ข่าว

ส.ส.ปชป.จี้รัฐบาลสกัด"ทักษิณ"โฟนอิน

ส.ส.ปชป.จี้รัฐบาลสกัด"ทักษิณ"โฟนอิน

28 มี.ค. 2552

ส.ส.ประชาธิปัตย์เรียกร้องรัฐบาลสกัด“ทักษิณ”โฟนอินเพื่อตัวเอง แนะ“แม้ว”ให้ย้อนดูตัวเอง แนะส.ส. “เพื่อไทย” ขึ้นเวที“เสื้อแดง”

(28มี.ค.) นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วิธีการพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค.นี้  เป็นกระบวนการที่น่าจับตามมองว่าใช้วีดีโอลิงค์เป็นรายวัน พรรคอยากเห็นรัฐบาลและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตอบประชาชนว่า ถ้าเราให้นักโทษหนีคดีทำอย่างนี้ได้แล้ว   ต่อไปจะกลายเป็นบรรทัดฐานหรือไม่ ว่าใครก็ตามที่มีเงินพอและร่ำรวยอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ฟังกระบวนการยุติธรรม  ทำแบบนี้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่  เพราะถือว่าเป็นนักโทษที่ถูกตัดสินโดยกระบวนการยุติธรรมไปเรียบร้อยแล้ว 

 อยากให้รัฐบาลดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพราะสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพยายามเรียกร้องบนเวทีนั้น ล้วนแล้วแต่เรียกร้องเพื่อตัวเองทั้งสิ้น เช่น การให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แม้ว่าตัวเองจะไม่ลงเลือกตั้งก็ตาม ก็แสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่มองถึงปัญหาอื่นที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เช่น การเรียกร้องให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 40  แทนปี 50 และทุกอย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณพยายามส่งสัญญาณ ให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน หรือส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มาร่วมบนเวทีประท้วงต่าง ๆ ขอให้พิจารณาข้อกฎหมายให้ดีว่า ถ้าไปร่วมกิจกรรมกับนักโทษหนีคดี จะมีความผิดหรือไม่  สิ่งที่ตนคิดว่าน่าจะไปสอบถาม ร.ต.อ.เฉลิม (อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย) ว่า ทำไมถึงไม่เคยไปขึ้นเวที หรือเข้าร่วมกับกระบวนการของคนเสื้อแดงเลย ดังนั้นบรรดา ส.ส.ทั้งเก่าและใหม่ที่ขึ้นไปบนเวที คนเสื้อแดง น่าจะไปสอบถามข้อกฎหมายจาก ร.ต.อ.เฉลิมเสียก่อนว่า ทำไมจึงไม่ไปเข้าร่วม

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อไปคือ การชุมนุมอาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น จากกลุ่มผู้ชุมนุมเอง เพราะผมได้ยินว่ามีการขนย้ายเรื่องของวัตถุระเบิดจากบรรดาพวกป่าไม้  ซึ่งเคยถูกตรวจสอบไปบ้างแล้ว  ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือหากการชุมนุมนี้นำไปสู่ความรุนแรง ผู้ที่ควบคุมการชุมนุมต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีใครออกมารับผิดชอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์    กล่าว

 ขอฝากไปยังนายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์  โฆษกพรรคเพื่อไทยและนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยซึ่งมักจะพูดพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์เสมอ เช่น มีคนอักษรย่อ “ส.” ไปรับเงิน หรือมีส.ส.กทม. 3 คน ต่างจังหวัด 2 คน จะย้ายพรรค ทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการกุข่าวผ่านสื่อ ดังนั้นสื่อเองก็ต้องระวังในการเสนอข่าว และถามทั้ง 2 คนให้ชัดเจนว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นคืออะไร ไม่ใช่ออกมากุข่าวรายวันเพราะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความรับผิดชอบอะไรออกมา

