ข่าว

ห่วงบาทแข็งทำส่งออกพลาดเป้า"พรทิวา"เร่งแก้ปัญหา-หนุนช่วยเอสเอ็มอี

ห่วงบาทแข็งทำส่งออกพลาดเป้า"พรทิวา"เร่งแก้ปัญหา-หนุนช่วยเอสเอ็มอี

06 ก.ย. 2553

"พรทิวา" รับห่วงเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง กระทบส่งออกอาจพลาดเป้าทั้งปีที่ 20% เตรียมถก "กรณ์" วันอังคารที่ 7 ก.ย.นี้ เสนอแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เบรก ธปท.ขึ้นดอกเบี้ย หวั่นเทียบเคียงบาทกับค่าเงินของประเทศไม่ใช่คู่แข่งทางการค้าอาจทำให้ผลการวิเคราะห์บิดเบือน พร้อม

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มกังวลกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ส่งออกบางรายมองว่าปีนี้เงินบาทอาจแข็งค่าถึง 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากค่าเงินบาทแข็งหลุดกรอบดังกล่าวไปได้ก็จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก อาจทำให้การส่งออกปีนี้เติบโตได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ได้คาดการณ์ไว้ ขยายตัวที่ 20% อย่างแน่นอน

 ดังนั้นวันอังคารที่ 7 กันยายนนี้ จะหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนและนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน แม้ว่าค่าเงินบาทในขณะนี้จะยังไม่แข็งที่ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่ในการทำธุรกิจการค้า ส่งออกเป็นการทำการค้าล่วงหน้าจึงต้องวางแผนแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้น

 รวมทั้งขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาผลกระทบด้านการส่งออกให้รอบด้าน เนื่องจากที่ผ่านมามักพูดกันว่าค่าเงินบาทแข็งขึ้นในทิศทางเดียวกับภูมิภาค และนำไปเทียบเคียงกับบางประเทศทั้งๆ ที่ประเทศนั้นไม่ใช่ประเทศผู้ส่งออกสินค้าซึ่งเป็นคู่แข่งด้านการส่งออกของไทย ทำให้ผลการวิเคราะห์บิดเบือนและไม่สะท้อนปัญหาแท้จริงที่เกิดขึ้น

 "นอกจากนี้ จะประสานผ่านทาง รมว.คลังให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายด้วยความระมัดวัง โดยอาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และต้องเร่งเข้าไปตรวสอบสาเหตุของปัญหาค่าเงินบาทอย่างเร่งด่วน หากพบว่าเกิดจากการเก็งกำไร ควรออกมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป" นางพรทิวากล่าว

 นางพรทิวากล่าวอีกว่า จะขอให้กระทรวงการคลังหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ส่งออกขนาดกลางและขนาดเล็ก เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินบาทด้วย โดยอาจจะประสานไปยังธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ให้เข้ามาช่วยเหลือด้านคำแนะนำ หรือการนำเสนอบริการทางการเงินเกี่ยวกับการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าราคาถูกให้กับผู้ส่งออกเอสเอ็มอีต่อไป

 รวมถึงพิจารณาแนวทางการให้สินเชื่อเพื่อนำไปใช้หมุนเวียนในกิจการช่วงก่อนส่งออกเป็น 2 สกุลเงินคือ ดอลลาร์สหรัฐ หรือบาท โดยผู้ส่งออกไม่ต้องซื้อวัตถุดิบในการผลิต หรือขายสินค้า โดยการใช้วิธีแลกเงินกลับไป กลับมาระหว่างบาทกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่ผู้ส่งออกได้อีกวิธีหนึ่ง