
เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
ช่วงนี้ชาวบ้านคงได้ยินเรื่องการปฏิรูปหนาหูขึ้นและการปฏิรูปมักจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น สำหรับชาวบ้านแล้วการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นทั้งเรื่องปากท้องและคุณภาพชี
การสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมน่าจะเป็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหรือไม่ ผมมองว่าในสายตาของชาวบ้านอะไรก็ได้ที่จะส่งผลให้เขาซื้อหาปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่ขัดสนและเหมาะสมกับเงินที่ต้องเสียไป รวมทั้งการเข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างสะดวกสบายพอสมควรแก่เหตุไม่ว่าจะเป็นการบริการทางการแพทย์เมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือได้ใช้บริการด้านการขนส่งคมนาคมเมื่อต้องการเดินทางในชีวิตประจำวัน รวมทั้งมีน้ำสะอาดไว้บริโภคหรือมีไฟฟ้าได้ใช้ในเวลากลางคืนที่สะดวกและเป็นธรรมกับราคาและการบริการ ก็น่าจะเป็นวิถีที่ยุติธรรมสำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว
หากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจะเกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า คงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ นักในสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในปัจจุบันซึ่งทุกคนคงจะทราบประเด็นนี้ดี เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันไม่เอื้อให้คนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ด้วยเหตุที่ว่าสภาพสังคมไทยขาดการมีส่วนร่วมของชาวบ้านมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการซึ่งถือว่าเป็นกลไกของรัฐในการนำนโยบายไปปฏิบัติยังขาดวิธีคิดและวิธีการทำงานที่นำเอาวิถีชีวิตชาวบ้านมาเป็นข้อมูลประกอบการทำงาน ผลที่เกิดขึ้นก็คือมีการทำงานตามระบบแต่เป็นสิ่งที่เกาไม่ถูกที่คัน ไม่ไปถึงสาเหตุและรายละเอียดของแต่ละเรื่อง
ส่วนชาวบ้านเองก็ไม่อาจเข้าถึงการทำงานของรัฐในระดับชั้นต่างๆ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาจึงยังไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ควรจะเป็นตามหลักประชาธิปไตย ส่วนใหญ่ที่ทำก็ทำกันอย่างมีรูปแบบและกระบวนการแต่เนื้อหาและสาระสำคัญยังไม่สมบูรณ์นัก
หากจะหันกลับมามองเรื่องของความยุติธรรมยิ่งต้องคิดให้มากว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และเป็นไปตามทิศทางไหนกันแน่จึงจะแก้ไขปัญหาได้จริง คงต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเรื่องนี้น่าจะยากกว่าเรื่องของปากท้องหรือปัจจัยสี่ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการแพทย์และการศึกษา ด้วยเพราะเหตุว่าที่มาที่ไปของระบบงานยุติธรรมของเราในยุคใหม่เกิดขึ้นและอิงกับระบบราชการเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาตัวบทกฎหมายซึ่งส่วนใหญ่แปลงร่างมาจากกฎหมายของต่างประเทศ ถ้าจะมองว่าโครงสร้างปัจจุบันเป็นอย่างไร คงได้คำตอบว่าโครงสร้างยังอิงอยู่กับการผูกขาดของระบบราชการไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ ศาล รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายในชีวิตประจำวัน หรือการจัดหาทนายความของรัฐให้แก่ประชาชนไม่ว่าเป็นเรื่องทางแพ่งหรือทางอาญา ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้คนราชการและเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้น
หากการพลิกเปลี่ยนให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการระบบงานยุติธรรมให้มากขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและให้เหมาะสมกับสภาพสังคมของประเทศเรา น่าจะเป็นอีกมุมหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะส่งผลให้คุณค่าของความยุติธรรมในสังคมไทยเปลี่ยนไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเมื่อชาวบ้านมีความรู้สึกเป็นเจ้าของระบบงานยุติธรรมของตัวเองเมื่อไหร่เห็นทีว่าความเป็นธรรมในสังคมจะอยู่ในสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป
ไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลง แต่นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ควรจะเป็น



