ข่าว

ทูตซาอุฯแถลงซ้ำรับไม่ได้ตั้ง"สมคิด"ผช.ผบ.ตร.

ทูตซาอุฯแถลงซ้ำรับไม่ได้ตั้ง"สมคิด"ผช.ผบ.ตร.

07 ก.ย. 2553

ทูตซาอุฯ กร้าวออกแถลงการณ์ซ้ำรับไม่ได้ตั้ง "สมคิด" นั่งเก้าอี้ ผช.ผบ.ตร. ระบุอดทนมามากพอ ย้ำต้องการเห็นอาชญากรรมอันน่าสะพรึงกลัวได้รับการสะสางเสียที ชี้อาจกระทบความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างรุนแรง ขณะที่ "นายกฯ" โยน "สุเทพ-กระทรวงต่างประเทศ-ต

กลายเป็นปัญหาที่ทำให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่พอใจอย่างมากหลัง ก.ตร.มีมติแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร) เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สมคิดเคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีการหายตัวของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 2533 ซึ่งเรื่องดังกล่าว อาจทำให้ความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีปัญหาขึ้นมาทันที

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน สถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงเทพฯ ออกแถลงการณ์อีกครั้งเป็นฉบับที่ 2 โดยย้ำความไม่พอใจต่อการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมระบุว่า ได้อดทนมามากพอแล้ว โดยต้องการเห็นอาชญากรรมอันน่าสะพรึงกลัว และสะเทือนขวัญหลายรายได้รับการสะสางเสียที ทั้งนี้ซาอุดีอาระเบียสงสัยมานานว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจ กับการฆาตกรรมนักการทูตซาอุฯ ประจำกรุงเทพฯ 4 คน ในปี 2533 ทั้งยังระบุว่าเหตุฆาตกรรมดังกล่าวน่าจะพัวพันกับอาชญากรรมอีกรายหนึ่ง นั่นคือการขโมยเพชรราชวงศ์ซาอุฯ จากกรุงริยาด มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังไม่ได้คืนเป็นจำนวนมาก และเป็นเหตุให้ซาอุฯ ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยจนถึงปัจจุบัน

 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้สถานทูตซาอุฯ ออกแถลงการณ์ฉบับแรกเมื่อวันศุกร์ แสดงความประหลาดใจต่อการเลื่อนตำแหน่ง พล.ต.ท.สมคิด ซึ่งเมื่อเดือนมกราคมถูกแจ้งข้อหาพร้อมกับตำรวจอีก 4 คน ฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและกักขังหน่วงเหนี่ยวในคดีการหายสาบสูญของนายโมฮัมหมัด พร้อมระบุว่าอาจกระทบความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างรุนแรง แต่ในแถลงการณ์ที่ออกมาอีกครั้งในวันนี้ มีการใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวกว่า ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการแสดงปฏิกิริยาต่อการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนที่ออกมาปกป้องการแต่งตั้ง

 เกี่ยวกับข้อข้องใจดังกล่าว วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ทำความเข้าใจกับฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ที่จริงแล้วในแถลงของซาอุดีอาระเบียได้ยอมรับว่า ความพยายามที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียดีขึ้น ก็ทำได้มากพอสมควรในยุคนี้ แต่เขากังวลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะไปกระทบ ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ที่ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจถึงระบบการพิจารณา และการที่จะไม่ส่งผลกระทบในเรื่องของคดี อย่างไรก็ตาม เราถือว่าขณะนี้กระบวนการยุติธรรมจะเป็นคำตอบในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องของสิทธิของตัว พล.ต.ท.สมคิด และกระบวนการภายในเกี่ยวกับการโยกย้ายแต่งตั้งก็เป็นไปตามกฎระเบียบต่างๆ

 เมื่อถามว่า แถลงการณ์ของซาอุดีอาระเบียจะเป็นแรงกดดันในการตัดสินใจเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งนี้ และการพิจารณาคดีที่อยู่ในศาลด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องของคดีในศาลคงไม่มีอะไรไปกระทบได้ ยังเดินต่อไป ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนั้นเข้าใจว่า ก.ตร.พิจารณามาแล้ว

 ส่วนที่ถามว่าขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าไม่นับสิ่งที่เป็นแถลงการณ์ออกมาถือว่าความสัมพันธ์ดีขึ้นโดยลำดับ และตัวอุปทูตซาอุดีอาระเบียเพิ่งได้พูดคุยสนทนากันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งรัฐบาลต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการทำความเข้าใจ อย่าให้มากระทบ

 ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้บุคคลที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ นายสุเทพ นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตำรวจจะประสานงานและเปลี่ยนความเห็นกับอุปทูตซาอุฯ เพื่อให้ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและระเบียบในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ รวมถึงคำสั่งศาลที่เราจำเป็นต้องปฏิบัติตาม ตลอดจนหารือเรื่องการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันต่อไป

 "กระทรวงการต่างประเทศรับทราบข้อห่วงใยของซาอุฯ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ จึงมอบหมายให้นายกษิตมาดูแล ซึ่งเราจะยืนยันกับรัฐบาลซาอุฯ ว่าพร้อมทำงานร่วมกันในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แม้จะมีอุปสรรคปัญหาบ้างในเรื่องของคดีที่ผ่านมานานพอสมควร การดำเนินการจึงไม่ใช่เรื่องง่าย" นายปณิธานกล่าว

 ขณะที่นายสุเทพกล่าวชี้แจงถึงเรื่องการแต่งตั้งดังกล่าวว่า พล.ต.ท.สมคิดยังนั่งทำงานในตำแหน่ง ผบช.ภ.5 ไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ส่วนคดีเก่าที่เกี่ยวข้องกับประเทศซาอุดีอาระเบียคงต้องว่ากันไปตามข้อกฎหมาย หากมีความผิดจริงคงเป็นปัญหา แต่หากไม่ผิดก็ไม่เป็นปัญหา 

 "เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม คดีของเขาผมก็ไม่ได้ไปรื้อมาดู จึงไม่ทราบว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลสั่งยกฟ้อง ผมไม่ทราบ แต่เรื่องจบไปไหนแล้ว เมื่อผ่านมาเป็น 10 กว่าปี ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษออกมากล่าวว่า มีหลักฐานข้อมูลใหม่ แล้วรื้อฟื้นคดีขึ้นมา ตรงนี้ก็ต้องมาสู้คดีกันใหม่” นายสุเทพกล่าว

        ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงมองว่าการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ไม่เข้ามาตรา 99 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า ขอให้ใจเย็น เพราะอีก 2-3 วัน คงทำบันทึกเรื่องดังกล่าวเสร็จ และเมื่อเสร็จจะนำมาแจกยังผู้สื่อข่าว ทุกอย่างเปิดเผยหมด ในส่วนของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียก็จะเอาข้อเท็จจริงไปยืนยันว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรให้ว่าไปตามนั้น