ข่าว

อภิสิทธิ์เล็งดึงจีนร่วมทุนพัฒนารถไฟไทย

อภิสิทธิ์เล็งดึงจีนร่วมทุนพัฒนารถไฟไทย

05 ก.ย. 2553

นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมงานวันชาติของไทย (Thailand Day) ในงานมหกรรมเอ็กซ์โปโลก พร้อมนั่งรถไฟความเร็วสูง คาดเสนอกรอบเจรจาความร่วมมือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเข้าครม.ภายใน 2 สัปดาห์

วันนี้ (5 ก.ย.) เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นครั้งที่ 84  โดยเป็นการบันทึกเทปรายการเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2553 ในระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมงานวันชาติของไทย (Thailand Day) ในงานมหกรรมเอ็กซ์โปโลก (The World Exposition Shanghai China 2010) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 4 - 5 กันยายน 2553 ผ่านระบบ Tele Presence ที่บริษัท ซิสโก้ นครเซี่ยงไฮ้มายังบริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้ 

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันอีกครั้งนะครับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ  สำหรับสัปดาห์นี้ผมมาบันทึกเทปเมื่อวันเสาร์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน  ผมเดินทางมาร่วมกับรัฐมนตรีหลายท่านนะครับ มาในงานที่ทางผู้จัดงาน World Expo ได้กำหนดให้วันนี้คือวันที่ 5 กันยายนนั้น เป็นวันที่ประเทศไทยเปรียบเสมือน เขาใช้คำว่า “วันชาติ” เพื่อที่จะมาเป็นพิธี จากการที่เราได้มาร่วมแสดงเป็นศาลาไทย และมีคนเข้ามาเยี่ยมชมมากมายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  ซึ่งในช่วงหลังของรายการจะได้มีการสนทนาพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงด้วย และนอกจากนั้นจะมีการเก็บบรรยากาศและการพูดคุยสนทนาวันที่ผมไปเยี่ยมชมบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งในช่วงประมาณปีเศษ ๆ ที่ผ่านมา สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงจากการที่อยู่ในภาวะขาดทุนเกือบ 20,000 ล้าน หรือกว่า 20,000 ล้านมาเป็นกำไร ปีนี้น่าจะเกิน 10,000 ล้านขึ้นไป ซึ่งก็เป็นการทำงานที่ต้องใช้ทั้งมืออาชีพและความเสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพนักงาน ก็เป็นกรณีตัวอย่างซึ่งผมอยากให้พี่น้องประชาชนได้มองเห็นว่าถ้าในองค์กรหนึ่งองค์กรใดทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันจริง ๆแล้วอาศัยความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหานั้น ก็จะสามารถนำมาสู่ความสำเร็จได้ แต่ก็จะมีสิ่งท้าทายกรณีของบริษัท การบินไทยฯ อีกหลายเรื่อง ซึ่งจะมีการสนทนากันในช่วงหลังของรายการนี้

เตรียมจัดทำกรอบเจรจาไทย-จีนในการร่วมมือสร้างรถไฟความเร็วสูง

สำหรับช่วงต้นผมคงจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ในการเล่าถึงงานในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากการเดินทางมาประเทศจีนที่มาร่วมในงาน World Expo แล้ว ผมได้พูดคุยกับทางทีมประเทศในประเทศจีน รวมไปถึงการพบปะกับชุมชนชาวไทย ส่วนหนึ่งเพราะว่าเรื่องของการเร่งความสัมพันธ์ทางด้านการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับจีนนั้น  ยังมีลู่ทางศักยภาพอีกมาก  ซึ่งได้มารับฟังปัญหาอุปสรรคในการทำงาน รวมทั้งแนวทางที่รัฐบาลจะได้มีการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน ต่อไป  ซึ่งนอกเหนือจากการพูดคุยกับทีมประเทศไทย ก่อนที่ผมเดินทางมาก็เป็นช่วงที่ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ และท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  พร้อมกับทางกระทรวงคมนาคม ได้เริ่มต้นหารือกันเพื่อจัดทำกรอบการเจรจาระหว่างไทยกับจีนในการที่จะร่วมมือกันในเรื่องของการสร้างรถไฟ  โดยใช้รางมาตรฐานและมีความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่ากรอบการเจรจานี้จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้น่าจะเป็นภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า และเสนอต่อรัฐสภาต่อไป  

ผมเดินทางมาครั้งนี้ออกจากสนามบินเดินทางเข้ามาในกรุงเซี่ยงไฮ้นั้น ก็ยังเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงที่นี่ ซึ่งที่นี่นั้นก็ไปไกลถึงขั้นที่วิ่งได้ถึง 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วสูงสุดช่วงที่ผมเดินทางเข้ามาจากสนามบิน ซึ่งเป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร และใช้เวลาประมาณ 7 นาทีเท่านั้นเองก็มาถึง ซึ่งแสดงออกถึงความพร้อมของประเทศจีนในหลาย ๆ ด้าน อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร ก็มีขั้นตอนตามกฎหมายที่เราจะต้องนำเสนอกรอบการเจรจาเข้าสู่คณะรัฐมนตรีและสภาฯ ต่อไป แต่ว่าทางการรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ก็ได้จัดเตรียมความพร้อมในประเด็นที่จะต้องมีการเจรจาหารือเอาไว้ เพื่อที่จะได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ปรับปรุงในเรื่องของระบบขนส่งคมนาคม โดยเฉพาะการขนส่งระบบรางที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ  

สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ และมีงานนโยบายหลายด้านที่ได้มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ในด้านเศรษฐกิจนั้นได้มีการประชุมครม.เศรษฐกิจ ทั้งที่เป็นการประชุมทางการ และการประชุมในวงเล็ก ติดตามปัญหาในเรื่องของราคาสินค้า ติดตามปัญหาในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งในช่วงที่สนทนากับพิธีรับเชิญคงจะได้มีการพูดคุยในเรื่องเหล่านี้ด้วย 

รัฐบาลดูแลห่วงใยคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มาบตาพุด

ส่วนในการประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีเรื่องของการออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนตามมาตรา 67 วรรค 2 ซึ่งจะไปพันกับเรื่องของมาบตาพุด อันนี้ก็เป็นไปตามมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับเนื่องจากยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ว่าการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ และคณะรัฐมนตรี นั้น ยังไม่ตรงกับข้อสรุปหรือข้อยุติของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่ได้มีการแต่งตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ ก็เป็นเรื่องจริงครับ แต่อยากจะเรียนว่าที่ไม่ตรงกันเสียทีเดียวนั้น ความจริงไม่ได้เป็นปัญหาในเรื่องของการที่คิดเห็นต่างกัน หรือจะไม่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการดูแลในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน และชุมชน กิจการบางกิจการที่ไม่ได้ประกาศออกไปจาก 18 กิจการ เช่น กรณีการสูบน้ำเกลือจากใต้ดิน ที่ไม่ได้ประกาศเพราะว่ารัฐบาลไปไกลกว่านั้นแล้วครับ คือว่าห้าม ประกอบการหรือทำกิจการอันนี้เป็นเด็ดขาด ไม่มีการอนุญาตเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องมาขออนุญาตและมาดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 เป็นต้น บางเรื่องเช่นที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเสนอมา เป็นเรื่องของการไปกำกับโดยตัวพื้นที่ด้วย เนื่องจากว่าตามการออกประกาศตามกฎหมายจะออกประกาศในลักษณะประกาศเป็นประเภทกิจการไม่ได้ แต่ก็มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ชัดเจนครับว่าการดำเนินโครงการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เช่น มรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ หรือพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ รวมถึงสิ่งก่อสร้างที่ลงไปในทะเล ในพื้นที่ที่เป็นการท่องเที่ยว อย่างนี้เป็นต้น กรณีเช่นนี้ทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ หรือคณะผู้ชำนาญการที่พิจารณารายงานผลวิเคราะห์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะสามารถประกาศเป็นพื้นที่ที่เพิ่มเติมได้ต่อไปในอนาคต เพื่อที่จะให้เข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 67 วรรค 2อย่างนี้เป็นต้น 

ส่วนกิจการอื่นๆ ที่ไม่ได้ประกาศบางกิจการเห็นว่าไม่น่าจะดำเนินการ เพราะว่าจะเป็นข้อจำกัดในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน เช่น กรณีของโครงการชลประทาน เพราะว่าโครงการชลประทานถ้าหากว่าทำตามมาตรา 67 วรรค 2 น่าจะเป็นภาระกับทางพื้นที่และพี่น้องประชาชนค่อนข้างมาก ในขณะที่กิจการที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนก็ดี  หรือการทำประตูระบายน้ำก็ดี หรือการผันน้ำก็ดี  การกำหนดให้ทำรายงานผลกระทบหรือผลวิเคราะห์ต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว กรณีของเขื่อนนั้นจะเป็นไปตามมาตรา 67 วรรค 2 ด้วย  ส่วนกรณีของการผันน้ำกับเรื่องของประตูระบายน้ำนั้นเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดให้ทำ EIA เลย เราก็เริ่มต้นจากการให้ทำรายงานผลกระทบ มีผลวิเคราะห์ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อน อย่างนี้เป็นต้น  ส่วนที่เหลือจะเป็นเรื่องของกิจการของเตาเผาขยะติดเชื้อ ซึ่งได้เคยพูดคุยไปก่อนหน้านี้ว่าปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัวกิจการเตาเผา แต่เป็นวิธีการของการกำจัดขยะติดเชื้อมากกว่า ซึ่งจะต้องทำงาน คือให้ทำ EIA หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของมาตรฐานทางด้านสาธารณสุข อย่างนี้เป็นต้น 

