ข่าว

หนูน้อยขวบเศษถูกทำร้ายตับแตกตายปริศนา

หนูน้อยขวบเศษถูกทำร้ายตับแตกตายปริศนา

04 ก.ย. 2553

หนูน้อยวัยขวบเศษนอนตายปริศนา แพทย์ตรวจพบถูกทำร้ายจนตับแตก ตร.พุ่งเป้าพี่เลี้ยงและกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมโต๊ะสนุ๊กข้างบ้าน

(4ก.ย.) เวลา 00.45 น. ร.ต.ท.วรเศรษฐ์ ศรีใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพ รพ.สามพรานว่า มีเด็กหญิงอายุ 1 . 1 ปี ถูกนำส่งรพ.สามพรานและเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ขอให้เดินทางมาร่วมชันสูตรศพด้วย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปยังรพ.สามพราน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย สุดประเสริฐ รอง ผกกก.สส.สภ.สามพราน เพื่อร่วมชันสูตรศพ

 จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ ด.ญ.เชอร์รี่ สัญชาติพม่า อายุ 1 ปี 1 เดือน บุตรสาวของนายส้ม สัญชาติพม่า อายุ 32 ปีและนางโช สัญชาติพม่า อายุ 23 ปี อยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ม. 2 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม คนงานของบริษัทลีวิวัฒน์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการทอผ้า ตรวจสอบสภาพศพตามร่างกายไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อทำการชันสูตรศพหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป

 ล่าสุดเวลา 16.00 น. นายส้มพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยพรานพิทักษ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้เดินทางไปรับศพ ด.ญ.เชอร์รี่ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อนำกลับมาทำพิธีตามประเพณีที่วัดบางช้างเหนือ อ.สามพราน จ.นครปฐม และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดของแพทย์ ได้ออกใบรับรองการตายของ ด.ญ.เชอร์รี่ ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย โดยถูกกระแทกอย่างแรงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านซ้าย จนเป็นเหตุให้ตับแตก เสียชีวิตดังกล่าว

 นายส้ม อายุ 32 ปี บิดาของเด็กหญิงเชอร์รี่ เล่าว่า ตนและนางโช ภรรยาเป็นชาวพม่า หลังจากเข้ามาอยู่ในเมืองไทยก็ได้มารับจ้างเป็นคนงานในโรงงานลีวิวัฒน์ จนกระทั่งนางโช ภรรยาตั้งครรภ์และคลอดน้องเชอร์รี่บุตรสาวออกมา จากนั้นนางโชก็เลี้ยงดูน้องเชอร์รี่จนแข็งแรง แต่ด้วยความที่ต้องทำงานหาเงิน จึงได้นำน้องเชอร์รี่วัยเพียง 1 ปี 1 เดือนไปฝากนางปนัดฐา หรือติ๊ก เต็มจิ๋ว อายุ 23 ปี ซึ่งอยู่บ้านใกล้ ๆ กันเลี้ยงโดยจ่ายค่าจ้างเลี้ยงวันละ 80 บาท และจะกลับมารับบุตรสาวเวลา 17 . 00 น.ของทุกวันแต่ถ้าวันไหนทำงานพิเศษ(ทำโอ) ก็จะมารับเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งเป็นเช่นนี้เรื่อยมา จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ ตนก็นำน้องเชอร์รี่มาฝากนางสาวปนัดฐา หรือติ๊ก ตั้งแต่ 07 . 00 น.และมารับในช่วง 20 . 00 น. แต่เมื่อมาถึงบ้านนางสาวปนัดฐา หรือติ๊ก ก็พบว่าน้องเชอร์รี่ ซึ่งเป็นบุตรสาวถูกนำตัวส่งรพ.สามพรานแล้ว ตนจึงได้ตามมาและต้องตกใจเมื่อจู่ ๆ บุตรสาวของตนก็มาเสียชีวิตโดยไม่ทราบว่าใครทำร้าย ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมาน้องเชอร์รี่ก็ยังร่าเริงเป็นปกติอยู่ไม่คิดว่าจะมาถูกทำร้ายจนเสียชีวิตดังกล่าว

 นางสาวปนัดฐา หรือติ๊ก พี่เลี้ยงเด็ก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนปล่อยให้น้องเชอร์รี่วิ่งเล่นอยู่บริเวณบ้านกับหลาน ๆ อีก 2 คน จากนั้นตนก็ได้เข้าห้องน้ำ และเมื่อออกมาจากห้องน้ำก็มาพบน้องเชอร์รี่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ด้วยความตกใจตนจึงได้อุ้มน้องเชอรรี่ขึ้นมาแล้วนำส่งรพ.สามพราน ไม่คิดว่าน้องเชอร์รี่จะมาเสียชีวิต เพราะก่อนเข้าห้องน้ำน้องเชอร์รี่ก็ยังเป็นปกติดี ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกว่าน้องเชอร์รี่จะเสียชีวิตเลย

 ร.ต.ท.วรเศรษฐ์ ศรีใหม่ พนักงานสอบสวนสภ.สามพราน กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวปนัดฐา หรือติ๊ก พี่เลี้ยงพบว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่ติดกับโต๊ะสนุ๊กและเป็นที่มั่วสุมของเด็กวัยรุ่น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าน้องเชอร์รี่ที่เสียชีวิตอาจจะถูกวัยรุ่นที่ผ่านไปผ่านมาหรือมานั่งเล่นสนุ๊กทำร้ายจนเสียชีวิตก็เป็นได้ เพราะบริเวณบ้านหลังกล่าวถึงแม้จะมีรั้วไม้เตี้ย ๆ กั้นอยู่แต่เด็กตัวเล็ก ๆ อาจจะรอดออกไปได้ ซึ่งเบื้องต้นนั้นก็คงต้องทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงก่อนว่า ในวันที่เกิดเหตุนั้นใครเป็นผู้น่าสงสัยมากที่สุด และมีผู้เห็นเหตุการณ์บ้างหรือเปล่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่าย ถ้าการสอบสวนหาพยานหลักฐานแล้วพบว่าพี่เลี้ยงเป็นผู้ทำร้ายร่างกายน้องเชอร์รี่จนถึงแก่ความตายก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย แต่นั้นต้องหมายความว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว