ข่าว

 ควาน100 ชื่อ..นักโทษพ้นคุกจับมือฆ่า2ด.ช.กตัญญู

ควาน100 ชื่อ..นักโทษพ้นคุกจับมือฆ่า2ด.ช.กตัญญู

07 ก.ย. 2553

รายชื่อบุคคลพ้นโทษกว่า 100 นายคือความยากลำบาก และเป็นวิธีสุดท้ายที่ชุดสืบสวนเพียรพยายามแสวงหาเพื่อตรวจสอบในการคลี่คลายคดีฆาตกรรมโหดสองพี่น้องยอดกตัญญู

  เกือบหนึ่งเดือนหลังเกิดเหตุฆาตกรรม ด.ช.สหกิจ ตั้นตระกูล อายุ 13 ปี และ ด.ช.พัฒนะ ตั้นตระกูล อายุ 9 ขวบ สองพี่น้อง ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธมีดปาดคอจนหลอดลมขาด เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณป่ายูคาลิปตัส หลัง ร.ร.บ้านคลอง หมู่ 2 (บ้านหนองชุมเห็ด) ต.เกาะจันทร์ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ห่างจากบ้านพักประมาณ 800 เมตร

 หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 สั่งการให้ พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.ชาตรี สุขศิริ รอง ผกก.สส.1 พ.ต.อ.ภูวดล พูลสวัสดิ์ ผกก.สภ.เกาะจันทร์ เร่งรัดการสืบสวนสอบสวน เนื่องจากคดีนี้ค่อนข้างสะเทือนขวัญประชาชนในพื้นที่

  คำบอกเล่าของผู้เป็นแม่ที่ระบุว่า "วันแม่อยากได้อะไรเป็นของขวัญ" คำพูดของน้องกิจ หรือ “สหกิจ ตั้นตระกูล“ ลูกชายคนโตยังคงดังก้องอยู่ในห้วงสำนึกของ “สมหมาย ตั้นตระกูล“ ผู้เป็นแม่อยู่ไม่เสื่อมคลาย

 เช่นเดียวกับชุดสืบสวนที่ทราบประวัติของเหยื่อทั้งสองพี่น้องว่าเป็นเด็กเรียนหนังสือเก่ง ไม่นอกลู่นอกทาง โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะช่วยพ่อแม่นำลูกชิ้นทอดไปขายเพื่อหารายได้เสริม จนกระทั่งประสบเหตุไม่คาดฝัน กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ชุดสืบสวนต้องเร่งพิชิตคดี

 กำลังของชุดสืบสวนหลายนายลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อควานหาพยานหลักฐานในละแวกนั้นอยู่หลายวันจนกระทั่งพบมีดปลายแหลมตกอยู่ไม่ห่างจากจุดพบศพ ขณะเดียวกันก็นำผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดมาสอบสวน พร้อมกับเก็บตัวอย่างเส้นผม เส้นขนและลายนิ้วมือ เพื่อนำไปตรวจสอบหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบ

 ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกว่า 30 คน สร้างความงุนงงให้แก่ชุดสืบสวนเพราะผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไม่ตรงกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เก็บได้ก่อนหน้านี้

 แม้ความหวังเกือบจะริบหรี่ในการควานหาผู้ต้องสงสัย จนเหลือหนทางสุดท้ายคือ ตรวจค้นข้อมูลบุคคลที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำต่างๆ ที่เข้ามาพักเขตพื้นที่ จ.ชลบุรี

  รายชื่อบุคคลพ้นโทษกว่า 100 นาย ถูกนำมาตรวจสอบ โดยชุดสืบสวนออกติดตามสอบถามข้อมูล กระทั่งทราบว่ามีบุคคลพ้นโทษจากเรือนจำแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา คดีลักทรัพย์ เข้ามาอยู่ในพื้นที่ อ.บ่อทอง ติดกับ อ.เกาะจันทร์ คือ “นายบัญชา สีฟ้า“ อายุ 18 ปี

 เมื่อชุดสืบสวนไปตรวจสอบกลับไม่พบนายบัญชาอยู่ที่บ้านตามที่แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่เรือนจำก่อนพ้นโทษ ทำให้ชุดสืบสวนพบเพียงผู้เป็นพ่อของนายบัญชา

  “บุคคลพ้นโทษส่วนใหญ่ ชุดสืบสวนไปตรวจสอบพบตัวแล้วซักถามยังไม่พบพิรุธ แต่เมื่อตรวจสอบนายบัญชา ผู้เป็นพ่อ บอกว่าเพิ่งพ้นโทษออกมาช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายบัญชากลับมาอยู่บ้าน แต่ช่วงก่อนชุดสืบสวนเดินทางมาถึง นายบัญชาหายตัวไปติดต่อไม่ได้ ไม่กลับบ้านตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุใดจึงไม่กลับบ้านเลยออกติดตามจนพบตัวแล้วนำมาสอบถาม“ พล.ต.ต.กิตติพงษ์ ระบุ

 คำให้การและท่าที่ลุกลี้ลุกลนของผู้ต้องสงสัย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตจากความผิดสังเกต ในที่สุดนายบัญชาก็ยอมเปิดปากรับสารภาพ พร้อมกับซัดทอดว่า นายสายชล ไพรวัลย์ อายุ 34 ปี อดีตบุคคลพ้นโทษในคดีลักทรัพย์จากเรือนจำเดียวกันร่วมก่อเหตุ

 “ผมเสพยาบ้าหลาย 10 เม็ด กับเพื่อนที่เคยติดคุกด้วยกัน ตกลงกันว่าจะไปขโมยเครื่องสูบน้ำในละแวกนั้นเพื่อนำไปขายแล้วไปซื้อยาบ้ามาเสพกันอีก ระหว่างทางรถจักรยานยนต์เกิดน้ำมันหมดจึงจอดข้างทาง ขณะเดียวกันเด็กทั้งสองคนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา เห็นรถของผมจอดอยู่ จึงอาสาไปซื้อน้ำมันใส่ขวดมาเติมให้ ก็ให้เงินไปแต่ตอนที่เด็กนำน้ำมันมาให้เห็นคนเล็กพกเงินเยอะ จึงขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม จากนั้นนายสายชลที่นั่งซ้อนท้ายใช้ไม้ตีที่ศีรษะเด็กคนเล็กที่นั่งซ้อนตกลงมาสลบกับพื้น แล้วก็ถีบรถจักรยานยนต์ที่พี่ชายกำลังขับหลบหนีจนล้มลงก่อนที่จะใช้ท่อนไม้ตีและลากเข้าป่าหญ้าข้างทาง โดยผมและนายสายชลเป็นผู้ร่วมกันปาดคอเด็กทั้งสองคน ก่อนหลบหนีไปกระทั่งมาถูกจับ“ นายบัญชาสารภาพ

 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายบัญชาให้การซัดทอด ชุดสืบสวนสามารถเข้าจับกุมนายสายชล ขณะหลบหนีไปพักอยู่ที่บ้านของพี่สาวหลังหนึ่งใน ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยนายสายชล ให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง