ข่าว

ครม.เห็นชอบมาตรการเชิงรุกแก้ปัญหานร.ตีกัน

ครม.เห็นชอบมาตรการเชิงรุกแก้ปัญหานร.ตีกัน

07 ก.ย. 2553

ตำรวจรวบ 20 เด็กเทคนิคปทุมธานี พร้อมอาวุธมีด 3 เล่ม ขณะเตรียมยกพวกไล่ถล่มคู้อริต่างสถาบัน อ้างอริขว้างระเบิดปิงปองใส่รถเมล์สาย 33 หน้าหมู่บ้านเมืองประชา ปทุมธานี โชคดีไม่มีใครเจ็บ-เสียชีวิต

(7ก.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ ประสานงานส่วนราชการต่าง ๆ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข , กทม.เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหา พร้อมทั้งปฏิเสธว่า ไม่มีมาตราการส่งเด็กนักเรียนไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเพียงข้อเสนอไม่ใช่ข้อสรุปแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมให้จัดตั้งเครือข่ายนักเรียน ผู้ปกครองและสถานศึกษาเพื่อป้องกันปํญหาในระยะยาว

เสนอเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แก้เด็กตีกัน

 นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาเด็กตีกันว่า เด็กกลุ่มเสี่ยงรวมถึงเด็กที่สร้างปัญหามาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มีปัญหาทั้งครอบครัว สถานภาพ วิธีการเลี้ยงดู รวมถึงชุมชนที่ฟันธงว่ามีความอ่อนแอ เด็กเหล่านี้อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่ต้องการแสดงพลัง ในขณะที่ไม่มีพื้นที่ให้เด็กแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ และความที่เด็กโตแต่ร่างกายแต่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอจึงเกิดการหล่อหลอมและนำไปสู่การแสดงออกเชิงลบ มาตรการแก้ปัญหาต้องตอบโจทย์ของปัญหาให้ได้ การเสนอให้นำเด็กไปอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือการเสนอบทลงโทษเด็กเทียบเท่าผู้ใหญ่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในตัวเด็กด้วย ไม่ใช่เสนอบทลงโทษด้วยอารมณ์หรือประชดประชัน เพราะแทนที่จะแก้ปัญหาอาจจะทำให้เกิดปัญหามากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ

 นพ.สุริยเดว กล่าวด้วยว่า ต้นเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลี้ยงดูของครอบครัว ดังนั้นควรนำพ่อแม่ผู้ปกครองเข้ารับการอบรมการเลี้ยงดูบุตรหลานอย่างถูกวิธีด้วย โดยอาจจะให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่มีศูนย์พัฒนาครอบครัวกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศเป็นหลักในการอบรม เพราะการอาศัยมาตรการของรัฐในการแก้ปัญหาครอบครัวที่มีถึง 20 ล้านครอบครัวคงไม่ทั่วถึง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องร่วมแก้ปัญหา ไม่ใช่ทิ้งความรับผิดชอบ

 นอกจากนี้ เด็กเหล่านี้มีพลังมากมาย จึงควรปลูกฝังเรื่องจิตอาสาเรียนรู้การเป็นผู้ให้ โดยต้องเป็นมาตรการบังคับและทำต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นเพียงมาตรการสร้างภาพ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการต้องคิดนอกกรอบ โดยการเรียนการสอนปีแรกๆ อาจให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่มีปัญหาเรียนรู้มิติเชิงสังคม ให้ออกไปทำกิจกรรมเพื่อผู้ด้อยโอกาส ทำงานกับชุมชน ให้เกิดทักษะการเป็นผู้ให้ และค่อยมาเสริมวิชาการภายหลัง จากนั้น เด็กก็จะสามารถใช้วิชาการที่เรียนรู้กลับไปช่วยเหลือสังคมได้อีกต่อไป

  ดังนั้นเด็กอาจจะไม่จำเป็นต้องจบหลักสูตรภายใน 3 ปีอาจจะเป็น 4-5 ปีก็ได้ นอกจากนี้องค์ความรู้ต่างๆ ต้องนำวิถีชีวิตมาเป็นโจทย์ในการเรียนรู้ระหว่างครูและนักเรียนด้วย และอาจจะต้องมีพื้นที่ให้เด็กได้ปลดปล่อยอารมณ์ แต่ให้อยู่ในกติกาและขอบเขต รวมทั้งควรมีเครือข่ายเฝ้าระวังทั้งภายในและนอกสถาบันการศึกษา โดยใช้ระบบครูที่ปรึกษา ร่วมกับพ่อแม่ ชุมชนร่วมกันเฝ้าระวังและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

