
ธุรกิจบริหารอาคารเฟื้องเกาะเทรนด์อาคารสีเขียว
BMAM EXPO ASIA 2010 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่ปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กันยายน 2553 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนา อิมแพ็ค เมืองทองธานี และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 3,500 คน
งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมสัมมนาด้านการบำรุงรักษาอาคารและการบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร แห่งเอเชีย 2010 งานแสดงสินค้าประจำปีที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 รวบรวมสินค้าและอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด, แผนการบริหารและแก้ไขปัญหา, นวัตกรรมทางเทคโนโลยีแบบใหม่, เจ้าของธุรกิจและอาคารโรงงาน, นักวางแผนและพัฒนาธุรกิจ, วิศวกร, เจ้าของที่ดิน และรวมไปถึงการรวมตัวกันของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรม จากบริษัทชั้นนำจากทั่วภูมิภาคเอเชีย
BMAM EXPO ASIA 2010 เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่รวมไปถึงการจัดงานประชุมสัมมนาที่รวมผู้ ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมทางธุรกิจและการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มพูนความรู้และขยายเครือข่ายธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ให้มีประสิทธิภาพ โดยแบ่งปัน คิดวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับแนวโน้มของธุรกิจและความท้าทายในการบริหาร โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาและเทคโนโลยีแบบใหม่ การขยายเครือข่ายและสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจให้มากขึ้น
ทั้งนี้ผู้ชมงานประกอบด้วยผู้บริหารและผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เช่น สถาปนิก ผู้วางระบบ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจถึงข้อดีและประโยชน์ในการบำรุงรักษาอาคารและการบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร ที่นับวันจะยิ่งมีบทบาทในการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินมากขึ้น
เมื่อกระแสอาคาร "สีเขียว" มาแรง ก็ย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องนั้นดูสดใสตาม !!!
ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีอาคารสูงเข้ามาสู่ตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 425 อาคาร ส่วนที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมมี 244 อาคาร ทำให้มีอาคารสูงรวมเป็น 495 อาคาร และในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีอาคารคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จและเข้ามาสู่ตลาดอีก 105 อาคาร ส่วนใหญ่ต้องการใช้บริการบริษัทที่รับบริหารอาคาร
นางสุพิน มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึง ธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์-อาคาร มีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของอาคารก็หันให้บริษัทรับบริหารมาจัดการแทน เพื่อรักษาผู้เช่าหรือผู้อยู่อาศัยในอาคารเอาไว้ ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของอาคารให้สามารถปรับขึ้นราคาค่าเช่าได้
ปัจจุบันกลุ่มผู้เช่าที่เป็นบริษัทข้ามชาติได้ให้ความสำคัญต่ออาคารประหยัดพลังงาน หรืออาคารสีเขียวเป็นอย่างมาก เช่นในอเมริกาอาคารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน หรือที่เรียกว่า LEED ในสหรัฐอเมริกา จะได้รับค่าเช่าเพิ่มสูงถึง 10% ในขณะที่ประเทศไทยยังมีอาคารที่เป็นอาคารสีเขียวประเภทนี้น้อยมาก เพราะการพัฒนาอาคารดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น 20-30% ทำให้ไม่จูงใจในการลงทุน รัฐบาลควรกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ประกอบการที่สร้างอาคารสีเขียว เช่น การลดภาษี เป็นต้น
"ปาร์คเวนเชอร์-ดิ อีโคเพล็กซ์" โครงการระดับไฮเอนด์ ที่รวมไว้ทั้งอาคารสำนักงานเกรด พรีเมียม และโรงแรมหรู 5 ดาวชั้นนำของโลก ตรงมุมถนนเพลินจิต-วิทยุ ที่บริษัทประกาศเปิดตัวไป เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้งานก่อสร้างโครงการปาร์คเวนเชอร์โดยรวมรุดหน้าไปกว่า 30%
ขณะนี้งานโครงสร้างอาคารอยู่ประมาณชั้น 19 และได้เริ่มทำงานระบบภายในโครงการบางส่วนแล้ว รวมทั้งเริ่มการติดตั้งกระจกอนุรักษ์พลังงานบริเวณรอบอาคาร โดยตอนนี้อยู่ที่ชั้น 7-13 ทั้งนี้บริษัทได้ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อสั่งนำเข้ากระจกอนุรักษ์พลังงานคุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกา ที่เป็นกระจก 3 ชั้น แบบ Low E coating มีคุณสมบัติช่วยลดปริมาณเสียง แสงแดด และความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร จึงช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ โดยมีค่าการถ่ายเทความร้อน หรือค่า OTTV สูงถึง 30 วัตต์/ตร.ม. ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานกำหนดถึงร้อยละ 30 ทั้งนี้บริษัทคาดว่างานโครงสร้างพื้นที่ส่วนอาคารสำนักงานทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนปีนี้
นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยศักยภาพของทำเลโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีทางเชื่อมตรงจากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต และความโดดเด่นของโครงการที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับครบครัน ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะที่เน้นเพิ่มความสะดวกสบาย และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากที่สุด บริษัทจึงเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจอย่างมากจากนักธุรกิจและบริษัทชั้นนำ
‘ปาร์คเวนเชอร์-ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ’ โครงการอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียม และโรงแรมระดับ 5 ดาวชั้นนำ สูง 33 ชั้น มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 81,400 ตร.ม. เป็นอาคารรูปแบบใหม่ที่มีการออกแบบอันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการประนมมือไหว้ และดอกบัว สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันงดงาม หากแฝงด้วยความทันสมัยและมีระดับ พัฒนาภายใต้ปรัชญาการก่อสร้างที่ผสานนวัตกรรมการออกแบบซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย ผ่านความใส่ใจสิ่งแวดล้อม แบบ Eco Driven Building
โดยส่วนอาคารสำนักงานโครงการมีพื้นที่ประมาณ 27,000 ตร.ม. และคาดว่าส่วนนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2554 ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายพัฒนาโครงการปาร์คเวนเชอร์ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานระดับ “ฉลากทอง” จากกระทรวงการพลังงาน และการรับรองมาตรฐานด้านอาคารอนุรักษ์พลังงานจาก LEED (The Leadership in Energy and Environmental Design) ของสหรัฐอเมริกาอีกแห่ง เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ในปี 2554



