัน แยกกันไม่ขาด เว้นแต่วันใดที่พรรคเพื่อไทยละเลยเรื่องคนตาย คนเสื้อแดงก็ไม่พร้อมไปกับพรรคเพื่อไทยแน่” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า ขอย้ำว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเจรจา แต่การเจรจาใดๆ ต้องไม่ละเลยคดี 91 ศพ จึงต้องดำเนินคดี 91 คดี คนบาดเจ็บอีก 2,000 คดี แต่ถ้าเริ่มต้นด้วยการเหยียดหยามมันไปไม่ได้แน่ นายอภิสิทธิ์ ควรต้องรู้ว่า คดีความฆ่าคนตายมีอายุความ 20 ปี ถ้าปีหน้าพรรคเพื่อไทกลับมาเป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ก็ต้องถูกดำเนินคดีบ้าง ให้นึกถึงวันที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ถูกตีตรวนบ้าง วันข้างหน้าคุณก็อาจถูกตีตรวนบ้าง ดังนั้น การประกาศปรองดองกับใคร ไม่ควรมีท่าทีจองหอง ดูถูก เหิมเกริม และรัฐบาลต้องหยุดไล่ล่า เหมือนที่มีชุดไล่ฆ่าอยู่ทุกวัน ล่าสุดที่ การ์ดนปช.เชียงใหม่ที่เสียชีวิต ที่ทราบข้อมูลว่าก็เป็นการกระทำรัฐบาล
ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลักการแนวทางปรองดองสมานฉันท์ดีมากในหลักการ ส่วนตัวได้ภาวนาสวดมนต์เอาใจช่วย ที่จะเริ่มเจรจาบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและจริงใจ ซึ่งการมีความตั้งใจเช่นนั้นก็เหมือนสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่หากฝ่ายหนึ่งจริงใจ แต่อีกฝ่ายไม่จริงใจ การเจรจาอยู่บนความไม่เป็นธรรม การเจรจามันจะสำเร็จไม่ได้ และที่ผ่านมาก็มีนายอภิสิทธิ์คนเดียวที่มีสัญญาณที่ดีในการเจรจาด้วย นอกนั้นคนในรัฐบาลแต่ละคนมีท่าทีดุดัน เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ทั้งที่การเจรจาจริงแล้วต้องสุภาพนุ่มนวล
"สมชาย"หนุนปรองดองเชื่อแค่ ”ปชป.-พท.”ตกลงไม่ได้
ที่พรรคเพื่อไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอการปรองดองว่า การปรองดอง ถ้าทำให้เกิดขึ้นได้จริงถือว่าดีอยู่แล้ว การจะพูดคุยไม่ใช่มีเพียงพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ คงจะตกลงกันไม่ได้ แต่ควรนำทุกฝ่ายที่ขัดข้องหมองใจมาร่วมด้วย ส่วนพรรคจะส่งใครเป็นตัวแทน ก็เป็นเรื่องของพรรค ส่วนข่าวที่มีออกมาจะมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายจตุพร นั้น ไม่ว่าฝ่ายไหนจะส่งใครเป็นควรให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วย ไม่อยากให้ติเรือทั้งโกรน ส่งใครไปก็ดีทั้งนั้นหากคนไปพูดคุยมีความปรารถนาจะทำให้เกิดความสงบสุขจริงๆ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และตัวแทนจากยูเอ็น ร่วมหารืออยากให้เกิดแนวทางปรองดอง ซึ่งมีการมองว่าต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกับเรื่องของไทย นายสมชาย กล่าวว่า หากเขามาช่วยในทางที่ดี ช่วยหาทางออก ไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซง ซึ่งในประเด็นนี้เราอาจเอาหรือไม่เอาก็ได้
เมื่อถามว่าหนทางนำไปสู่ความปรองดองอย่างแท้จริงควรให้อภัยซึ่งกันและกันหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ในหลักการถ้าให้อภัยกันได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยว่าไว้อย่างไร



