
ระบบคุ้มครองเงินฝาก...สะท้อนกลไกตลาด
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ระบบสถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นระบบที่ สะท้อนประสิทธิภาพที่แท้จริง ในหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะในเรื่องของกลไกตลาด ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ นั่นหมายถึงประโยชน์ทั้งสองฝ่ายที่จะได้รับไม่ว่าจะเป็นผู้รับฝาก ซึ่งหมายถึงสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายก็จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม โดยในส่วนของผู้ประกอบการต้องดูแลเรื่องเรตติ้งของตัวเองให้ดี ไม่เช่นนั้นผู้ฝากอาจโยกเงินไปฝากแบงก์ที่มีเรตติ้งดีกว่า และดูว่าอัตราดอกเบี้ยที่ให้ผู้ฝากได้รับสอดคล้องกับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งก็จะต้องมีการบริหารจัดการ
ส่วนประชาชนผู้ฝากเงินก็จะต้องปรับตัวเองในการบริหารเงินออม มีการเลือกฝากเงินกับธนาคารที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือรูปแบบทางเลือกการฝากเงินอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง
ตัวสถาบันเงินคุ้มครองเงินฝากเองก็จะต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยร่วมมือประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิดในการติดตามฐานะและการดำเนินงานของสถาบันการเงิน ทำให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสถาบันการเงินให้แก่ผู้ฝากเงิน
นอกจากนี้ ระบบคุ้มครองเงินฝากยังได้ช่วยรักษาเสถียรภาพให้แก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย โดยประชาชนไม่ต้องหวังไปพึ่งพาความช่วยเหลือเพียงจากรัฐบาล ซึ่งจากที่ได้เคยเกริ่นไปแล้วว่า 98.5% ของบัญชีทั่วประเทศ มีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท นั่นหมายถึงหากสถาบันการเงินล้ม ผู้ฝากเงิน 985 คนใน 1,000 คน ก็จะได้รับเงินคืนจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน ส่วนคนที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทก็จะได้รับคืน 1 ล้านบาทไว้ก่อน และรอรับเงินฝากส่วนที่เกินนั้นคืนจากการเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ปิดกิจการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ฝากรายย่อยไม่ต้องไปเข้าแถวเพื่อรอรับเงินหากสถาบันการเงินปิดกิจการไป หากตัวเองมีเงินฝากอยู่ในสถาบันการเงินนั้น แถมยังเป็นการช่วยลดภาระการใช้เงินภาษีของประชาชนให้แก่ภาครัฐบาลในระยะยาว
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก www.dpa.or.th



