
ซัดรองอธิบดีดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องแชร์ปูแดงมีพิรุธ
"ปิยะวัฒก์" ซัดรองอธิบดีดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องแชร์ปูแดงมีพิรุธ แฉฎีกาแนบความเห็นสั่งไม่ฟ้องเป็นการคัดมาเพียงบางส่วนที่เป็นประโยชน์ ด้าน พสพ. 8 วิ่งเคลียร์อ้างไม่ยุ่งเกี่ยวคดีอีก หลังถูกปฏิเสธ มือปราบแชร์ลูกโซ่เดินหน้าส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช.จัดการ
(3ก.ย.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ กล่าวถึงการนำคลิปเสียงสนทนาเกี่ยวกับการกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอต่อรองให้ผลประโยชน์เพื่อสั่งไม่ฟ้องคดีแชร์ปูแดงมาเผยแพร่ โดยระบุว่า จะขอพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย การนำข้อมูลออกมาเปิดเผยเนื่องจากพบความไม่ชอบมาพากล และไม่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ แอบมอบหมายให้หน้าห้องนำสำนวนการสั่งไม่ฟ้องไปส่งให้อัยการ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายสรรเสริญ ปาลวัฒนวิไชย รองอธิบดีดีเอสไอ ได้มีความเห็นตามพนักงานสอบสวนให้สั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่เมื่อสำนวนส่งไปยังนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้โต้แย้งว่าคดีนี้ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม จึงส่งสำนวนผ่านไปยัง พ.ต.อ.ณรัชต์ และในที่สุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคดีปูแดงมีความผิดตั้งแต่แรก โดยเฉพาะแผนการตลาดที่ไม่สามารถชี้แจงได้ อีกทั้งมีการนำสินค้าการเกษตรไปจดแจ้งเพื่อเสียภาษีว่าเป็นปุ๋ย จากนั้นเปลี่ยนแผนการตลาดเป็นขายตรง และเพิ่มจำนวนสินค้าอีก 45 รายการ โดยไม่ได้แจ้ง สคบ.
พ.อ.ปิยะวัฒก์ ยืนยันว่า จะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคลิปเสียงตามที่ปรากฏ ทั้งนี้ เชื่อว่ากรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับการทำงานปกติ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลังคลิปเสียงเผยแพร่ออกไปพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ(พสพ.) ระดับ 8 ยศนำหน้า พ.ต.ท. เจ้าของเสียงในคลิปได้ติดต่อขอพบ พร้อมยอมรับในสิ่งที่พูดไปทั้งหมด แต่แก้ตัวว่าเมื่อทราบถึงนิสัยของพ.อ.ปิยะวัฒก์ก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวอีก พร้อมได้บอกผ่านไปยังผู้ที่สั่งการว่าไม่ต้องส่งใครมาประสานอีกแล้ว โดยพสพ. 8 คนดังกล่าวทำงานอยู่ในส่วนของสำนักสืบสวนสะกดรอย(สร.) และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งส่วนสืบสวนสะกดรอยขึ้นตรงต่ออธิบดีดีเอสไอ
พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้ขออนุมัติจากอธิบดีดีเอสไอให้สืบสวนเกี่ยวกับกรณีวิ่งเต้นคดี และเนื่องจากกรณีดังกล่าวเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้น จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และจะนำหลักฐานทั้งหมดเสนอต่อนายกรัฐมนตรีด้วย โดยส่วนตัวก็พร้อมให้ตั้งคณะกรรมการสอบ
พ.อ.ปิยะวัฒก์ ยังกล่าวถึง การแนบฎีกาที่มีการไปค้นคว้ามาประกอบความเห็นในการสั่งไม่ฟ้องคดีแชร์ปูแดง เพราะไม่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนว่า ฎีกาดังกล่าวเป็นเพียงการคัดมาเพียงบางส่วน เลือกมาเฉพาะในส่วนที่เป็นประโยชน์กับการสั่งไม่ฟ้อง
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องพักราชการพสพ. 8 คนดังกล่าวหรือไม่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของอธิบดีดีเอสไอ และเรื่องดังกล่าวจะต้องมีการรายงานไปที่กระทรวงยุติธรรมด้วย พร้อมกันนี้พ.อ.ปิยะวัฒก์ ปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีเนื้อหาคลิปเสียงว่าพสพ. 8 คนดังกล่าวมีส่วนเชื่อมโยงการทำงานให้กับฝ่ายการเมือง เคยช่วยอำนวยการเลือกตั้งให้พรรคการเมืองกวาดที่นั่งส.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอาจต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาด้วย โดยระบุเพียงว่าตนจะส่งหลักฐานคลิปเสียงที่เป็นต้นฉบับให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ส่วนหน่วยงานใดที่เห็นว่าความผิดดังกล่าวอาจเข้าข่ายอำนาจหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบใด ต้องนำไปสอบสวนขยายผลเอง ซึ่งตนจะไม่เข้าไปก้าวล่วง



