
รวบ2ตีนแมวตระเวนงัดบ้านเศรษฐีเมืองขอนแก่น
ตร. ตามรวบชาวโคลัมเบีย 2 คน ตีนแมวตระเวนบุกงัดบ้านเศรษฐีเมืองขอนแก่น ยกตู้เซฟทุบเอาทรัพย์สินหาเงินเที่ยวโคโยตี้
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ก.ย. พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพานิจย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.นพเก้า โสมนัส รอง ผกก.ปป.สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายโมลาโน ดิโน มาร์เซโล อายุ 29 ปี และนายซาราเต โลซาดา อัลเบอร์โต อายุ 47 ปี สองผู้ต้องหาชาวโคลัมเบีย พร้อมของกลางนาฬิกาหลายยี่ห้อจำนวน 13 เรือน ตุ้มหูทองและเพชร 7 คู่แหวนทองและเพชร 19 วง กรอบพระเลี่ยมทอง 7 กรอบสร้อยคอทองคำ 4 เส้น สร้อยมุก 1 เส้น จี้ทองคำ2 ชิ้นสร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น และอุปกรณ์งัดแงะ 1 ชุด
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปงัดบ้านของนางวิชชุดา จินเศวตกุล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/48 ซ.12 หมู่บ้านชลลดา ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้ทองรูปพรรณ แหวนเพชร โน๊ตบุ๊ค เช็ค และตู้เซพ ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ จ.ขอนแก่น
สอบสวนพยานที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพรถเก๋งคนร้ายไว้ได้ ลักษณะเป็นชาวต่างชาติ จึงได้นำกำลังออกสืบสวนติดตามคนร้าย สืบสวนทราบว่าคนร้ายใช้รถเก๋งที่เช่ามาจากเต้นท์รถในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยนายโมลาโน ได้ทำหนังสือเดินทางปลอมใช้ชื่อนายจอห์น แต่ใช้ภาพถ่ายเป็นใบหน้าของนายโมลาโน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่กล้องวงจรปิดของหมู่บ้านบันทึกไว้ได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังกองตรวจคนเข้าเมือง กระทั่งพบว่าคนร้ายรายนี้คือนายโมลาโน จึงขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2553 และได้สืบสวนจนทราบว่านายโมลาโน พักอยู่ที่อาคารดิสวรรณเพลส อพาร์ทเม้นต์ แขวงดินแดน เขตดินแดง กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าจับกุมพบนายโมลาโน นอนพักอยู่ภายในห้องพร้อมตรวจยึดของกลางที่ขโมยมา
นายโมลาโน อ้างว่า ได้ร่วมกับนายซาราเต และนายจอร์น ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ลักทรัพย์ภายในบ้านของนางวิชชุดาจริง ตำรวจจึงขยายผลสามารถจับกุมตัวนายซาเรเตได้ที่ห้องพักเลขที่ 509 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพ ขณะนอนอยู่ภายในห้อง ส่วนนายจอร์นได้หลบหนีไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ และปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
พ.ต.ท.นพเก้า กล่าวว่า จากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ทราบว่า นายซาราเต มีภรรยาอยู่ที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยทั้งคู่ไปเจอกันอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน กรุงเทพ จากนั้นได้ชักชวนกันไปเที่ยวเป็นประจำ กระทั่งก่อนลงมือก่อเหตุทั้งคู่ได้ชักชวนกันไปเที่ยวโคโยตี้ในกรุงเทพฯ จนเงินหมด จึงได้วางแผนกันก่อเหตุลักทรัพย์ โดยเลือกเป้าในพื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจากภรรยานายซาราเตมีเป็นคนพื้นเพภาคอีสาน
โดยก่อเหตุในพื้นที่ จ.ขอนแก่นมาแล้ว 3 ครั้ง โดยการงัดแงะเข้าไปในบ้านเป้าหมายที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ดูแล้วว่าเป็นคนมีฐานะร่ำรวย และไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแล และจะเน้นลักทรัพย์สินภายในตู้เซฟ และเลือกข้องมีค่าประเภทเครื่องประดับ เครื่องเพชร เงินสด และของมีค่าอื่นๆ ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้วจะนำทรัพย์ทั้งหมดไปแบ่งกันเพื่อใช้จ่ายในสถานบันเทิง โดยเฉพาะโคโยตี้ ในพื้นที่ภาคกลาง และเมื่อเงินจากการขายทรัพย์สินหมดก็จะลงมือก่อเหตุอีก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ทำกันเป็นขบวนการตระเวนไปก่อเหตุตามภาคต่างๆ



