ข่าว

"การเคลื่อนไหวของประชาชนจะทำให้รัฐบาลหันมามอง"

"การเคลื่อนไหวของประชาชนจะทำให้รัฐบาลหันมามอง"

06 ก.ย. 2553

การต่อต้านบริษัทเอกชนที่จะเข้ามาสำรวจน้ำมันในอ่าวไทย ด้าน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เรื่องนี้ไม่ได้ถูกจำกัดให้เป็นเพียงความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในท้องถิ่นโดยตรงเท่านั้น เนื่องจากมีหลายเครือข่ายทั้งในพื้นที่และจากต่างถิ่นได้ร่วมเคลื่อนไหวเป็นแนวร่วม

ขณะที่การต่อต้านของคนในพื้นที่และกลุ่มอนุรักษ์ก็มีภาพความเคลื่อนไหวที่เป็นไปในเชิงรุกทุกขณะ "คม ชัด ลึก" จับเข่าคุย  มนตรี เพชรขุ้ม นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อท่าทีในเรื่องนี้

ความเห็นต่อการขุดเจาะน้ำมันในแนวอ่าวไทยด้านเกาะสมุย เกาะพะงัน

มนตรี - ในฐานะที่เป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลอนุญาตให้มีการขุดเจาะสำรวจน้ำมันในอ่าวไทยทุกจุด โดยเฉพาะแนวพื้นที่ซึ่งใกล้กับเกาะสมุยและเกาะพะงัน เพราะระยะห่างจากเกาะดังกล่าวไม่มากนัก อันดับแรกพื้นที่บริเวณที่สำรวจจะเกิดการทำลายระบบนิเวศในทะเล ต้องได้รับความเสียหายจะมากหรือน้อยก็อยู่ที่วัสดุอุปกรณ์ อันดับที่สอง อาจไม่เกิดตอนนี้ก็จริง แต่หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นต้องกระทบเป็นระบบโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งเกาะสมุย และเกาะพะงัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่ขึ้นชื่อและรู้จักกันทั่วโลก รายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาลปีละหลายหมื่นล้านบาท นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนออกมาต่อต้าน

การขับเคลื่อนของภาคประชาชนจะสะท้อนท่าทีไปถึงรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน
มนตรี - ผมมั่นใจว่าหากพลังประชาชนขับเคลื่อนต่อเนื่องและเป็นระบบมีความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน รัฐบาลจะหันมามองและทบทวนการอนุมัติได้ อย่างกรณีที่การรวมตัวกันเคลื่อนไหวโดยการจับมือรอบเกาะสมุยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนจากหลายแขนงทั้งไทยและต่างประเทศร่วมนำเสนอข้อเท็จจริงก็สามารถสะท้อนได้พอสมควร นี่คือสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความต้องการของพลังประชาชนอย่างแท้จริงว่าไม่ต้องการให้มีการสำรวจน้ำมันในพื้นที่

 อบจ.ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมขับเคลื่อนอย่างไรบ้าง
มนตรี - อบจ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ และองค์กรเอกชนได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึงรัฐบาลเป็นระยะและจะทำต่อไป แม้ตอนนี้รัฐบาลจะนิ่งเฉยก็ตาม แต่จะไม่หยุดนิ่งในการให้การสนับสนุนพลังประชาชนต่อเนื่อง เพราะหากขุดเจาะสำรวจจริงโดยภาพรวมทุกคนในเกาะสมุยและพะงันจะเดือดร้อนกันไปหมด
ในอนาคตได้วางแผนไว้อย่างไรในการประสานกับรัฐบาล
มนตรี - อบจ.จะทำหนังสือในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและสะท้อนปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นให้ทราบให้ชัดเจน หากรัฐบาลเพิกเฉยอาจจะต้องเปลี่ยนยุทธวิธีในการขับเคลื่อน ซึ่งจะต้องใช้องค์กรเอกชนและพลังประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในการสะท้อนข้อเท็จจริงออกมาให้เห็นอย่างมีเหตุมีผล มีนักวิชาการเข้ามาให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อน

อบจ.จะร่วมขับเคลื่อนด้วย
มนตรี - แน่นอน อบจ.ร่วมขับเคลื่อนอยู่แล้ว พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ

หากเคลื่อนไหวแล้วไม่สำเร็จ จะทำอย่างไรต่อไป
มนตรี - ที่ทำได้คงต้องอาศัยพลังประชาชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงพลังให้มากที่สุด โดยที่ อบจ.พร้อมให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ แต่ต้องเป็นไปตามหลักการ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย  เชื่อว่าจากนี้ไปจะมีอีกหลายจังหวัดที่เคยได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลเข้ามาเป็นแนวร่วม