
ขรก.สภาร่อนเมล์ทวงสิทธิ์หลังไม่ได้รับการดูแล
ข้าราชการสภา ร่อนเมล์ทวงสิทธิ์หลังมีผู้ตายแต่ผู้ใหญ่ไม่เหลี่ยวแล
(3ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีข้าราชการรัฐสภาส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายังผู้สื่อข่าวเพื่อเรียกร้องกรณีสวัสดิการของข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างรัฐสภา ที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ต่างจังหวัดแล้วประสบอุบัติเหตุจนต้องบาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตนั้น สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ด้านสวัสดิการเหล่านี้กลับไม่ได้รับเลย
โดยเฉพาะกรณีนส.มยุรา ปฏิวัติสกุล นิติกรสาม กลุ่มงานกมธ.การสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่เสียชีวิตเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังที่รถยนต์ที่ข้าราชการรัฐสภาประจำกมธ.การสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางกลับจากจ.เชียงใหม่ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ได้ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรีนั้นไม่มีการช่วยเหลือเพิ่มเติมใด ๆ เลย
โดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มีใจความว่า “ข้าราชการรัฐสภาวอนผู้ใหญ่เมตตาเยียวยาผู้เคราะห์ร้ายจากการทำงาน” ได้มีเสียงเรียกร้องจากข้าราชการรัฐสภาให้ผู้ใหญ่ในหน่วยงานได้ดำเนินการพิจารณาทบทวนเพิ่มเรื่องสิทธิประโยชน์ของข้าราชการรัฐสภากรณีที่บาดเจ็บ ทุพลภาพ หรือเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากในปัจจุบันข้าราชการรัฐสภาต้องเดินทางไปราชการเพื่อปฏิบัติภารกิจ กับคณะกรรมาธิการต่างๆ สลับกันเกือบทุกวัน โดยไม่ได้จำกัดว่าเป็นวันหยุดราชการหรือพื้นที่นั้น ๆ จะมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ไม่เว้นพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดไม่ว่าบาดเจ็บ ทุพลภาพ หรือเสียชีวิต บุคคลในครอบครัวต้องประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ภายหลังที่รถยนต์ที่ข้าราชการรัฐสภาประจำคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางกลับจากจังหวัดเชียงใหม่ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ได้ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ณ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ทำให้มีข้าราชการรัฐสภาเสียชีวิตและบาดเจ็บ ผลจากการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ข้าราชการรัฐสภาที่เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่ได้รับการเหลียวแลหรือได้รับการดูแลจากหน่วยงานอย่างเท่าที่ควร โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ตายมีความเดือนร้อนอย่างมาก ซึ่งเพื่อนข้าราชการรัฐสภาต่างวิพากษ์วิจารณ์ เสียขวัญ มีความรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลสมกับที่ทุมเททำงานไม่เว้นแม้แต่วันหยุดราชการ หากเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง บุคคลในครอบครัวที่ใช้สิทธิประโยชน์จากการรักษาพยาบาลหรือค่าเล่าเรียนบุตรคงเดือดร้อนอย่างมาก
ในกรณีนี้ ผู้ตายได้รับสิทธิประโยชน์เบื้องต้น ดังนี้ ๑. เงินช่วยพิเศษ (จำนวน ๓ เท่าของเงินเดือน) ๘,๗๐๐*๓ เป็นเงิน ๒๖,๑๐๐ บาท ๒. เงินบำเหน็จตกทอด (เงินเดือนสุดท้ายคูณเวลาราชการ) ๘,๗๐๐*๒ เป็นเงิน ๑๗,๔๐๐ บาท ๓. เงินจาก กบข. (เงินสะสม+เงินสมทบ+ผลประโยชน์) (เงินสะสมร้อยละ ๓ ของเงินเดือน ประมาณ ๒๐๐ กว่าบาทต่อเดือน) คิแล้วไม่น่าจะเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ๔. เงินบำนาญพิเศษ (จำนวนกึ่งหนึ่งของเงินเดือนสุดท้ายของผู้ตาย) ซึ่งคณะกรรมการต้องตั้งกรรมการก่อน แล้วค่อยส่งมอบให้ทายาทตลอดชีวิต
๕ ขั้นและอัตราเงินเดือนพิเศษ กรณีเสียชีวิตได้ไม่เกิน ๓ ขั้น(ขั้นละ ๑๙๐ บาท*๓ เป็น ๕๗๐ บาท รวมเป็นเงิน ๘,๗๐๐+๕๗๐ = ๙,๒๗๐) ๖. กรณีบาดเจ็บให้รักษาตามสิทธิ และเงินทำขวัญ (ไม่ได้ระบุจำนวนว่าเท่าใด) รวมสิทธิประโยชน์ที่ได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาทเศษ (แล้วจะพอค่าจัดงานศพหรือไม่ยังไม่แน่ใจเลย)
ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ผู้บริหารหน่วยงานได้พิจารณาทบทวนเพิ่มเรื่องสิทธิประโยชน์ของข้าราชการรัฐสภา ไม่ใช่ดูแลแต่สิทธิประโยชน์สมาชิกรัฐสภาเท่านั้น



