
อภิสิทธิ์ลั่นพร้อมคุย"พท."สร้างความปรองดอง
"นายกฯ"ลั่นพร้อมคุย"พท."เพื่อสร้างความปรองดอง ทำให้ประเทศเดินหน้า ระบุ"ปลอดประสพ"จะมีอะไรเสนอบอกมาได้ แถมปัดข่าว"กรณ์" เจรจา "ยิ่งลักษณ์" จัดตั้งรัฐบาล "อภิรักษ์"ชื่นชมชาวแม่ฮ่องสอนใช้วัฒนธรรมเชื่อมสามัคคี
(3ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนในชาติห้าข้อ ที่จะให้เกิดความปรองดอง โดยให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการเชิญทุกฝ่ายมาร่วมกระบวนการ ว่า ตนไม่เห็นการระบุชัดเจนในเรื่องรูปแบบ แต่โดยหลักการหากพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะมาช่วยกันในการที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง และพร้อมทำให้ระบบของเราเดินหน้าได้อย่างแท้จริง ตนก็เห็นว่าเป็นเจตนาที่ดี
เพราะรัฐบาลต้องการเห็นเช่นนี้อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้แถลง ดังนั้นหากมีประเด็นอะไรที่จะนำเสนอและเป็นรูปธรรม หรืออยากทำความเข้าใจเพิ่มเติม ตนก็ยินดีและพร้อมที่จะพูดคุยอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้คงไม่มีเงื่อนไขของคดีความต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งในเบื้องต้นอยากจะเห็นการแสดงเจตนารมย์ที่ชัดเจนมากกว่า ซึ่งการแสดงเจตนารมย์ที่ชัดเจนก็ควรมีเรื่องของการกระทำ ที่จะทำให้เกิดความมั่นใจ ว่าเราจะสามารถเดินไปเพื่อช่วยกันรักษาระบบให้เดินหน้าต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ในเรื่องการอ้างความปรองดอง และทำให้ 2 พรรคใหญ่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ไปไกลอะไรถึงขั้นเปลี่ยนแปลงการเมือง แต่สิ่งที่เราอยากจะเห็นก่อนในวันนี้คือ ถ้าเรามีความเชื่อมั่น ซึ่งทุกพรรคการเมืองควรจะมี ว่าบ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ที่ประกอบด้วยเรื่องของการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งจะต้องเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม สงบ เรียบร้อย หากทุกคนมองเห็นว่าเรื่องนี้คือลู่ทางที่จะนำอนาคตของบ้านเมือง ก็ต้องช่วยกันทำให้สิ่งต่างๆ ในบ้านเมืองพร้อมที่จะยอมรับการเดินไปข้างหน้า ซึ่งตนเห็นว่าเป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว ทั้งนี้สำหรับภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีประเด็นในการเคลื่อนไหว หรือข้อเรียกร้องที่จะช่วยแก้ปัญหา ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนของพรรคการเมืองด้วยกัน บทบาทนี้เป็นบทบาทที่ตนคิดว่าประชาชนอยากจะเห็นว่าในที่สุดพรรคการเมืองจะกลับมาต่อสู้กันในระบบรัฐสภา และช่วยทำให้บรรยากาศของบ้านเมืองเอื้อต่อระบบรัฐสภา
เมื่อถามย้ำว่ารูปธรรมของแนวทางการปรองดอง ที่จะทำให้รัฐบาลเชื่อมั่นได้คืออะไร นายกฯ กล่าวว่า จะต้องมาช่วยรัฐ่บาลทำงานไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เมื่อถามย้ำว่าความสงบจะเกิดขึ้นได้เพียงเพราะนักการเมืองเข้ามาใช้อำนาจร่วมกัน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้อำนาจ แต่พูดถึงการทำหน้าที่ของพรรคการเมือง เพราะตนเคยย้ำแล้วว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีลักษณะของการมาเกาะเกี่ยวอยู่กับระบบของการเคลื่อนไหวในระบบ จึงต้องตัดส่วนนี้ให้ขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็น แต่หลังจากนั้นก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตยตามปกติ แต่ทั้งนี้หากปล่อยให้คนที่นิยมความรุนแรง คนที่เคลื่อนไหวผิดกฎหมาย คนที่มีเป้าหมายที่จะทำให้กฎหมายอ่อนแอลงเข้ามาอาศัยกระบวนการทางการเมือง บ้านเมืองก็จะเกิดความวุ่นวายอยู่อย่างนี้
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้จะมีการออกแถลงการณ์ แต่บทพิสูจน์ที่อยากเห็นมากกว่าคำแถลงการณ์คืออะไร นายกฯ กล่าวว่า จะต้องมาร่วมทำงานว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดความรุนแรง
