ข่าว

ฐานอำนาจ"การเมืองแบบใหม่"

ฐานอำนาจ"การเมืองแบบใหม่"

06 ก.ย. 2553

ข่าวการย้ายพรรคของ "นักการเมือง" ที่ส่วนใหญ่จะมุ่งพุ่งตรงมายัง "พรรคภูมิใจไทย" เกิดกระแสดึงดูดจากเรื่อง "เงิน" เป็นสาเหตุใหญ่

เพราะดูจากคำให้สัมภาษณ์ของ "กรุง ศรีวิไล" หรือ นที สุทินเผือก กับ "จิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์" 2 ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ตัดสินใจย้าย ไม่เฉพาะสาเหตุเกิดอาการ "น้อยเนื้อต่ำใจ" นายใหญ่เท่านั้น

 แต่ต้องการนำงบประมาณลงไปในพื้นที่เลือกตั้งของตัวเองด้วย!

 ที่สำคัญก่อนการย้ายพรรคของ "กรุง" และ "จิรพันธ์" ได้มีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับ "เนวิน ชิดชอบ" และ "อนุทิน ชาญวีรกูล" 2 แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

 โดยเฉพาะ "กรุง" ถึงกับเอ่ยปากชื่นชม "เนวิน" ที่เป็นคนมีนิสัยใจนักเลงตรงไปตรงมา เมื่อเปรียบเทียบกับ "นายใหญ่" โอกาสที่จะพูดคุย "กรุง" เคยกล่าวทั้งน้ำตาว่า มีเวลาพูดคุยแค่ 3-4 วินาทีเท่านั้น ขนาดจะฝากของกินไปให้ก็ยังถูกกีดกัน

 ส่วนกระแสข่าวการซื้อตัวแพ็กคู่ 80 ล้านบาท "กรุง" บอกว่า เป็นการพูดอย่างไม่จริงจังในหมู่เพื่อนฝูง ไม่คิดว่าจะถูกนำมาเป็นประเด็นการเมือง

 มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ระยะหลัง "พรรคภูมิใจไทย" จะเปิดตัวส.ส.ที่ย้ายสังกัดมาเข้าพรรคส่วนใหญ่เป็น "ภาคกลาง"

 นั่นแสดงว่า "พรรคภูมิใจไทย" เริ่มเบนเป้าส.ส.ที่มุ่งเน้นในภาคอีสานมาเป็นภาคกลางแทน เพราะรู้ดีว่ากระแส "คนรักทักษิณ-คนเสื้อแดง" ในภาคอีสานย่านชนบทยังแรง ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่คิดย้ายพรรค หากย้ายพรรคย่อมเสี่ยงต่อการสอบตก

 นอกจากนี้ "พรรคภูมิใจไทย" เคยถูกส.ส.ต่างพรรคหลอกของบประมาณแลกกับการย้ายพรรค แต่พอได้งบประมาณลงพื้นที่แล้วก็ไม่ยอมย้ายพรรค แถมยังร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ "โสภณ ซารัมย์" รมว.คมนาคม อีกต่างหาก

 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ "แกนนำพรรคภูมิใจไทย" ตัดสินใจเปิดสนามการเมืองแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคกลาง

 โดยให้ความมั่นใจกับส.ส.ที่ย้ายเข้ามาใหม่ "ไม่สอบตก" หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นแบบเขตเดียวคนเดียว

 ซึ่งสอดคล้องกับ "คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ที่มี "สมบัติ ธำรงธัญวงศ์" อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ประธานคณะกรรมการ ที่มีข้อสรุปเบื้องต้นให้เป็นเขตเดียวคนเดียว

 ประกอบกับกระแสคนรักทักษิณ และคนเสื้อแดง ในภาคกลางไม่แรงเมื่อเทียบกับภาคอีสาน บวกกับการจัดตั้ง ย่อมทำให้ได้เปรียบ

 ดังนั้นกระแสข่าวการซื้อตัวเลขหลักเกือบ 100 ล้าน ถามว่าจะจ่ายเงินสดกันจริงๆ เลย "คงไม่มี"

 แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นรูปของงบประมาณลงพื้นที่ย่อมมีความเป็นไปได้ เพราะการเป็นส.ส.ฝ่ายรัฐบาลการประสานงานและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ย่อมสะดวกกว่าเป็นฝ่ายค้านแน่นอน

 ส่วนการจะ "รับเงิน" ในรูปแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการ "ซิกแซ็ก" ของนักการเมือง เพราะถ้ามีโครงการมาลงในพื้นที่ก็เป็นเรื่องของ "นักการเมือง" จะบริหารจัดการ ถือว่าได้ทั้งผลงานมาลงในพื้นที่, ถูกใจประชาชน เรียกว่ามีแต่ได้กับได้!

 จึงไม่แปลกที่จะเห็นว่างบประมาณประจำปี 2554 จะถูก "ฝ่ายค้าน" อภิปรายโจมตีในส่วนของกระทรวงมหาดไทยอย่างดุเดือด

 โดยเฉพาะในส่วนของ "กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น" ที่ฝ่ายค้านเห็นว่างบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจส่วนใหญ่จะกระจุกตัวเฉพาะในพื้นที่ของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น ไม่กระจายไปในพื้นที่ของฝ่ายค้านอย่างทั่วถึงทุกจังหวัด

 เพราะงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจตามโครงการที่องค์กรส่วนท้องถิ่นเสนอไม่มีรายละเอียดของโครงการ โดยให้แต่ละหน่วยงานเสนอมา ถือว่าเป็น "งบล่ำซำ" เพราะการอนุมัติขึ้นอยู่กับระดับนโยบายจะเป็นผู้พิจารณา

 ขณะที่ "กระทรวงมหาดไทย" ถูกมองว่า การโยกย้ายครั้งนี้ได้จัดวางคนไว้อย่างเป็นระบบ

 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้ตามมา โดยถูกมองว่าเป็นคนที่ผ่านการคัดเลือกจาก "โรงเรียนเน" มาแล้วทุกตำแหน่ง

 และยิ่งมองย้อนกลับไปดูการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ-ทหารครั้งนี้ เช่น พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน เป็น แม่ทัพภาคที่ 3 

 โดยเฉพาะ "พล.ท.คณิต" ที่เป็นสายบูรพาพยัคฆ์ และมีผลงานควบคุมเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองถึง 2 ครั้ง คือ เหตุการณ์เมษายนเลือด ปี 2552 และปี 2553

 พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร เป็น แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นรุ่นน้องสายบูรพาพยัคฆ์ ส่วน "พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร" เป็น แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.ต.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็น แม่ทัพภาคที่ 4

 ส่วนข้อสังเกตการแต่งตั้งนายตำรวจที่ใกล้ชิดกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่น กรณีแต่งตั้ง พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รอง ผบช.ส. ขึ้นเป็น ผบช.ภ.5 และเลื่อน พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

 จากรายชื่อที่กล่าวมา การเลือกตั้งครั้งหน้าบอกได้คำเดียวว่า ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเหนื่อย!

 สมถวิล เทพสวัสดิ์