
ไทยแย่งหมีขาว จัดกีฬาต่อสู้โลก
ไทยยังต้องลุ้นจัดศึกศิลปะการต่อสู้โลก สปอร์ตแอคคอร์ด คอมแบทเกมส์ ครั้งที่ 2 ปี 2013 แต่ต้องเจอคู่แข่งอย่าง "หมีขาว" รัสเซีย ที่เสนอตัวจัดเช่นเดียวกัน ด้านสมาคมสหพันธ์กีฬานานาชาติ (ไกสฟ์) ชมกีฬามวยไทยเรียกคนดูสูงสุด
นายศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (อิฟม่า) เปิดเผยว่า ในการแข่งขันกีฬาศิลปะการต่อสู้โลก ครั้งที่ 1 “สปอร์ตแอคคอร์ด คอมแบทเกมส์” ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม-4 กันยายน นายไฮน์ เวนบรูกเกน ประธานสมาคมสหพันธ์กีฬานานาชาติ (ไกสฟ์) ได้แสดงความชื่นชมและยกย่องกีฬามวยไทยที่สามารถเรียกผู้ชมการแข่งขันได้มากที่สุดเมื่อเทียบจากสนามแข่งขันอื่นๆ โดยมวยไทยกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง โดยเฉพาะชาวจีน เจ้าภาพ และการจัดการแข่งขันซึ่งเจ้าภาพจัดได้อย่างมีมาตรฐานสูง เช่นเดียวกับกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2008 ซึ่งไกสฟ์พยายามจะพัฒนาเกมการแข่งขันให้เป็นอีกหนึ่งมหกรรมกีฬาที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกเหมือนโอลิมปิกเกมส์ ด้วยการบริหารจัดการระบบสิทธิประโยชน์ การหาผู้สนับสนุนและการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
ส่วนการแข่งขันครั้งที่ 2 ไกสฟ์ซึ่งกำหนดให้เป็นการแข่งขัน 4 ปีครั้ง แต่เพื่อให้การแข่งขันครั้งที่ 2 มีความต่อเนื่องจึงเปลี่ยนแปลงโดยกำหนดให้จัดการแข่งขันครั้งที่ 2 ในปี 2013 แต่หลังจากนั้นจะแข่งขันทุกๆ 2 ปี โดยเบื้องต้นประเทศรัสเซีย แสดงความประสงค์ขอรับเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 ผ่านไปยังประธานไกสฟ์แล้ว โดยรัสเซียวางแผนใช้เมืองโชซิ ซึ่งได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว เป็นเมืองที่ใช้จัดการแข่งขัน ในส่วนของไทยนั้น นายศักดิ์ชาย กล่าวว่า ไทยคงจะเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพแย่งกับรัสเซียแน่นอน แต่ต้องรอคณะทำงานสรุปข้อมูลต่างๆ เพื่อนำหารือ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานสภามวยไทยโลก เพื่อดำเนินการผ่านรัฐบาลไทยต่อไป
นายศักดิ์ชาย กล่าวในตอนท้ายว่า นักมวยไทยซึ่งทำผลงานยอดเยี่ยม คว้า 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันสปอร์ตแอคคอร์ด คอมแบทเกมส์ ทำให้หลายชาติติดต่อว่าจ้างอดีตนักมวยไทยเพื่อไปทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนให้นักมวยไทยของชาติตนเอง ซึ่งที่ผ่านมานักมวยไทยเคยได้ค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 20,000-50,000 บาทต่อเดือน โดยสมาคมกำลังพิจารณารายละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยมากที่สุด