จริงอยู่ครับในรายละเอียดของบางกิจการที่ประเภทกิจการที่ประกาศอาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขขนาดของโครงการที่แตกต่างไปจากข้อยุติของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอยู่บ้าง แต่จริง ๆ แล้วถ้าจะยกตัวอย่างเทียบเคียงก็คือว่ากรณีที่ศาลปกครองได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องของโครงการต่าง ๆ ที่มาบตาพุด  พูดง่าย ๆ คือยกคำร้องไป 70 กว่าโครงการ  แต่ว่าที่จะต้องดำเนินการอยู่ 2 โครงการก็ขอเรียนได้ว่าถ้าเอาประกาศตามที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่ได้ข้อยุติมา มาใช้เป็นบรรทัดฐาน แทนที่จะเป็นประกาศหรือตามมติคณะรัฐมนตรี ก็ไม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เพราะว่าดูเหมือนจะมี 1 กิจการ ซึ่งถ้าตามประกาศของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะสามารถดำเนินการต่อไปได้เลย แต่ว่าพอเรามาเข้มงวดในเรื่องของเงื่อนไข หรือเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเงื่อนไข ศาลก็ได้มีการวินิจฉัยว่าจะต้องดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2  

เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ความมั่นใจว่าที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ และคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาไปนั้น ได้คำนึงถึงมาตรฐานสากล ได้ดูลงไปในรายละเอียดของเงื่อนไข และได้ยึดตามเจตนารมณ์ที่สะท้อนออกมาเป็นความห่วงใยของพี่น้องประชาชนผ่านคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอยู่แล้ว และงานในเรื่องของการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องที่มาบตาพุด มีเรื่องที่จะต้องเร่งทำต่อไป คือการศึกษาขีดความสามารถในการรองรับอุตสาหกรรมในภาพรวม ไปจนถึงโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณไป เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูล การเตือนภัย การป้องกัน ไปจนถึงเรื่องของโรงพยาบาล เรื่องของการกำจัดขยะ ซึ่งรัฐบาลจะได้เร่งรัดต่อไป

สั่งศธ.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงป้องกันเชิงรุกแก้ปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน

นอกจากเรื่องนี้นะครับมีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในความสนใจในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือปัญหาของเด็กนักเรียนที่ตีกัน และก็เกิดความรุนแรง จนกระทั่งนำไปสู่ความสูญเสียของบุคคลที่ไม่ได้ควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย อันนี้ก็ขอเรียนครับว่าทางรัฐบาลได้กำชับว่าเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนั้นขณะนี้ทางปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้ไประดมความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางตำรวจ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่จะทำงานในเชิงการป้องกันและทำงานในเชิงรุก และผมได้ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในมาตรการที่จะเสริมเข้าไปในวันอังคารที่จะถึงนี้ 

ปรับสถานภาพครูในศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นพนักงานราชการ

เรื่องอื่น ๆ ก็มีอีกเยอะนะครับ  แต่ว่าเวลามีจำกัดครับ อยากจะเรียนสั้น ๆ ว่ามีเรื่องหนึ่งซึ่งมีการร้องกันมามาก และนานพอสมควรคือกรณีของครูที่อยู่ในศูนย์เรียนรู้ชุมชนที่ต้องการปรับสถานภาพเป็นพนักงานราชการ ก็ขอเรียนว่าคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็ได้มีการอนุมัติเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราก็หวังว่าจะทำให้สถานภาพของบุคลากรเหล่านี้มีความมั่นคงมากขึ้น และจะเป็นบุคลากรที่สามารถที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของศูนย์เรียนรู้ชุมชน เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย วันนี้หมดเวลาในช่วงนี้แล้วนะครับ เดี๋ยวกลับมามีทั้งเรื่องของการสนทนาที่เกี่ยวข้องกับบริษัท การบินไทยฯ และการเดินทางมาประเทศจีนในครั้งนี้ครับ 

