ข่าว

กทม.เล็งส่งหัวโจกช่างกลออกค่ายละลายพฤติกรรม

กทม.เล็งส่งหัวโจกช่างกลออกค่ายละลายพฤติกรรม

03 ก.ย. 2553

ผู้ว่าฯ กทม.เตรียมเปิดวังตะไคร้ จับหัวโจกช่างกลไปออกค่ายรวม 7 สถาบันพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก หวังละลายพฤติกรรมสร้างสมานฉันท์ระหว่างสถาบัน และทำความสะอาดวัด-มัสยิด ในพื้นที่ มอบ"เงินประกันอุบัติเหตุ-ส่วนตัว" ช่วยครอบครัว "น้องเทียน" ศาลจังหวัดมีนบุรีอ

(3ก.ย.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางมาประชุมหารือข้อราชการหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมนักเรียนนักเลงอาชีวศึกษา โดยมีสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ ผู้อำนวยการเขต กลุ่มเขตกรุงเทพฯตะวันออก 9 สำนักงานเขต เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 ทั้งนี้ภายหลังประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง เวลา 13.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นที่ประชุมมีข้อสรุป 2 ประเด็นใหญ่เพื่อที่หน่วยงานจะช่วยกันบรรเทาปัญหาความรุนแรง และแก้ไขและควบคุมปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวะ ได้แก่ 1. การดูแลจุดเสี่ยง โดยจะมีการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง อาทิ ป้ายรถเมล์ ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงในพื้นที่ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ร่วมตั้งจุดตรวจค้นช่วงเวลาก่อนเข้าและหลังเลิกเรียนซึ่งนักเรียนมักจะอาศัยช่วงดังกล่าวก่อเหตุ ทั้งนี้กทม.กำลังศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะมีการตั้งศูนย์ป้องกันการทะเลาะวิวาทของเยาวชนหรือไม่ เนื่องจาก 1.กระทรวงศึกษาธิการอาจจะมีหน่วยงานด้านนี้อยู่แล้ว และ2.กทม.มีแผนจะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ในพื้นที่จุดเสี่ยงอยู่แล้ว

 ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า 2. เรื่องการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งสถาบันอาชีวศึกษามีกิจกรรมที่จะให้นักเรียนของตนเองออกทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อยู่แล้ว แต่ข้อสรุปในที่ประชุมจะให้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ร่วมกันในอาทิตย์ที่ 5 กันยายนนี้ โดยจะให้สถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออก ส่งนักเรียนสถาบันละ 20 คน รวม 7 สถาบันทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ทำความสะอาดสถานที่ทางศาสนา เช่น วัดและมัสยิดรวมกันครั้งแรกซึ่งตนจะมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

 นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนของสถาบันอาชีวศึกษานั้น จะมีการจัดค่ายผู้นำนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาทั้ง 9 แห่ง โดยให้ผู้บริหารสถาบันส่งนักเรียนหัวโจกของแต่ละแห่งมาร่วมเข้าค่ายผู้นำนักเรียน ที่อำเภอวังตระไคร้ จ.นครนายก ซึ่งตนพร้อมจะเป็นเจ้าภาพดูแลค่าใช้จ่ายและดูแลนักเรียนด้วยตัวเอง และจะมีการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ให้ร่วมกันกำหนดกิจกรรมละลายพฤติกรรมนักเรียน

 “ค่ายนี้นักเรียนหัวโจกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน อาจจะ 3-4 วัน จำนวนไม่เกิน 100 คน โดยจะมีกิจกรรมเดินป่า ล่องแก่ง และกิจกรรมที่ออกแบบโดยวิทยากรเชี่ยวชาญที่ตนจะทาบทามมาช่วยในค่ายนี้ เพื่อนักเรียนแต่ละสถาบันจะได้รับรู้และปรับพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างนักเรียนที่ต่างสถาบันกันด้วย ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวและว่า หากกิจกรรมทั้ง 2 กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จ ได้ผลดีในเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออกนั้น ก็อาจจะเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไป

 ด้านว่าที่ ร.ต.เศวตชัย ทรัพย์บุญมี ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายนนี้ ใช้ชื่อว่า “ อาวีวะรวมพลังสร้างสรรค์เพื่อพัฒนากรุงเทพมหานคร ของกลุ่มกรุงเทพฯตะวันออก โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ” ซึ่งจะรวมตัวกันที่วัดบำเพ็ญเหนือ ถ.เสรีไทย แขวงและเขตมีบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จากนั้น นักเรียนอาชีวศึกษาจาก 7 สถาบันๆ อย่างน้อยสถาบันละ 50 คน ประกอบด้วย 1.วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี 2. วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร 3.โรงเรียนมีนบุรีโปลีเทคนิค 4.วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษก หนองจอก 5.โรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ 6.โรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต และ 7.โรงเรียนเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนกลุ่มเขต 9 เขต สถานีตำรวจนครบาล 9 แห่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 700 คน ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตามจุดต่างๆ 5 จุด แบ่งเป็นทำความสะอาดสถานที่สำคัญทางศาสนา 4 แห่ง ได้แก่ 1. วัดบำเพ็ญเหนือ 2. วัดแสนสุข 3.มิสยิดอิดดาฮาดร์อูลูมุดดีน 4.มัสยิดอัตตั๊กวา และกิจกรรมปลูกต้นไม้ ที่ถนนร่มเกล่าทั้งสายอีก 1 จุด รวม 5 จุดซึ่งทั้งหมดอยู่ในท้องที่เขตมีนบุรีทั้งหมด

 ด้านนายทำนอง นาคสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ให้สัมภาษณ์กรณี นายแชมป์ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นปี 2 แผนกช่างยนต์ มือยิง ด.ช.จตุพร และนายปริวรรต เลาะภูมิ หรือ ติ๊บ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้นปี 3 ช่างไฟฟ้า 2 นักศึกษาของสถาบัน ที่ตกผู้ต้องหาร่วมกันกระทำความผิด 3 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ 3.ข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ว่า ทั้ง 2 ถือว่าพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาโดยกฎหมาย ซึ่งยังมีกลุ่มนักศึกษาที่ร่วมขบวนการอยู่ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้มีการสืบสวนว่ามีใครบ้าง หากสืบหาตัวได้แล้วตนจะไม่เอานักศึกษาเหล่านี้ไว้ให้เสียชื่อเสียงสถาบันอีกเช่นกัน

มอบ"เงินประกันอุบัติเหตุ-ส่วนตัว" ช่วยครอบครัว "น้องเทียน"

 เมื่อเวลา 11.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา เดินทางไปพบนางอังศุ ขำวงศ์ อายุ 39 ปี มารดาของ ด.ช. จตุพร ผลผกา หรือ “น้องเทียน” อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3/2 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ ที่เสียชีวิต หลังถูกลูกหลงเด็กนักเรียนช่างกลยิงปืนขึ้นไปบนรถเมล์สาย 113 บริเวณ ปากซอยรามคำแหง 164 ถ.รามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี เมื่อเช้าวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

 ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนองเทียน โดยมอบเงินช่วยเหลือในนามมูลนิธิจุมพฏพันธุ์ทิพย์ ให้กับ นางอังศุ ผู้เป็นมารดา จำนวน 50,000 บาท พร้อมทั้งรับผิดชอบดูแลเรื่องการสวดอภิธรรมศพทั้งหมดด้วย นอกจากนี้ยังมีเงินสินไหมทดแทนประกันภัยอุบัติเหตุที่กทม.ทำให้นักเรียนในสังกัด กทม.ทุกคน อีกจำนวน 110,000 บาทด้วย

 ด้านนางอังศุ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจเพราะน้องเทียนเป็นลูกคนสุดท้องและยังเด็กอยู่มาก นอกจากนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากญาติ ถ้าติดต่อมาพูดคุยกันก็พร้อมจะอโหสิให้ และอยากฝากถึงผู้ปกครองเด็กและเยาวชนให้ใส่ใจลูกให้มากกว่านี้ ส่วนมือยิงเข้าใจว่าอยู่ในวัยคึกคะนอง แต่อยากฝากว่าก่อนจะทำอะไรให้คิดว่าสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ก็ควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน และอยากให้เข้าใจถึงจิตใจของคนที่สูญเสียด้วย

ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุญาตฝากนร.เทคโนมือยิง

 ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวน สน. มีนบุรี ควบคุมตัว นายปริวรรติ   หรือเอ็ม เลาะภูมิ อายุ 19 ปี นักศึกษาโรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่า ด.ช. จตุพร ผลผกา หรือน้องเทียน อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ ซึ่งถูกกระสุนปืนเสียชีวิต ระหว่างเกิดเหตุยิงกันของโรงเรียนคู่อริ บริเวณป้ายรถเมล์ปากซอย รามคำแหง 164   เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 - 14 ก.ย. นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีกหลายปาก รอผลตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ และทะเบียนประวัติอาชญากร   และอื่น ๆ

 ขณะที่ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หากได้รับการประกันตัวเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีได้

 ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

 ทั้งนี้ได้มีญาติผู้ต้องหาเดินทางมาเยี่ยมนายเอ็มด้วย แต่ไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัว เนื่องจากไม่มีเงินพอ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์   ได้นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป

 สำหรับนายบอย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ที่เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนั้น ยังเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งมีคำสั่งให้ส่งตัวไปควบคุมที่สถานพินิจเด็ก และ เยาวชน หรือบ้านเมตตา