ข่าว

กรมพินิจฯไม่ให้ประกันช่างกลมือยิงเด็กป.3ดับ

กรมพินิจฯไม่ให้ประกันช่างกลมือยิงเด็กป.3ดับ

03 ก.ย. 2553

กรมพินิจฯไม่ให้ประกันช่างกลบางกะปิ มือยิง"น้องเทียน"เด็กป.3 เสียชีวิต "ชินวรณ์” โยนสังคมร่วมแก้ปัญหานร.นักเลง ระบุ สาเหตุไม่ได้จากค่านิยมสถาบันอย่างเดียว แต่มีหลายองค์ประกอบ ทั้งยาเสพติด และครอบครัว คาดโทษเด็กทะเลาะวิวาทมีโทษปรับก็ต้องปรับ หากมีโทษทางอาญา

(3ก.ย.) นายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงการรับเยาวชนอายุ 16 ปี นักเรียนสถาบันเทค โนโลยีบางกะปิ ผู้ต้องหายิงด.ช.จตุพร ผลผกา หรือน้องเทียน อายุ 9 ขวบจนเสียชีวิตว่า วันนี้( 3 ก.ย.) จะครบกำหนดที่ตำรวจต้องส่งตัวเด็กเข้าสู่กระบวนการของกรมพินิจฯ ซึ่งเบื้องต้นจะยังไม่อนุญาตให้มีการประกันตัวชั่วคราว เพราะมองว่าคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจประชาชนและการกระทำผิดมีผลกระทบกับผู้บริสุทธิ์

 ดังนั้นกรมพินิจฯจึงต้องการใช้เวลาแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็กทั้งในเรื่องเหตุปัจจัยใด ที่ทำให้เด็กกระทำผิด และเด็กได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบสุขภาพจิต สภาพร่างกายว่าตรงกับอายุที่แท้จริงหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบสภาพแวดล้อมในครอบครัวเด็ก ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน โดยระหว่างที่อยู่ในบ้านเมตตาเด็กคนดังกล่าวจะเข้าสู่โปรแกรมสร้างความตระหนักรู้ในสิ่งที่กระทำลงไป ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง อย่างไรก็ตามหากผู้ปกครองของเด็กต้องการขอประกันตัวก็จะต้องไปร้องขอต่อศาล โดยกรมพินิจฯจะรายงานไปยังศาลถึงเหตุผลที่ยังไม่ให้ประกันด้วย

 ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า วานนี้ (2ก.ย.) ได้ประชุมกับสถาบันอาชีวศึกษารัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้องและได้กำหนดมาตรการเชิงรุก และมาตรการระยะยาวเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่จะเดินหน้าทำอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของครู ผู้บริหารสถานศึกษาก็ได้รับมาตรการของ ศธ.แล้วว่าจะต้องติดตามดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง มีการทำประวัติเชิงลึกไปจนถึงประวัติครอบครัวและมีรูปถ่ายนักเรียนที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการตรวจค้น ฯลฯ

 รมว.ศึกษาธิการ สาธยายต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ว่าเกี่ยวข้องกับอาจารย์หรือไม่นั้นจะต้องไปติดตามดูเป็นรายกรณีไป แต่ที่สำคัญคือการดำเนินการตามกฎหมายจะต้องเป็นไปอย่างจริงจัง ในส่วนของ ศธ.นั้น มีหน้าที่ในการสร้างคนให้กลับมาเป็นคนดี เพราะฉะนั้นวิธีการหนึ่งคือการบูรณาการกระบวนการทั้งในเรื่องหลักสูตร ค่านิยมที่ถูกต้องเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณลักษณะของผู้มีพฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่ดีติดตัว ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นแนวทางที่วางไว้ในการปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่ 2

 “การจะแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อย่างเรื่องร้านเหล้าก็ต้องขอให้ วธ.มาช่วยติดตามดูแลเป็นต้น ผมเชื่อว่าปัญหาการทะเลาะวิวาทในปัจจุบันนี้ไม่ได้เกิดเพียงเรื่องค่านิยมของสถาบัน แต่ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ยาเสพติด หรือปัญหาตครอบครัวด้วย อีกทั้งเราต้องยอมรับความจริงด้วยว่าเด็กที่ก่อเหตุเป็นเด็กส่วนน้อย ครูเองก็พยายามทำหน้าที่เต็มที่ และไม่ใช่เฉพาะครูเท่านั้นที่ไม่อยากเห็นเยาวชนเรามีพฤติกรรมรุนแรงกลายเป็นนักเลง แต่เมื่อมีหลายปัญหามาเกี่ยวข้องก็ต้องอาศัยทุกหน่วยงานดังกล่าวมาร่วมกันแก้ไข โดย ศธ. จะเป็นแกนหลักสำคัญและยืนยันว่าจะไม่แก้ไขปัญหาแบบไฟไหม้ฟางแน่นอน”นายชินวรณ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า มีหลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดเด็กบางคนที่มีพฤติกรรมรุนแรงจนก่อเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตแต่ไมได้รับโทษเทียบเท่าผู้ใหญ่ และเห็นว่า ศธ.ไม่ได้ทำอะไรที่เด็ดขาด นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาตนทราบว่ามีการวิจารณ์เรื่องดังกล่าวถึงตนค่อนข้างมากว่าทำไมไม่ทำอะไรให้เด็ดขาด แต่ตนอยากจะชี้แจงว่าเรามีหน้าที่ดูแลเด็กและเยาวชน เพราะฉะนั้น เด็กเหล่านี้เราก็ไม่สามารถละทิ้งได้ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม อีกทั้งเยาวชนเหล่านี้เมื่อเขาทำผิดแต่ก็อยู่ภายใต้กฎหมายในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังนั้น การดำเนินการต้องไปตามกระบวนการศาลเยาวชนและครอบครัว เพียงแต่ขณะนี้ ศธ.ได้จับมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพอจับมาเห็นเป็นนักเรียนก็ใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยจากนั้นให้ผู้ปกครองรับกลับไปบ้าน แต่จากนี้จะไม่มีอีกแล้วเพราะหากทะเลาะวิวาทมีโทษปรับก็ต้องปรับ หากมีโทษทางอาญาที่ทำผู้บริสุทธิ์ถึงแก่ความตาย นอกจากนักเรียนรับโทษแล้วก็ต้องเอาโทษกับผู้ปกครองฐานะดูแล หรือหากเกี่ยวกับการอยู่ในระหว่างควบคุมครูอาจารย์ก็ต้องรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายด้วย