" จะต้องร่วมกันทำงาน ต้องช่วยกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ขัดกับกฎหมาย เพราะไม่เพียงพอหากจะบอกว่าไม่เกี่ยข้องเท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่าเครือข่ายของคนที่มาก่อเหตุต่างๆ ก็เกาะเกี่ยวอยู่ ไม่ว่าพรรคการเมืองจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นจะต้องมีการตัดขาดในส่วนนี้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าการร่วมกันทำงานหมายความถึงร่วมกันเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว แต่เป็นการร่วมมือกันทำงานในระบบรัฐสภา การทำงานในระบบรัฐสภาก็มีทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และมีพรรคการเมืองที่อาจจะไม่มีที่นั่งในสภา ซึ่งหากร่วมกันทำงานจะถือเป็นหลักประกันที่ดีที่สุด ส่วนบรรยากาศของบ้านเมืองในขณะนี้ ตนเห็นว่ายังมีปัญหาที่เป็นสิ่งที่ค้างคาอยู่ ที่สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ ซึ่งเราจะต้องมาช่วยกันคลี่คลายปัญหาตรงนี้ให้ได้ และต้องเริ่มต้นจากการเห็นร่วมกันถึงการเดินหน้าของระบบการเมือง การเดินหน้าของประเทศ ซึ่งก็คือการยึดมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ซึ่งตนคาดหวังเบื้องต้นจากนักการเมืองและระบบรัฐสภา
เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มาหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน นายกฯ กล่าวว่า เมื่อไร ตนไม่เคยได้ยิน
"อภิรักษ์"ชื่นชมชาวแม่ฮ่องสอนใช้วัฒนธรรมเชื่อมสามัคคี
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายแพทย์มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำเจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลจำนวนหนึ่ง เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอนในโครงการ “โฆษกสัญจร ที่แม่ฮ่องสอน : บ้านของพ่อ เมืองแห่งความสุข” ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 2 ต่อจากจังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องตัวอย่างในเรื่องความปรองดองหรือ “แม่ฮ่องสอนโมเดล”
โดยในเวลา 13.00 น. ที่ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอภิรักษ์ และนายแพทย์มารุต ได้ร่วมเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นแนวทางปฏิรูปประเทศไทยโดยมีบุคคลสำคัญทุกภาคส่วนในจ.แม่ฮ่องสอนร่วมอยู่ในการเสวนาแต่ที่เป็นที่จับตาคือ 2 ตัวแทนภาคประชาชน คือ นายประยงค์ วงค์ปาผา แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงแม่ฮ่องสอน และนายณรงค์ สิทธิเวช แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯแม่ฮ่องสอน ซึ่งนั่งเก้าอี้ติดกันในเวทีเสวนา
โดยนายประยงค์ กล่าวว่า คนแม่ฮ่องสอนยังหวงแหนและสานต่อวัฒนธรรมเพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ รวมทั้งมีความเอื้ออาทรกันอยู่ตลอดจึงทำให้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน อยู่ด้วยกันแบบสันติสุข ทำให้ไม่มีอะไรมาขวางกั้นและไม่มีความขัดแย้งหรือทะเลาะกันแบบที่มีการแบ่งแยกเสื้อเหลือง-เสื้อแดง แต่อยากให่รัฐบาลลดการสร้างความหวาดระแวง โอนอ่อนผ่อนตามและลดทิฐิ เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงออกได้
ขณะที่นายณรงค์ กล่าวว่า คนทั้งสองสีเสื้ออยู่ด้วยกันได้ เพราะสุดท้ายเราก็มีความคิดเรื่องความถูกต้องทางกฎหมายเท่านั้นและบ้านเรามีขนบธรรมเนียม ประเพณีและธรรมชาติที่สวยงาม
นายอภิรักษ์ กล่าวภายหลังรับฟังข้อเสนอของประชาชนว่า จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอนายอภิสิทธิ์ และประชาชนยังสามารถส่งข้อมูลผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ทั้งนี้แม่ฮ่องสอนมีจุดที่เป็นเอกลักษณ์ที่จังหวัดอื่นน่าจะเรียนรู้ เช่น เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม หวังว่าจะขยายผลปรับไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีก็มีแนวทางอยากจะผลักดันเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ เรื่องกระบวนการยุติธรรมหรือสองมาตรฐานที่ประชาชนถูกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ เรื่องสวัสดิการสังคม และเรื่องการศึกษา และในตอนท้ายนายอภิรักษ์ได้แนะนำเรื่องการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนด้วยการจัดเวที โดยมีตัวแทนภาคส่วนต่างๆมาทำงานร่วมกันในพื้นที่



