
กสม.เล็งเชิญผู้เกี่ยวข้องถกแก้ปัญหาน้องหม่อง
"กสม."เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องถกปัญหา"ด.ช.หม่อง" ไร้สัญชาติ 10 ก.ย.นี้ พ่อน้องหม่องหวั่นถอนสถานะทำความฝันเรียนต่อดับวูบ ทั้งที่กระทรวงวิทย์ สัญญาให้ทุนเรียนถึงป.เอก ขณะที่น้องหม่องยันตั้งใจเรียนต่อไปหวังทำทุกอย่างตอบแทนประเทศไทย
(3ก.ย.) นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพและชนพื้นเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงกรณีที่มีนักกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกสม. เพื่อให้ช่วยดำเนินการคุ้มครองสิทธิของด.ช. หม่อง ทองดี แชมป์เครื่องบินกระดาษพับแห่งประเทศไทย และผู้ชนะการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพันที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเด็กไร้สัญชาติคนอื่นๆ ที่ถูกระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎรว่า ในวันที่ 10 ก.ย. ทางกสม. จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนของภาครัฐ ได้แก่ อธิบดีกรมการปกครอง สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐจากส่วนกลาง และในส่วนพื้นที่ก็ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่จะคุ้มครอง สิทธิ
น.พ.นิรันดร์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ เพราะเป็นเรื่องของมุมมองในทางด้านกฎหมาย หากมองรอบด้านก็น่าจะสามารถช่วยด.ช.หม่อง หรือคนอื่นๆ ที่อยู่ในข่ายเป็นบุคคลพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ม.ค. พ.ศ. 2548 ได้ ในฐานะ กสม. มองว่าไม่ได้เป็นประเด็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้และทำให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเกิดความเข้าใจจะ สามารถช่วยเด็กได้ไม่น้อย เพราะหากถอนเด็กออกจากทะเบียนราษฎร เด็กก็จะไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ด้านสุขภาพ ด้านสิทธิพิเศษทางสถานะ ด้านสังคมที่เขาควรจะได้รับดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ส่วนราชการอาจจะทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึง การณ์หรือคาดไม่ถึง
พ่อน้องหม่องวอน กก.สิทธิฯ ช่วยเหลือ หวั่นถอนสถานะทำความฝันเรียนต่อดับวูบ ทั้งที่กระทรวงวิทย์ สัญญาให้ทุนเรียนถึงป.เอก ขณะที่น้องหม่องยันตั้งใจเรียนต่อไปหวังทำทุกอย่างตอบแทนประเทศไทย
ด้านนายยุ้น ทองดี บิดา ด.ช.หม่อง กล่าวว่า ครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่ก็อยากให้มีการพิจารณาเป็นกรณีเพราะน้องหม่องก็เคยทำประโยชน์ให้ประเทศไทย ทั้งนี้ เห็นว่าการเพิกถอนสถานะมีผลให้น้องหม่องเสียสิทธิในหลักประกันสุขภาพ อาจเป็นการเพิ่มรายจ่ายให้ครอบครัวอีกทางหนึ่ง และยังกลัวว่าจะเสียสิทธิเรียนฟรี 15 ปี จึงอยากขอร้องให้เห็นเแก่เด็กที่ยังมีอนาคต
"ได้ขอความช่วยเหลือไปยังโรงเรียนบ้านห้วยทราย และจะขอความช่วยเหลือไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าพอจะช่วยเหลือด้านใดได้บ้าง เพราะอย่างน้อยน้องหม่องก็เกิดในประเทศไทย ผมและภรรยาไม่ต้องการอะไร แต่อยากให้ลูกชายมีอนาคตที่ดีกว่าพ่อแม่" นายยุ้น กล่าวและว่า ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์แต่งตั้งให้น้องหม่องเป็นยุวทูตวิทย์พร้อมให้ทุนการศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอก จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด
ส่วน ด.ช.หม่อง กล่าวว่า เสียใจที่ถูกเพิกถอนสถานะ แต่ยังมีความหวังที่จะได้สัญชาติไทย และมีโอกาสเรียนในระดับสูง แม้จะยังไม่มีความคืบหน้าจากผู้ใหญ่ที่ให้สัญญาไว้แต่ก็จะตั้งใจเรียนต่อไป หลังจากนี้หากมีโอกาสก็จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนประเทศไทย



