ข่าว

การต่อสู้ของป้าซู

การต่อสู้ของป้าซู

06 ก.ย. 2553

นางออง ซาน ซูจี ผู้นำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า เสนอต่อทนายความของเธอเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน ว่าควรยื่นฟ้องรัฐบาลทหารพม่า ฐานบีบบังคับให้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy-NLD)

ต้องยุบพรรค เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นางซูจีกล่าวด้วยว่า กฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่มีอคติทั้งต่อตัวเธอและต่อพรรค เนื่องเพราะรัฐบาลทหารพม่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 7 พฤศจิกายนปีนี้ หรือหนึ่งสัปดาห์ก่อนครบกำหนดโทษกักบริเวณในบ้าน 18  เดือนของนางซูจี ทั้งนี้กฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคม 2553 ได้ห้ามบุคคลที่กำลังต้องโทษจำคุกเป็นสมาชิกพรรค

 ปรากฎการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของนางออง ซาน ซูจี มีนัยสำคัญแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กับการต่อสู้ของผู้นำไทยที่อ้างประชาธิปไตย แต่ไม่มีเนื้อหาประชาธิปไตยเลย ไม่ว่าฝ่ายที่ต้องการคืนสู่อำนาจหรือฝ่ายที่ต้องการรักษาเพียงอำนาจ ถึงแม้การต่อสู้ยังไม่ได้รับชัยชนะ แต่ "คอว์ซู" หรือป้าซู ที่คนพม่านิยมเรียกนางออง ซาน ซูจี เพื่อแสดงถึงความเคารพนับถือ ก็ยังเป็นที่ยอมรับและเป็นเสมือนสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันแท้จริงของชาวพม่าตลอดมา นับจากที่เธอเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนมีนาคม 2531 และเริ่มต้นชีวิตการต่อสู้ทางการเมือง ท่ามกลางกระแสการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการของนายพลเนวิน ซึ่งปกครองพม่ามายาวนานถึง 26 ปี

 ในเดือนแรกที่นางออง ซาน ซูจี กลับบ้าน นักศึกษาได้รวมตัวกันขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหาร 41 คนถูกจับ และถูกควบคุมตัวในรถตำรวจอย่างแออัด ไม่แตกต่างไปจากการคุมตัวผู้ต้องหาที่ตากใบ สุดท้ายนักศึกษาเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากนั้นมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 สิงหาคม 2531 รัฐบาลใช้มาตรการกระชับพื้นที่ ยิงนักศึกษาและประชาชนตายไปจำนวนนับหมื่นคน วันที่ 26 สิงหาคม ปีเดียวกัน นางออง ซาน ซูจี ขึ้นปราศรัยต่อสาธารณะครั้งแรกบนเวทีชั่วคราวบริเวณเจดีย์ชเวดากอง ท่ามกลางคนฟังกว่า 5 แสนคน วันนั้นเธอเรียกร้องประชาธิปไตย ความปรองดอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างชนชาติพม่า และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศพม่า และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งพรรคเอ็นแอลดีในเวลาต่อมา

 เดือนพฤษภาคม 2533 พรรคเอ็นแอลดีได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้ง โดยได้ที่นั่งสูงถึง 392 จาก 485 ที่นั่ง แม้แต่ในเขตทหารหนาแน่น พรรคของนางออง ซาน ซูจี ก็ยังได้รับชัยชนะ แต่รัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถูกจับไปกว่า 40 คน สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคเอ็นแอลดีถูกกวาดล้างตั้งแต่วันนั้น ในห้วงระยะเวลาการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่านั้น การเมืองไทยก็พัฒนาจากประชาธิปไตยครึ่งใบในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาสู่ยุคประชาธิปไตยเต็มใบสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นการพัฒนาในจุดเริ่มที่เรียกว่าประชาธิปไตย มาสู่ยุคการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยแต่เพียงในนาม และอำนาจนิยมเท่านั้น