
"มาร์ค"ยังไม่ทราบเพื่อไทยตั้งทีมถกปรองดอง
"อภิสิทธิ์"ยังไม่ทราบเรื่องเพื่อไทยตั้งคนถกแผนปรองดอง ด้านปณิานแจงนายกฯ พร้อมเจรจาทุกฝ่าย ไม่สนกระแสวิจารณ์ฟอกตัว แม้ว-จตุพร
(6ก.ย.) ที่อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆก่อนเข้าชี้แจงต่อวุฒิสภาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี พ.ศ. ...ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ 5 ข้อเข้าสู่แผนการปรองดอง ว่า ยังไม่เห็นมีใครติดต่อประสานงานเข้ามา
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเพิ่งเดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาจีน และได้รับทราบเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่ในหลักการนายกรัฐมนตรียินดีที่จะทำงานร่วมกับฝ่ายค้านโดยเฉพาะเมื่อผ่านโครงสร้างของสภา ในส่วนของการประสานงานระหว่างกันคงจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ความจริงรัฐบาลได้เดินหน้ากระบวนการปรองดองและสมานฉันท์โดยมีภาคส่วนต่างๆของประชาสังคมเข้ามาร่วมทำงาน เพราะเราอยากเห็นกระบวนการเหล่านี้เข้มแข็ง และนำไปสู่ผลสำเร็จตามที่ประชาชนคาดหวัง
เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยมีการประสานผ่านบุคคลใดในการเจรจา นายปณิธาน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคมีการประสานกันเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของรัฐบาลคงจะผ่านทางสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะกำหนดตัวบุคคลในการเจรจาระหว่างกัน ในชั้นนี้เพียงแต่รัฐบาลได้รับทราบและคงมีการดูในรายละเอียดก่อน เนื่องจากหลายเรื่องรัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และนายกรัฐมนตรีก็พูดชัดเจนแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามถ้าหากสนใจที่จะเข้ามาร่วมทำงานในเรื่องนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหามีไปมากกว่านี้ ก็สามารถเข้ามาร่วมงานได้เลย
“ นายกรัฐมนตรีเพิ่งเดินทางกลับมา เข้าใจว่าคงจะมีการประสานงานกันต่อไป ในส่วนความชัดเจนคงต้องรอบ้าง เพราะข้อเสนอบางอย่างยังไม่ชัดเจนก็ต้องรอให้ชัดเจนขึ้นและคิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน ” นายปณิธาน กล่าว และว่า สำหรับตัวบุคคลที่มีการแต่งตั้งเข้ามาคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะหลักการก็ชัดเจนว่าเรื่องแผนการปรองดองและสมานฉันท์นั้นรัฐบาลได้เดินหน้าไปแล้วจึงไม่เป็นปัญหาอะไร
เมื่อถามว่ามีการมองว่าการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยวันนี้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการฟอกตัวให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อเป็น 1 ในการเจรจา นายปณิธาน กล่าวว่า ถ้าเป็นการทำงานร่วมกันโดยไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตัว ก็ไม่มีปัญหาอะไรเ พราะรัฐบาลก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกคน และคิดว่าประชาชนคาดหวังว่ากระบวนการจะเดินหน้าได้เร็วขึ้น และจะทำให้กระบวนการเหล่านี้เข้มแข็งขึ้นก็เป็นเรื่องน่ายินดี