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีท่านผู้ชมครับ ผมกับรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์นะครับ ผมภัทร จึงกานต์กุล รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการประจำสัปดาห์นี้ครับ ก็ต้องเรียนท่านผู้ชมนะครับ ตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ฯ และคณะรัฐมนตรีมีการเดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อไปเตรียมแสดงความพร้อมจุดยืนของประเทศไทยในการจะอาสาเป็นเจ้าภาพการจัดงาน World Expo 2020 รวมถึงประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นตลอดสัปดาห์มากมาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง วันนี้รายการของเราเป็นการบันทึกเทป และก็เป็นการยิงสัญญาณตรงมาจากทางประเทศจีนเลยนะครับ วันนี้เราอยู่กับทั้งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านอิสสระ สมชัย อยู่กับเราทั้งสองท่านแล้ว สวัสดีครับทั้งสองท่านครับ

นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สวัสดีครับ

ผู้ดำเนินรายการ ขอเรียนถามทั้งสองท่านเลยนะครับ เริ่มต้นประเด็นที่ตอนนี้ไหน ๆ ทุกท่านก็อยู่ที่เมืองจีน ความพร้อมล่าสุดของการเตรียมประกาศตัวสำหรับเมืองไทยในการเป็นเจ้าภาพ World Expo 2020 นี้เป็นอย่างไรบ้างครับ

นายกรัฐมนตรี อยากจะขอเล่าให้ฟังอย่างนี้นะครับว่า ผมเดินทางมาครั้งนี้ก็เนื่องจากว่าการจัด Expo ปีนี้ของประเทศจีน (The World Exposition Shanghai China 2010) ก็จะมีการกำหนดวันที่จะให้แต่ละประเทศสามารถที่จะมาจัดงาน จะใช้คำว่าเหมือนกับเป็นวันชาติของแต่ละชาติ ซึ่งของประเทศไทยก็จะตรงกับวันที่ออกอากาศอยู่ในขณะนี้นะครับก็คือวันอาทิตย์ ซึ่งผมจะทำหน้าที่ในการที่จะมาเปิด เป็นประธานในพิธีเปิดงานนั้น ก็เลยถือโอกาสว่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติอยากจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัด Expo ในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็จะใช้โอกาสนี้ในการที่จะเกริ่นไว้ ส่วนรายละเอียดของการเสนอตัวนี้ยังจะต้องมีรายละเอียดอีกมาเพราะว่าเราจะต้องไปหาข้อยุติในเรื่องของสถานที่ที่ชัดเจน ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายทาง สสปน. ไปแล้ว ซึ่งก็จะได้ข้อยุติใน 7 เดือนข้างหน้า และคิดว่าในครึ่งปีแรกของปีหน้าก็จะสามารถที่จะยื่นเสนอตัวอย่างเป็นทางการได้ แต่อย่างน้อยที่สุดคือเราจะใช้โอกาสนี้ในการประกาศความสนใจในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพนะครับ ที่มาครั้งนี้ก็ท่านรัฐมนตรีอิสสระคงจะคุยในรายละเอียดได้ในเรื่องของการทำงานของเราโดยเฉพาะของศาลาไทย ซึ่งจนถึงวันนี้ก็มีผู้ที่มาเข้าชมมากกว่า 4 ล้านคนนะครับ ถือได้ว่าประมาณเกือบ 1 ใน 10 ของทุกคนที่มางาน World Expo ก็มาศาลาไทยของเรา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และก็การที่เราให้ความสำคัญกับงานนี้ก็เป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน และวันนี้ผมเดินทางเพิ่งมาถึง ก็พบปะพูดคุยกับทีมประเทศไทย เพื่อที่จะได้พูดถึงเรื่องของอนาคตความสัมพันธ์ทางด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ที่จะต้องมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และก็คิดว่าเรามีลู่ทางและโอกาสอีกมากในภาวะที่จีนเอง ทุกคนทราบดีว่ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็วครับ

ผู้ดำเนินรายการ ถ้าเกิดดูความพร้อมของไทยในแง่การที่จะอาสาเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo นี้ เห็นบอกว่ามีคู่แข่งที่อยากจะเสนอตัวเข้ามาก็เยอะเหมือนกัน ไทยเราดูศักยภาพทุกด้านแล้วเทียบกับประเทศต่าง ๆ นี้เราพร้อมกว่าเขาแค่ไหนอย่างไรในปัจจุบันครับ