รวบ20เด็กเทคนิดขณะเตรียมไล่ถล่มอริ

เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.นิสากร บุญตานนท์ ผกก.สภ.เมือง จ.ปทุมธานี รับแจ้งนักเรียนตีกันและขว้างระเบิดปิงปองใส่รถเมล์เหตุเกิดถนนปทุมธานี กรุงเทพ หน้าหมู่บ้านเมืองประชา ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงสั่งให้นายตำรวจตั้งจุดสกัด 8 จุด ขณะที่ พ.ต.ท.บุญญาภิวัฒน์ บุญนิ่ม พร้อมกำลังไปถึงจุดเกิดเหตุก่อนพบว่ารถเมล์สาย 33 วิ่งระหว่างปทุมธานี-สนามหลวง ออกรถไปแล้ว และเมื่อตรวจสอบพบมีกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี อยู่ที่ป้ายรถเมล์ 4-5 คน จึงเข้าตรวจสอบและพบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ เลขทะเบียน ถง 3721 กรุงเทพ มีผ้าใบคลุมรถทั้งคันและมีนายชญานนท์ ทองอาจ อายุ 18 ปี เป็นคนขับและเรียนอยู่เทคนิคปทุมธานี ปวช.ช่างไฟฟ้า ปี 2

 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจค้นในรถพบว่ามีเด็กนักเรียนอยู่ในรถอีกหลายสิบคนจึงนำมาตรวจค้นพบมีด 3 เล่ม ซ่อนในรถจึงนำเด็กนักเรียนเทคนิคปทุมธานี จำนวน 20 คน มาทำประวัติ และเรียกผู้ปกครองให้มารับตัว ส่วนผู้ที่พกพาอาวุธมีดจะถูกปรับ 500 บาท และผู้ไม่พกบัตรประชาชนจะปรับรายละ 100 บาท และดำเนินคดีเจ้าของรถกระบะที่นำมาใช้ขนเด็กนักเรียนที่ตีกันแล้วพาหลบหนี ซึ่งที่ท้ายรถได้พิมพ์ขอความไว้ว่า ซุ่มยิง และ รถใช้หนีในราชการเท่านั้น

 ส่วนนายซังเล็ก กานหลวง นักเรียนเทคนิค ให้การว่าพวกตนมารอขึ้นรถเมล์หน้าป้ายหมู่บ้านเมืองประชา เมื่อรถเมล์สาย 33 มาจอด พบว่ามีกลุ่มเด็กนักเรียนแหลมทองนั่งอยู่จำนวนหลายคน จึงไม่ขึ้นไปกลัวจะมีเรื่องตีกันอีก แต่พอรถเมล์เคลื่อนตัวออกก็มีเสียงระเบิดปิง ปองดังสนั่นขึ้นมาที่ท้องถนนแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพวกตนว่าเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนแหลมทองเป็นผู้ก่อเหตุ ทำให้พวกตนจะไล่ตามแต่มาถูกจับกุมเสียก่อนจึงถูกดำเนินคดีดังกล่าว

 ด้านพ.ต.อ.นิสากร บุญตานนท์ ผกก.สภ.เมือง กล่าวว่าทุกวันนี้ทั้งเช้าและเย็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขต สภ.เมืองปทุมธานี ต้องออกตั้งจุดตรวจป้องกันเหตุถึงแปดจุดด้วยกัน นอกจากนี้ในเวลากลางคืนยังต้องตั้งจุดตรวจเด็กแว้นที่มักชอบขับจยย.แข่งขันกันบนท้องถนนทุกคำคืน ส่วนเด็กนักเรียนที่จับกุมมานี้จะทำเรื่องเสนอให้ดำเนินการส่งไปภาคใต้ฝึกเป็นกลุ่มแรกที่ทางกระทรวงศึกษาจะให้ดำเนินการส่งไปฝึกนิสัยใหม่