
คลังดันเพดานก่อหนี้60%ทีดีอาร์ไอแนะกู้ปีต่อปีรักษาวินัยการคลัง
คลังเพิ่มเพดานก่อหนี้สาธารณะเป็น 60% เตรียมพร้อมชง พ.ร.ก.กู้เงินพิเศษให้รัฐบาลพิจารณา ทีดีอาร์ไอแนะรัฐควรกำหนดการกู้ปีต่อปี เพื่อรักษาวินัยการคลัง แบงก์ชาติหนุนทำได้ในภาวะวิกฤติ "กอร์ปศักดิ์" คาดใช้เวลา 30 วันวางกรอบใช้เงินมาตรการกระตุ้นรอบสอง
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวในงานสัมมนา เรื่องการบริหารงบประมาณภาครัฐในภาวะวิกฤติ จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่ากระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ พ.ร.ก.กู้เงินพิเศษ เพื่อให้รัฐบาลสามารถก่อหนี้และกู้เงินได้มากขึ้น และจะขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็น 60% หลังกรอบการกู้เงินตามปกติของรัฐบาลเต็มวงเงินแล้ว ซึ่งสัดส่วนหนี้ที่จะเพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าวเป็นระดับที่ตลาดยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม พ.ร.ก.กู้เงินพิเศษนี้ จะเป็นเพียงระยะชั่วคราว 2-3 ปีเท่านั้น
"ขณะนี้เราพร้อมที่จะเสนอให้ระดับนโยบายได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว หากรัฐบาลพร้อมที่จะพิจารณาก็สามารถเสนอได้ทันที" นายพงษ์ภาณุกล่าว
ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย( ทีดีอาร์ไอ) เสนอแนะว่า เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลัง รัฐบาลควรกำหนดให้การกู้เงินฉุกเฉินเป็นไปในลักษณะปีต่อปี โดยกำหนดเพียงปีเดียว หากมีความจำเป็นค่อยพิจารณาออก พ.ร.ก.ฉบับต่อไป ขณะเดียวกันต้องเขียนให้ชัดเจนถึงเงื่อนไขการกู้เงิน เพื่อไม่เป็นการเปิดโอกาสให้มีการตีความกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อนักการเมือง นอกจากนี้ เรื่องวงเงินกู้จะต้องมีการศึกษาอย่างชัดเจน เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่
ขณะที่ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในภาวะเช่นนี้ การเพิ่มขนาดการก่อหนี้สาธารณะเป็น 60% ต่อจีดีพีเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการเข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพื่อชดเชยกับภาคการส่งออกที่ชะลอตัว แต่ควรเป็นมาตรการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการไปหลังผลว่าจะสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศขึ้นมาจนชดเชยกับภาคการส่งออกนั้นเป็นเรื่องยาก
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่อง "กรอบคิดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล" ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 โดยจะเน้นไปที่โครงการการลงทุน เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาโครงการลงทุนและแหล่งที่มาของเงินใน 30 วัน
"มาตรการเร่งด่วนในระยะแรกน่าจะเพียงพอต่อการรองรับปัญหาเศรษฐกิจ เพราะจากสัญญาณเศรษฐกิจโลกขณะนี้เริ่มมีความสบายใจขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เริ่มดีขึ้น แต่รัฐบาลต้องเดินหน้าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ 2 ซึ่งเป็นแผนระยะยาวให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมีความยั่งยืน" นายกอร์ปศักดิ์กล่าว



