
บรรทัดฐาน
เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นคนที่มีบรรทัดฐานดีคนหนึ่ง อาจจะสูงกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำถึงได้ก้าวมายืนอยู่ในจุดนี้ได้
ขอย้อนไปพูดถึงกรณีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ตอนนั้นตำรวจตกเป็นจำเลยสังคมถูกกล่าวหาว่า ใช้ความรุนแรงปราบม็อบ
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกให้ออกจากราชการหลัง ป.ป.ช.ชี้มูลว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีมีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมหน้ารัฐสภา
รายต่อมา พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในขณะนั้น ก็ถูกลงโทษลักษณะเดียวกับอดีต ผบ.ตร.พัชรวาท
ยังมี พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ก็โดนเรื่องเดียวกันแต่คนละเหตุการณ์จากการปะทะกันระหว่างเสื้อเหลืองและกลุ่มตรงข้าม
ทั้งสามรายถูกชี้มูลไปทำนองเดียวกัน
ว่ากันเป็นกลาง พล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะผู้นำตำรวจและรับมติจากคณะรัฐมนตรี รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพื่อเข้าไปแถลงนโยบายที่รัฐสภา มาปฏิบัติ
คืนวันที่ 6 ตุลาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาประชุมหารือเพื่อเปิดทางให้ ส.ส.เดินทางเข้าไปรัฐสภา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นแม่งาน พยายามหาช่องทางลดการเผชิญหน้า แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็น
เมื่อถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าผิดวินัย พล.ต.อ.พัชรวาท พร้อม พล.ต.ท.สุชาติ ก็น้อมรับแต่ก็ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ สุดท้าย ก.ตร.ก็มีมติเอกฉันท์ว่า พยานหลักฐานรับฟังไม่ได้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาท กระทำความผิดร้ายแรง
พล.ต.ท.สุชาติ และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ก็ทำนองเดียวกัน
คณะกรรมการกฤษฎีกาเองก็มีความเห็นว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องรับอดีต ผบ.ตร.กลับ ส่วน พล.ต.ท.สุชาติ และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ เป็นอำนาจของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ในฐานะรักษาการ ผบ.ตร.ก่อนหน้า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จะได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ผบ.ตร.คนต่อมา
นี่เป็นเรื่องของบรรทัดฐานทางกฎหมาย เป็นสิทธิ์ของข้าราชการประจำที่จะอุทธรณ์หากมั่นใจว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
สุดท้ายเมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ คงต้องทำให้เป็นบรรทัดฐานแก่ข้าราชการ เมื่อไม่ผิดก็ต้องชำระล้างคราบไคลในชีวิตราชการ นำศักดิ์ศรีกลับมาคืนให้
เชื่อว่าท่านนายกฯ ไม่ใช่คนที่มีความโกรธแค้นส่วนตัว เรื่องนี้ข้าราชการเกือบทั้งประเทศกำลังรอคำตอบ!!



