ข่าว

"เทพเทือก"ชม“พล.อ.ประยุทธ์”ทหารอาชีพ

"เทพเทือก"ชม“พล.อ.ประยุทธ์”ทหารอาชีพ

03 ก.ย. 2553

“สุเทพ เทือกสุบรรณ” ชม“ประยุทธ์” คนดีเชื่อเป็นตัวอย่างทหารอาชีพ ที่ปชช. พึ่งได้ มั่นใจ ทำให้กองทัพเข้มแข็ง พาปท.ก้าวหน้า ปัด ปูนบำเหน็จเสร็จศึกปราบ นปช.”ยันไม่เกี่ยวค้ำบัลลังก์ ปชป. เป็น รบ.ยาว ไม่โต้ ”สนธิลิ้ม” วิเคราะห์หลังโยกย้าย“บ้านเมืองวุ่นวาย” แต่ไ

 (3ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) กล่าวถึงบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 ซึ่งมีอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท. 12) คุมตำแหน่งสำคัญจำนวนมาก เกรงจะเกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่รุ่นเดียวกันขึ้นทั้งหมดหรือไม่ ว่าเท่าที่ดูรู้สึกว่า ดี ตนไม่ทราบว่าใครอยู่รุ่นไหนอย่างไร แต่เท่าที่เห็นบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ เท่าที่ตนรู้จักก็เป็นผู้ที่มีความตั้งใจที่จะทำงาน ให้กับชาติบ้านเมืองกับเป็นข้าราชการที่ดี ตนก็รู้สึกชื่นชนและมั่นใจว่ากองทัพก็จะเป็นกำลังของประเทศชาติและประชาชนที่สำคัญ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเหมาะสมอย่างไรกับการได้เป็นผบ.ทบ. รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า การพิจารณาเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาของทหาร เราซึ่งเป็นรัฐบาลไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเกี่ยวข้องด้วย แต่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายทหารที่ตนรู้จักคุ้นเคย และทำงานร่วมกันมาในช่วง 2 ปีมานี้เห็นว่าเป็นทหารอาชีพที่มีจิตใจที่จะสนับสนุนการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง และเป็นคนที่ทำงานด้วยความเข้มแข็งจริงจัง ทุ่มเท ตนคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวอย่างของนายทหารที่ประเทศชาติและประชาชนสามารถที่จะฝากความหวังเอาไว้ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิจารณ์ว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการตอบแทนหลังเสร็จศึกเสื้อแดง ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน จะมีเสื้อแดงเสื้อเขียวเสื้อเหลืองอะไรกันก็ไม่เกี่ยวกับการแต่งตั้งในกองทัพ เพราะระบบของกองทัพเขามีระบบที่มีมาตรฐาน มีวัฒนธรรมขององค์กร มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน และไม่มีใครเข้าไปวุ่นวายของเขาได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลหวังในการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากองทัพก็จะมีความเข้มแข็งและเป็นหลักให้กับบ้านเมือง ดูแลให้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเดินหน้าต่อไปได้ ให้ความมั่นใจกับประชาชนในการที่จะเข้ามามีส่วนในการพัฒนาบ้านเมือง

 ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ออกมาระบุว่า ภายหลังการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร จะมีผลให้เกิดความวุ่นวายในช่วงเดือนก.ย. รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า ตนคงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์นายสนธิ เพราะตนที่อยู่ทุกวันนี้ก็เหนื่อยมากพออยู่แล้ว เอาแค่เท่าที่จำเป็นดีกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วมองว่านายสนธิวิเคราะห์ถูกหรือไม่ ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ความวุ่นวายในบ้านเมืองเป็นเรื่องที่เราจะต้องแก้ไขกันต่อไป และผู้ที่เขาต้องการสร้างสถานการณ์สร้างความวุ่นวาย เขายังเคลื่อนไหวยังพยายามอยู่ตลอดเวลา เราก็ต้องมีหน้าที่ที่จะป้องกันแก้ไขต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายทหารที่อกหักจากโผแต่งตั้งมีการข่าวจะผสมโรงเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี เรื่องของการโยกย้ายตำแหน่งราชการเป็นเรื่องปกติในทางราชการ ไม่ว่าเป็นพลเรือน ตำรวจหรือทหารเขาก็ต้องเข้าใจ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสนธิยังระบุด้วยว่าจะมีการก่อความไม่สงบขึ้น รวมทั้งจะมีการลอบสังหารนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ต้องไปถามนายสนธิ อย่ามาถามตน ตนคงไม่ตอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องส่งกำลังไปดูแลนายเนวิน หรือไม่ ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ไม่หรอก และนายเนวินก็ยังไม่ได้ขอมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางการข่าวมีข่าวหรือไม่ว่าจะมีการปองร้ายนักการเมืองคนสำคัญๆ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวังทั้งบุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญหรือสถานที่ที่อาจจะเป็นเป้าหมาย ได้ดำเนินการมาโดยตลอด ไม่ประมาท

 ผู้สื่อข่าวแย้งว่า แต่ข่าวการเคลื่อนไหวการทำปฏิวัติรัฐประหารก็ยังคงมีออกมาเนืองๆ รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า เรียนตรงๆ ว่าตนไม่ได้ยินเลย ไม่ได้ยินเป็นเรื่องเป็นราวเลย ตนยืนยันว่าไม่มี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์ด้วยว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นมาเป็นผบ.ทบ. จะทำให้เสถียรภาพและโอกาสในการอยู่เป็นรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ยาวนาน ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า อย่าไปเอาท่านมายุ่งกับการเมืองเลย ให้กองทัพเขาทำหน้าที่ของกองทัพไป ในการดูแลบ้านเมืองดูแลประเทศชาติ ส่วนพรรคการเมืองไหนจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล กองทัพเขาคงไม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้จะให้กองทัพวางตัวและมีบทบาทอย่างไร เพราะมันหลีกหนีไม่พ้นที่รัฐบาลต้องเอาคนที่เป็นพวกเดียวกันขึ้นมาเป็น นายสุเทพ กล่าวว่า คนละส่วนกัน ตนเรียนยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาเป็นผบ.ทบ. ไม่ใช่เพราะรัฐบาล แต่เป็นระบบของกองทัพเขาเอง ต้องแยกแยะให้ชัดเจน เดี๋ยวจะเข้าใจผิด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังที่พ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภาฯ สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่อยากให้คาดการณ์อะไรในทางที่เป็นทางร้ายมากเกินไป จะทำให้เกิดความสับสนหวั่นวิตก ไม่สบายใจกัน แต่ว่าเราก็มีหน้าที่แก้ไขเหตุการณ์และป้องกัน เราก็ทำให้ดีที่สุด และพี่น้องประชาชนก็ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ใครเห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็ช่วยกัน ก็จะทำให้เราสามารถดูแลบ้านเมืองได้ดีขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้คนในรัฐบาล เอางบประมาณไปเป็นเครื่องมือในการต่อรอง ผอ.ศอ. กล่าวว่า มีกฎหมายอยู่ ถ้าเขาทำอะไรที่ผิดก็ติดคุก เดี๋ยวคนมันตรวจสอบกันเยอะ ทำผิดก็ติดคุก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่บางครั้งก็ไล่ไม่ทันนักการเมืองที่มักจะเอาชื่อไปติดป้ายว่าตนเองเป็นคนดำเนินการ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าถ้าเขาฉ้อโกงทุจริตคอรัปชั่นก็ดำเนินการกับเขา แต่ถ้าเขาทำงานแล้วไปบอกไปพูดคุยกับประชาชนเอาหน้าเอาตาเอาผลงานบ้างอย่างนี้จะไปโกรธเคืองกันคงไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่องบประมาณผ่านแล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายทหารก็เสร็จแล้ว มีสัญญาณใกล้จะได้เลือกตั้งแล้วหรือยัง หรือยังต้องรอกันอีกนาน รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า “ยัง ทำไมคุณรีบร้อนล่ะ”