นายกรัฐมนตรี เรากำลังพูดถึงการจัดงานในอีก 10 ปีข้างหน้านะครับ เพราะฉะนั้นในอีก 10 ปีข้างหน้าต้องมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น การดูความพร้อม เขาก็จะต้องดูเรื่องสถานที่ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และเรื่องของข้อเสนอเกี่ยวกับแนวคิดของการจัดงาน ซึ่งกรณีของประเทศไทยผมคิดว่าเรามีภาพที่ชัดเจนว่าขณะนี้เราเป็นเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อนข้างรวดเร็ว กำลังมีการลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องการขนส่ง คมนาคม ค่อนข้างจะมากนะครับ และก็เมืองที่ขณะนี้เราพิจารณาอยู่ไม่ว่าจะเป็นชลบุรี อยุธยา หรือเชียงใหม่ ก็มีความน่าสนใจ ความดึงดูดอยู่ และแนวคิดที่เราจะนำเสนอนี้ก็จะเป็นเรื่องของความสมดุลและความยั่งยืน ซึ่งเราก็มั่นใจว่าแนวคิดนี้ในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ยังคงเป็นแนวคิดที่จะสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก อยู่ในความสนใจของประชาคมทั่วโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยู่ในช่วงของการพัฒนาเหล่านี้ การได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมงานครั้งนี้ก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวหลายสิ่งหลายอย่างกลับไปนะครับ เพราะว่าการจัดของจีนก็ต้องถือว่าเป็นการจัดที่ยิ่งใหญ่มาก ของเขาเอง 6 เดือนตั้งเป้าว่าจะมีคนเข้าชม 70 ล้านคน เรากำลังพูดถึงการจัดงานที่มีคนไปมากที่สุดนะครับ คือถ้าเทียบกันแล้วไม่น่าจะมีงานใหญ่ไหนที่จะมีคนเข้าไปเยี่ยมชมมาก

ผู้ดำเนินรายการ ฟุตบอลโลก โอลิมปิก ยังไม่เท่าเลย

นายกรัฐมนตรี เรื่องโอลิมปิกมันก็เป็นช่วงของมัน แต่นี้เราพูดถึงการจัดถึงครึ่งปีนะครับ และพื้นที่ที่ใช้ก็กว้างใหญ่มากทีเดียวครับ

ผู้ดำเนินรายการ ต่างชาติเขาตื่นเต้นไหมครับพอทราบว่าไทยอยากจะอาสาขอเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน

นายกรัฐมนตรี ตอนนี้ยังเร็วเกินไปครับเพราะว่ามันยังไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีการเสนอเป็นทางการ การเสนอตัวเป็นทางการจะเริ่มต้นปีหน้า เพียงแต่ว่าหลายเมืองขณะนี้ก็เริ่มประกาศความสนใจ เราก็ใช้โอกาสในการเดินทางมาครั้งนี้ที่จะเริ่มต้นกระบวนการของเราครับ

ผู้ดำเนินรายการ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเรียนถามทางท่านรัฐมนตรี พม. บ้างนะครับ ท่านอิสสระ ว่าในแง่ในมุมของทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในความเป็นคนไทยที่ช่วยทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้จริง เราได้เป็นเจ้าภาพในปี 2020 นี้ความพร้อมของเรา ณ ปัจจุบัน และมองไปในอนาคต ศักยภาพนี้เรามีพร้อมแค่ไหน อย่างไรครับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมก็พูดความพร้อมในการที่จะจัดในปี 2020 นะครับว่า คงจะต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมมากพอสมควรนะครับ เพราะว่าประสบการณ์จากการจัดครั้งนี้ก็ใช้เตรียมความพร้อมเป็นปีนะครับ เฉพาะศาลาไทยอันเดียวนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ เฉพาะงานครั้งนี้ 2010 นะครับ เราเตรียมกันมาเป็นปี ๆ เลย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมเตรียมงานล่วงหน้ามาเป็นปีนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ และเฉพาะในส่วนของประเทศไทยเราด้วยนะ เป็นปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเราได้รับมอบพื้นที่ในการจัดงานเพียง 2 ไร่ ซึ่งทางเจ้าภาพเขามอบให้เรา ผมก็มาดำเนินการรับมอบที่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 52 นะครับ และก็ดำเนินการก่อสร้างอะไรต่าง ๆ และในขณะเดียวกันประเทศที่มาร่วมจัดงานทั้งหมด 192 ประเทศ แล้วก็มีองค์กรเอกชนอีก 50 แห่งมาร่วมจัดงานในครั้งนี้ครับ เพราะฉะนั้นพื้นที่ในการใช้จัดงาน Expo เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ ทั้งหมด 3,300 ไร่ เพราะฉะนั้นประสบการณ์จากที่เรามาร่วมการจัดงานครั้งนี้ คงจะต้องนำไปเป็นข้อมูลสำหรับเตรียมในการจัดงานของเราต่อไป สำหรับศาลาไทยก็เรียนให้ทราบนะครับที่เรามาจัดครั้งนี้ ได้รับความนิยมอยู่ในระดับสูงสุดนะครับ ติด 1 ใน 7 มาตลอดตั้งแต่วันเปิดงานมาเลย จำนวนผู้เข้าชมงานทั้งหมดศาลาไทยเดี๋ยวนี้ 4,300,000 เราตั้งเป้าไว้ว่าจะได้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมศาลาไทยนั้น 10 เปอร์เซ็นต์ของคนเข้ามาดูทั้งหมดกว่า 17 ล้านคน คิดว่าเป้านี้คงจะทำได้ครับ

