ข่าว

หนุนไฮสปีดเทรนเก็บค่าตั๋วเชิงพาณิชย์สคร.ยันจีนสนใจ

หนุนไฮสปีดเทรนเก็บค่าตั๋วเชิงพาณิชย์สคร.ยันจีนสนใจ

05 ก.ย. 2553

สคร.ยันจีนสนใจลงทุน 2 เส้นทางมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท เชื่อเดินหน้าได้เร็วไม่ติดขัดข้อกฎหมายร่วมทุนตั้งบริษัทถือหุ้นฝ่ายละ 50% ใช้เทคโนโลยีจีนและบริษัทจีนทั้งหมด ลั่นเก็บค่าตั๋วเชิงพาณิชย์ เชื่ออีก 2 สายเอกชนสนใจลงทุน

น.ส.สุภา ปิยะจิต ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่ากรอบการเจรจากับจีนเพื่อร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนั้น เบื้องต้นจีนตกลงใจร่วมลงทุน 2 เส้นทางคือ หนองคาย-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เท่านั้น เนื่องจากต้องการเชื่อมโยงตลาดมายังไทยและมาเลเซีย รวมมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งการร่วมทุนดังกล่าวเห็นว่าน่าจะดำเนินการได้เร็วโดยไม่ติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ทั้ง 2 ฝ่ายจะลงทุนในสัดส่วน 50 : 50 แต่หากมีข้อโต้แย้งด้านกฎหมายก็อาจใช้แนวทางให้คนกลางเข้ามาร่วมถือหุ้นด้วย 2% จึงเหลือไทยและจีนถือหุ้นฝ่ายละ 49% เท่ากัน เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้เร็ว

 ส่วนการลงทุนจะใช้เทคโนโลยีและบริษัทก่อสร้างจากจีนทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 2 ปี ส่วนพื้นที่ลงทุนระบบรางคู่เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงนั้นมีที่ดินของการรถไฟที่สามารถดำเนินการควบคู่ไปกับรางปกติได้อยู่แล้วเชื่อว่ารถไฟน่าจะพร้อมสนับสนุนโดยรางใหม่จะรองรับความเร็วของรถไฟฟ้าได้ 160-250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 "กรอบการร่วมทุนนั้นได้พิจารณารายละเอียดไว้แล้ว เหลือเพียงให้กระทรวงคมนาคมนำกรอบการเจรจากับจีนเข้า ครม.อีกครั้งจากนั้นก็น่าจะนำเสนอเข้าสู่สภาและลงนามในเอ็มโอยูได้ ส่วนการบริหารการเดินรถนั้นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและรัฐบาลไทยมีอำนาจในการกำหนดค่าโดยสาร โดยจะไม่เป็นลักษณะของการอุดหนุนจากภาครัฐเพื่อให้ตั๋วมีราคาถูกแต่จะเป็นการบริหารเชิงพาณิชย์ แต่จะมีการแบ่งอัตราค่าโดยสารเป็นชั้น 1 ชั้น 2" นางสุภากล่าวและว่า ต่อไปบริการระบบรางน่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนการเดินทางโดยรถ บขส.และเครื่องบินน่าจะลดลง รวมถึงรถบรรทุกสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน

 ส่วนการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนในการร่วมลงทุนแบบพีพีพีอีก 2 เส้นทาง คือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่และกรุงเทพฯ-ระยองนั้น สคร.จะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ และมองว่าเอกชนน่าจะให้ความสนใจเพราะรัฐจะให้แรงจูงใจที่ดี เช่น การให้สัมปทานบริหารการเดินรถยาว 50 ปี และให้คิดค่าโดยสารเชิงพาณิชย์ เป็นต้น