
ช็อปปิ้งมอลล์ ชุมชนไม่ยั่งยืน
ในปี 1963 ช่วงไดมารูมาเปิดใหม่ๆ ตรงราชประสงค์ คนกรุงเทพฯ ตื่นเต้นมากเพราะเป็นร้านสรรพสินค้าแรกที่มีสินค้าขายครบเครื่อง แถมยังมีแผนกอาหารจานด่วน และซูเปอร์มาร์เก็ต ในเวลาต่อมาศูนย์การค้าหรือช็อปปิ้งมอลล์ได้วิวัฒนการและพัฒนาอย่างรวดเร็ว จากร้านเดียวมาเป็นหล
แต่ที่น่าสนใจคือเดี๋ยวนี้ศูนย์การค้าไม่ใช่ศูนย์การค้าอีกต่อไป กลายเป็นสถานที่ชุมชน (Community Center) สำหรับพ่อแม่พี่น้องทุกชนชั้น ใช้เวลาช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นตอนเลิกงานในศูนย์การค้า ตอนนี้คนทั่วไปโดยเฉลี่ยใช้เวลาในศูนย์การค้ามากกว่าการอยู่ในบ้าน (นอกจากเวลานอน) สำนักงาน หรือโรงเรียนด้วยซ้ำไป ไม่เชื่อลองถามพ่อแม่น้าอาที่ต้องส่งลูกหลานไปยังสถานที่เรียนรู้ต่างๆ ในศูนย์การค้า หลายคนใช้ศูนย์การค้าเป็นสถานที่ทำงาน หรือบ้านที่สองก็ว่าได้ หรือเป็นโรงเรียนติวเตอร์แก่เด็กนักเรียน ใช้ร้านกาแฟในศูนย์การค้าเป็นโรงเรียนเคลื่อนที่
ที่น่าแปลกที่สุด ศูนย์การค้าของไทยยังล้าสมัยที่สุดทางด้านให้บริการลูกค้า เพราะเจ้าของศูนย์การค้าที่นี่ใจแคบ เรียกได้ว่าถ้าเปรียบเทียบกับฟิลิปปินส์ ห่างกันคนละโลก ของเราไม่ได้พัฒนาก้าวไกลเท่ากับฟิลิปปินส์ ที่โน่นศูนย์การค้าให้บริการประชาชนอย่างจริงจังและไม่เห็นแก่ตัว ตัวอย่างเช่น ซูเปอร์มอลล์ในกรุงมะนิลา ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ทั้งหมด 37 สาขาทั่วฟิลิปปินส์ ในศูนย์การค้าจะมีหน่วยบริการทุกประเภทเพื่อทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายที่ดีเลิศ เช่น มีอินเทอร์เน็ตใช้ฟรีสำหรับลูกค้า มีโบสถ์สำหรับคนต้องการใช้ทำพีธีกรรมทางศาสนา มีสถานที่บริการเลี้ยงเด็กโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีบริการดูแล ดิสเอบิลิตี้อย่างดีเยี่ยม
ถ้านำเอาบริการทั้งหลายมาเปรียบเทียบกับศูนย์การค้าไทย พูดได้เลยว่าเราสู้เขาไม่ได้แม้แต่น้อย ของไทยมีแต่ความเห็นแก่ตัวของผู้ให้เช่าที่ ต้องการใช้พื้นที่ให้เยอะที่สุด คนเดินช็อปปิ้งบางครั้งต้องเดินเบียดกันไปมาไม่สะดวก บริการด้านอื่นๆ เช่น ดูแลเด็กหรือคนชราก็ไม่มีดีเท่า แต่ในฟิลิปปินส์เป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่แปลกที่เจ้าของซูเปอร์มอลล์ของฟิลิปปินส์เป็นคนที่คนทั่วไปรู้จักดี ชาวบ้านมาเที่ยวหรือช็อปปิ้งสามารถทักทายเจ้าของและโพสท่าถ่ายรูปกับเจ้าของราวกับดาราหนังได้ เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ของไทยก็มีแต่ต้องไฮโซสุดๆ โชว์ตัวต้องมีอีเวนท์หรูๆ จัดโดยบริษัทพีอาร์ดังๆ ถึงออกตัว น่าเบื่อที่สุด
ศูนย์การค้าไทยดังๆ ชอบเอาหน้าทั้งหลาย น่าจะเอาใจใส่ลูกค้าทุกๆ คนที่มาใช้บริการมากขึ้นกว่าเดิม มีเซอร์วิสมายแบบฟิลิปปินส์จะได้ไม่อายเขา



