
มาร์ค-ฮุนเซนเตรียมหารือครั้งแรกรอบหลายเดือน
มาร์ค-ฮุนเซน เตรียมพบกัน ปณิธาน เผย จนท.กำลังเตรียมประเด็นผู้นำ ไทย-เขมร หารือครั้งแรกรอบหลายเดือน ไม่คุยเรื่องความขัดแย้งมีแต่สร้างสรรค์ ชาวศรีสะเกษแนะรัฐทำเอกสารชี้แจงคำตัดสินศาลโลก ยันพื้นที่รอบปราสาทของไทย
(7ก.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยและสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะได้พบปะหารือกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนในระหว่างการประชุมสหรัฐ-อาเซียน ที่จะมีขึ้นที่เมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 24 ก.ย.
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของสองประเทศกำลังเตรียมประเด็นสำหรับการพูดคุยซึ่งจะเป็นลักษณะส่วนตัวมาก มีเจ้าหน้าที่ร่วมอยู่ด้วยไม่กี่คน มีบรรยากาศแบบไม่เป็นทางการไม่นำประเด็นที่เป็นความขัดแย้งขึ้นมา แต่จะพูดคุยเรื่องการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรระหว่างสองประเทศ
ผู้นำอาเซียนเตรียมพบผู้นำสหรัฐที่โรงแรมวัลดอร์ฟ
สำนักข่าวต่าประเทศรายงานว่า ผู้นำชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 ประเทศ ได้รับคำเชิญให้ร่วมรับประทานอาหารกลางและคุยกันไปด้วยกับประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ ที่โรงแรมวัลดอร์ฟ ในนิวยอร์ควันที่ 24 กันยายนนี้ ตามเวลาในสหรัฐ แต่ 3 ประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียน ที่ประกอบด้วย บรูไน , พม่าและอินโดนีเซีย จะส่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปแทน ซึ่งตอนแรก ข้อเสนอให้มีการพบกันครั้งที่สองระหว่างผู้นำสหรัฐกับผู้นำอาเซียน ที่สหรัฐ ก็ได้เลื่อนมาหลายครั้งแล้ว เพราะความวิตกว่า ผู้นำชาติอาเซียนอาจไม่สามารถเดินทางไปร่วมประชุมด้วยได้
ในระหว่างการหารือกันที่นิวยอร์คครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เตรียมบุคลากรไปศึกษาแนวทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ส่วนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทยมีกำหนดจะออกเดินทางไปยังนิวยอร์ค ในวันที่ 23 กันยายนนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมหลายนัดด้วยกัน รวมทั้งการขึ้นพูดในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และการพบปะกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชาด้วย
ชาวศรีสะเกษยันพื้นที่รอบปราสาทของไทย
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดประชาชน กรณีการเจรจาเขตแดนไทย - กัมพูชา โดยตัวแทนจากคณะกรรมาธิการกระทรวงต่างประเทศได้ชี้แจ้งวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาจัดเวทีประชาครั้งนี้ และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ได้บรรยายสรุปว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ฉบับวันที่ 14 มิ.ย. 43 ( MOU 43 ) และบันทึกการประชุมของการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (JBC) โดยมีนายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นตัวแทนจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยพ่อค้าประชาชน ส่วนราชการ องค์กรภาคประชาชนต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังการเปิดเวทีประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ประมาณ 400 คน
นายสิทธิพร บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กล่าวว่า วันนี้ขอบเขตของการให้ข้อมูลความคิดจะขอกำหนดกรอบเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาลชุดนี้ เพราะในขณะนี้รัฐบาลได้เสนอบักทึกการประชุมของการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (JBC) 3 ฉบับให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ก่อนที่รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบจึงได้ออกมาดำเนินการทำประชาพิจารณ์วันนี้ และเมื่อเราได้ประมวลความเห็นนำเสนอรัฐบาลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาเสนอต่อรัฐสภา ส่วนรัฐสภาจะเสนอให้ความเห็นชอบอย่างไรก็แล้วแต่ครรลองคลองธรรม แต่เมื่อไรก็ตามที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ บันทึก เจบีซี แล้วทั้งไทยและกัมพูชาก็สามารถดำเนินการเรื่องการเจรจาเขตแดนต่อไป
นางวณีกมน นันทะเสน ประธานชมรมศรีสะเกษรักในหลวง หวงแผ่นดิน กล่าวว่า จากที่ได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายของตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศแล้วเราเป็นประชาชนคนธรรมดาฟังไม่รู้เรื่อง แต่อยากจะบอกว่าจากข้อมูลที่ได้รับมาทราบว่าคำตัดสินของศาลโลกนั้นอยากให้ภาครัฐทำเป็นเอกสารแจกให้ประชาชนเพื่อให้รับทราบข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน และนอกจากนี้ยังทราบอีกว่าหลักการปักปันเขตแดน ถ้าประเทศไหนมีแม่น้ำกั้นตรงกลางเขาก็จะใช้ร่องน้ำลึก ประเทศไหนมีภูเขาเหมือนเขาพระวิหารก็จะใช้สันปันน้ำ ฝนลงทางไหนก็เอาตรงนั้น ทำให้อยากจะรู้ว่าดินแดนเขตแดนของเราอยู่ตรงไหน เพราะตอนนี้มีแต่เขมรขึ้นมาอยู่ทั้งที่เขาขึ้นมายากเหลือเกินต้องปีนขึ้นมา ต้องใช้ความสามารถถึงจะขึ้นมาได้
“คำตัดสินศาลโลกระบุว่าเขมรได้เฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น บริเวณรอบๆปราสาทเป็นแผ่นดินของไทย หรือถ้ามันไม่ชัดเจนจริง พี่น้องเราชาวศรีสะเกษก็อยากจะรู้ว่าดินแดนของเราจริงๆมันอยู่ตรงไหน วันนี้ท่านมาที่นี่แล้วก็อยากจะให้นำเราขึ้นไปดูได้ไหม ” ประธานชมรมศรีสะเกษรักในหลวง หวงแผ่นดิน กล่าว