ผู้ดำเนินรายการ ทีนี้ประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงกันมากคืองบประมาณที่ใช้ เพราะว่าอย่างถ้าเกิดเป็นเฉพาะศาลาไทย แค่ 2 ไร่อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอก ก็มีงบประมาณหนึ่งน่าจะจัดได้ แต่ว่า 10 ปีข้างหน้าเราจะเป็นเจ้าภาพทั้งงาน งบประมาณที่ใช้มันต้องเท่าไร และเรามีความพร้อมสำหรับงบประมาณเงินก้อนนี้ขนาดไหนอย่างไรครับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าพูดถึงเรื่องงบประมาณนะครับ ขอเรียนให้ทราบเฉพาะศาลาไทยที่เราทำอยู่เวลานี้นะครับ ใช้งบประมาณทั้งหมด 590 ล้าน นี่เริ่มตั้งแต่วางรากฐานเสาเข็มอะไรขึ้นมาเลยนะครับ จนกระทั่งเสร็จงานและรวมทั้งค่ารื้อถอนด้วย แต่ที่เขาจัดงานที่เซี่ยงไฮ้ Expo เจ้าภาพ ในภาพรวมทั้งหมดนะครับเป็นจำนวนเงินรู้สึก 1.4 หรือ 1.5 ล้านล้านบาทนะครับ ค่อนข้างจะมากนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ เกือบ ๆ งบประมาณรายจ่ายประจำปีเราเลยครับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ที่เราจะจัดที่กรุงเทพฯ นั้นผมคิดว่าเรื่องเงินก็เป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องมาเตรียมพร้อมเหมือนกันครับ

ผู้ดำเนินรายการ ก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันหารือกันต่อไปนะครับ

นายกรัฐมนตรี อยากให้เห็นภาพอย่างนี้นะครับว่าการที่จะวางแผนในการจัดงาน มันคงไม่ใช่งานนิทรรศการเล็ก ๆ ที่จะต้องเลิกรากันไป เรากำลังคิดถึงเรื่องของการพัฒนาบางพื้นที่ควบคู่ไปกับการจัดงาน เพราะว่าสิ่งที่มันเป็นมาตรฐานที่เขากำหนดเอาไว้นี้ มันมีเรื่องของระบบขนส่งมวลชน ที่จะต้องสามารถที่จะนำคนเข้าไปชมงานได้ เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงเงินลงทุนนี้ มันจะมีทั้งในส่วนที่อาจจะเป็นการจัดงานเป็นการเฉพาะ บวกกับเรื่องของการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างนี้ หรือแม้กระทั่งบางส่วนของงานนี้ อาจจะสามารถเก็บไว้ใช้ประโยชน์เป็นการถาวรได้อีก เหมือนกับของจีนนี้ก็จะมีในส่วนของเขาที่เขาเก็บไว้เป็นอาคารถาวร แต่ว่าบางส่วนก็จะรื้อทิ้งไปเมื่องานเสร็จ อย่างนี้เป็นต้น

ผู้ดำเนินรายการ แต่อยากให้ส่วนใหญ่สามารถต่อยอดต่อได้ ถูกไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ๆ และก็พื้นที่ที่จะกำหนดก็คงจะต้องมีความชัดเจนเหมือนกันว่า ก่อนและระหว่างการจัดงาน หลังการจัดงาน จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ 7 เดือนข้างหน้าเป็นงานหนักที่จะต้องได้ข้อสรุปตรงนี้มา

ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งก็หวังใจว่าถ้าเศรษฐกิจไทยจากนี้ไปอีก 10 ปีเติบโต ฟื้นตัวแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง เราน่าจะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร ในการหาซึ่งงบประมาณในการมาจัดงาน ประเด็นตอนนี้ที่หลายคนเป็นห่วงกันอยู่คือเรื่องของทิศทางค่าเงินบาทตอนนี้ครับท่านนายกฯ หลายคนบอกว่าแข็งค่าเหลือเกิน และก็ภาคส่งออกซึ่งเป็นพระเอกสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตตอนนี้เริ่มมีเสียงบ่นกันดังขึ้นมาเรื่อย ๆ แว่วว่าอาจจะแตะขึ้นไปถึง 30 บาทต่อดอลลาร์ฯ เตรียมรับมือเรื่องนี้อย่างไรครับตอนนี้