 สิ่งที่อยากฝากไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ คือควรจะต้องย้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา 5-6 ปี พ.ต.ท.ทักษิณได้ทำอะไรให้กับสังคมไทยบ้าง ผมเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะขาดของ 2 สิ่งที่ผมนำมาฝากในวันนี้ คือ  กระจกเงา เพราะที่บ้านท่านอาจจะไม่มี ท่านช่วยเอากระจกส่องตัวเองก่อนว่า ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างและอะไรให้กับสังคมไปบ้าง แทรกแซงอย่างไร ใช้พรรคพวกอย่างไรและความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย ท่านต้องมองการกระทำของตัวเองที่ผ่านมาก่อน ท่านอาจไม่มีกระจกเงาที่บ้าน

 ดังนั้นถ้าใครรู้แหล่งหลบซ่อนของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือใกล้ชิดดีชนิดโทรศัพท์ไปคุยได้รายวันก็กรุณานำกระจกเงาไปให้ด้วย อีกสิ่งคือ น้ำยาบ้วนปาก เพราะท่านเป็นคนที่พูดจาชนิด “ปากเหม็นขี้ฟัน”  ตามสุภาษิตจีน หมายความว่า พูดจาไม่มีสาระ ไม่รู้เรื่อง ผมคิดว่า จำเป็นมากเพราะถ้าท่านพูดอะไรในวันต่อไป ก็ขอให้ใช้บ้วนปากก่อนทุกครั้ง แล้วสาระมันอาจเพิ่มขึ้นได้  ทั้งนี้นายบุญยอดได้ชูกระจกเงาส่องหน้าสีเหลืองและขวดน้ำยาบ้วนปากขึ้นมาโชว์สื่อมวลชนด้วย

 ด้านนพ.บุรณัชย์  สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พูดผ่านวีดีโอลิงค์กับกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยการพูดพาดพิงพล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า เชื่อว่าประชาชนจะมีวิจารณญาณในการฟัง เพราะสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณเปิดเผยออกมานั้น ไม่รู้ว่าเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน  โดยถ้อยคำส่วนใหญ่พูดแต่เรื่องของตัวเองทั้งที่บ้านเมืองกำลังวิกฤต กลับพูดกับมวลชนของตัวเองในเรื่องที่เป็นอดีต ที่ไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่ การที่แสดงความกล้าพาดพิงกล่าวหาคนอื่น ที่อยู่นอกการเมืองและผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งรับใช้เบื้องพระยุคลบาท แต่พ.ต.ท.ทักษิณกลับพูดว่าตัวเองไม่ผิดเลย ไม่ว่าเรื่องใดทั้งที่ผ่านมามีการแทรกแซงองค์กรอิสระ   และเอาประโยชน์ให้พวกพ้องและมีผลประโยชน์ทับซ้อน ในตลอดการบริหารประเทศจนทำให้เกิดวิกฤติการเมือง อีกทั้งเป็นผู้ริเริ่มรูปแบบ 2 มาตรฐาน กับบริษัทเครือข่ายตนเอง

ยามที่บ้านเมืองดีอยู่พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไม่ทำอะไร แต่ครั้งที่บ้านเมืองเจอวิกฤต แต่พ.ต.ท.ทักษิณกลับใช้เวทีนี้ซ้ำเติมประเทศ พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกเป็นห่วงคำพูดพาดพิงคำพูดจาบจวง โดยเฉพาะการพูด “รหัส 901”  โดยไม่บังควร การกล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญว่า  ถูกกดดันให้มีคำพิพากษายุบพรรค ให้ทันวันที่ 4 ธ.ค. 2551 รวมถึงการพูดถึงสถาบันองคมนตรีโดยรวม อีกทั้งบอกว่าองคมนตรีบางคนอยู่ใต้บังคับบัญชาของตัวเองมาก่อน  หรือการกล่าวโดยรวมถึงผู้ที่ถวายงานอย่างแอบอ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้คำอ้างที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นผู้สร้างความเข้าใจให้แก่สถาบันอันเป็นที่เคารพรักเอง  ผมเชื่อว่าสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดเรื่องเหล่านี้ประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้ เพราะกระทบความรู้สึกต่อคนไทยที่มีความเคารพรักสถาบัน และให้ความเคารพรักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่ทำงานถวายในหลวง”