นายกรัฐมนตรี เดี๋ยวจะกระโดดเร็วเกินไปนะครับ ระยะกลางระยะยาวนี้ผมคิดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจขณะนี้เป็นที่น่าพอใจนะครับ ตรงที่ว่าค่อนข้างที่จะมีเสถียรภาพนะครับ ก็มีความหลากหลายในแง่ของตัวที่มารองรับการขยายตัว คือส่งออกนี้เป็นพระเอกมาระยะหนึ่ง แต่ขณะนี้การบริโภคภายในประเทศก็ดี การลงทุนของภาคเอกชนก็เริ่มกลับมา ขณะเดียวกัน 2 - 3 ปีข้างหน้า รัฐบาลยังทำหน้าที่ในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานตามแนวคิดไทยเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นระยะกลาง ระยะยาว ผมยังมั่นใจนะครับ และก็ในส่วนของการจัดเก็บรายได้ก็พูดกันมามากนะครับในช่วงการอภิปรายงบประมาณว่า ขณะนี้ก็เกินเป้า และเราจะกลับสู่ภาวะที่ค่อนข้างจะเป็นปกติทางด้านการเงินการคลังได้ก่อนที่มีการวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ในช่วงที่วิกฤตเกิดขึ้นใหม่ ๆ ทีนี้เรื่องค่าเงินนี้ ผมมองว่ามันก็เป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ นะครับ เพราะว่าเราอยู่ในระบบอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งมีการลอยตัว มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ปัญหาขณะนี้ผมอยากจะบอกอย่างนี้ว่า เราอยู่ในเมืองไทยเรามองว่าเป็นปัญหาค่าเงินบาท แต่จริง ๆ แล้วค่าเงินในภูมิภาคมันเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันนะครับ ถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็บอกเป็นปัญหาของค่าเงินดอลลาร์ ค่าเงินยูโร ที่อ่อนตัวลง เพราะว่าปัญหาเกิดขึ้นจากทางนั้นมากกว่า พอตรงนี้จริง ๆ แล้วผลกระทบในเชิงขีดความสามารถการแข่งขันของการส่งออก พูดถึงว่าราคาสินค้าไทยเปรียบเทียบกับราคาสินค้าประเทศอื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งขันโดยเฉพาะในภูมิภาคเดียวกันนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ปัญหาเกิดจากผู้ส่งออกก็ตรงที่ว่าขายของแล้วได้เงินกลับคืนมาเป็นเงินบาทน้อยลง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถึงบอกว่าเราอาจจะต้องระมัดระวัง ถ้าเราไปมองปัญหาค่าเงินบาทว่าเป็นเรื่องของการที่จะไปเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนนี้มันคงไม่ใช่ แต่ถ้าเราคิดว่าจำเป็นจะต้องมีมาตรการที่จะช่วยเหลือในแง่ของรายได้ของผู้ส่งออกซึ่งต้องแยกอีกนะครับว่าเป็นผู้ส่งออกซึ่งใช้วัตถุดิบที่นำเข้ามาเยอะ ๆ นี้ก็ไม่กระทบเท่าไร เพราะว่าเวลาค่าเงินแข็งนี้ต้นทุนเขาลดลงไปด้วย แต่คนที่จะกระทบมากก็คือคนที่ส่งออกโดยใช้วัตถุดิบที่อยู่ภายในประเทศเป็นหลัก ตรงนี้อาจจะต้องดูว่าเขาได้รับผลกระทบกระเทือนมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่ดูในขณะนี้แนวโน้มการส่งออกในเชิงปริมาณนี้ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันค่าเงินเราก็ต้องยอมรับว่า ถ้ามันเป็นการเคลื่อนไหวตามพื้นฐาน ปัจจัยพื้นฐานเราคงไปฝืนมันไม่ได้ สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะคอยทำก็คือจะเข้าไปบริหารจัดการไม่ให้มันผันผวนมากเกินไป

ผู้ดำเนินรายการ แทรกแซงเป็นบางครั้ง

นายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของเร็วหรือแรงเกินไป กับสอง ที่ได้คุยกันเป็นการภายในในวงเล็กที่เรียก ครม.เศรษฐกิจเล็กที่ผมนัดมาวันก่อนนี้ ก็คือว่าให้เขาจับตาดูว่าถ้ามันมีการเคลื่อนไหวของเงินทุน ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของปัจจัยพื้นฐาน คือเข้ามาในลักษณะเก็งกำไรนี้ ก็ต้องดู ถ้ามีตัวนี้มาก ๆ ก็ต้องมีมาตรการในการที่จะจัดการ

ผู้ดำเนินรายการ ที่นี้ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านไม่รู้เรื่องอะไรนี้ถามมานี้ เงินบาทแข็งค่าหรือภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นช่วงนี้ หลายคนบอกว่าข้าวของราคาจะแพงขึ้นหรือเปล่าครับท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี ที่จริงแล้วถ้าเงินบาทแข็งตัวขึ้นนะครับ น้ำมันจะต้องถูกลง ถูกไหมครับ เพราะเรานำเข้าน้ำมันมา พอแปลงมาเป็นเงินบาทมันก็จะถูกลง อันนี้จะเป็นตัวช่วยตัวหนึ่ง และก็จะมีต้นทุนหลายตัวที่เรานำเข้าจากต่างประเทศ ก็จะลดแรงกดดันลง แต่ว่าข้าวของที่อาจจะแพงขึ้นตอนนี้มันมีสองสาเหตุ สาเหตุหนึ่งก็คือพอเศรษฐกิจฟื้นตัว แน่นอนพอเศรษฐกิจดีนี้ ความขาดแคลนในเรื่องต่าง ๆ ก็จะมีมากขึ้น การผลิตอาจจะตามไม่ทันความต้องการ อันนี้ก็จะเป็นแรงกดดันแรงหนึ่ง ประการที่สองก็จะมีเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ขอความร่วมมือกับภาคเอกชนเอาไว้ ว่าช่วงที่พี่น้องประชาชนยากลำบากนี้ เขาบอกต้นทุนเขาขึ้น เขาอยากจะขอขึ้นราคาสินค้า เราขอความร่วมมือเขาไว้

ผู้ดำเนินรายการ ตรึงไว้ก่อนได้ไหม

นายกรัฐมนตรี ซึ่งมันจะสิ้นสุดลงปลายเดือนนี้ แต่ว่าผมได้ประชุมครม.เศรษฐกิจ เป็นห่วงเรื่องนี้ ก็ได้ดูครับ และพบว่าขณะนี้ก็ยังไม่มีคำขอเข้ามานะครับว่าจะขอปรับราคาสินค้าขึ้น เพราะว่าในสินค้าหลาย ๆ ตัวโดยปัจจัยทางต้นทุนบ้าง การแข่งขันบ้าง อาจจะยังไม่ค่อยมีการขยับที่จะขึ้นราคามากนัก แต่ก็ได้กำชับว่ากลไกการดูแลราคาสินค้าของพี่น้องประชาชนต้องปรับปรุงมากขึ้นไปอีกนะครับ เช่น การเผยแพร่ราคาที่ควรจะเป็นที่เรียกราคาแนะนำ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องคำนวณตลอดเวลา และก็ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในทุกพื้นที่ ให้ไปดูในประเด็นอย่างเช่นว่า ในบางสถานที่จะมีการขายของราคาแพงกว่าข้างนอก ผมก็ยกตัวอย่างกรณีศูนย์ราชการ ที่มีเสียงบ่นมาว่าราคาอาหาร น้ำดื่ม แพงหรือเปล่า เพราะอะไร ก็ให้ไปดูเป็นพื้นที่ ๆ ไปด้วยนะครับ พร้อม ๆ กันไปนั้น การดูแลว่าไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบในสินค้าต่าง ๆ อันนี้เป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ซึ่งก็ได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกัน ผมก็จับตาดูอยู่ครับ ได้ข่าวว่าคือที่เป็นห่วงจะเป็นพวกอาหารสัตว์ อย่างเช่น อาหารปลา มีข่าวว่าอาจจะมีการขยับขึ้นนี้ผมก็ได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์รีบเข้าไปดู เพราะว่าถ้าต้นทุนตรงนี้ขึ้น อีกไม่กี่เดือนก็จะมากระทบกับพี่น้องประชาชน แต่ว่าบางอย่างก็เริ่มคลายตัวไปนะครับ ดีขึ้น ช่วงก่อนหน้านี้ช่วงที่แล้งมาก ๆ ผักจะแพงเป็นพิเศษ ตอนนี้ก็อยู่ในภาวะที่เรียกว่าเริ่มคลายปัญหานี้ไปบางแล้ว

ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับ ถ้าอย่างนั้นจากประเด็นเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตทั้งสองท่านตัดมาเป็นประเด็นเรื่องการเมืองเลยนะครับ สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องร้อน ๆ เกี่ยวกับการเมืองหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ ทั้งที่สถานีโทรทัศน์ NBT ที่คิงพาวเวอร์ แล้วก็มีประเด็นที่ทางพรรคเพื่อไทย ทางฝ่ายค้านเอง ก็ยื่นข้อเสนอที่จะเป็นแนวทางปรองดอง 5 ข้อกับทางพรรครัฐบาล รวมถึงประเด็นล่าสุดวันนี้เองนะครับวันเส