
สังหารโหดอดีตปธ.อบจ.ปากน้ำกลางวันแสกๆ
2 คนร้ายซิ่ง จยย.ตามเบนซ์จากบ้านสบช่องชัก 11 มม.ยิงหน้า-ตัวดับสยอง คนขับสาหัส ตร.มุ่งปมการเมือง ชี้ผู้ตายกุมฐานเสียงสำคัญในพื้นที่ แต่ไม่ทิ้งประเด็นหักธุรกิจ เหตุถือหุ้นใหญ่หลายกิจการ
เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญมือปืนบุกยิงอดีตนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังดับคารถหรูกลางเมืองปากน้ำรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 2 กันยายน พ.ต.ท.สมปอง ศรีเพชร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณโค้งตรอกโรงยา ถนนท้ายบ้าน ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ (ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ) พ.ต.ท.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน (รอง ผกก.สส.) สภ.เมืองสมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุพบรถเบนซ์ รุ่นอี 220 สีน้ำเงิน ทะเบียน กข 7373 สมุทรปราการ จอดอยู่กลางถนน สภาพกระจกประตูข้างคนขับมีร่องรอยกระสุน 4 รู ในรถพบร่างนายสมคิด เรืองอร่าม อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันเป็นรองประธานธรรมาภิบาลสมุทรปราการ และเป็นประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ใบหน้าและลำตัวรวม 3 นัด อยู่ในสภาพหมดสติ ต่อมาพลเมืองดีช่วยกันนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง ส่วนนายถาวร จำปีคง อายุ 45 ปี คนขับ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องภรรยาของนายสมคิด ถูกยิงที่ต้นแขนซ้ายทะลุชายโครงอาการสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ
จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 5 ปลอก และเศษหัวกระสุน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายทราบว่าเป็นชาย 2 คน รูปร่างผอมสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำแขนยาว กางเกงยีนขายาว รองเท้าผ้าใบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียน ขี่ตามประกบรถของผู้ตาย จากนั้นคนนั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่รถของผู้ตายหลายนัด ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
นายเฉลิม แก้วสิงข์ อายุ 51 ปี พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะคุยกับเพื่อนบ้านใกล้กับจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดจึงหันไปดู เห็นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ใช้ปืนแบบแม็กกาซีนยิงใส่รถเบนซ์คันดังกล่าวติดต่อกันหลายนัด ด้วยความตกใจจึงวิ่งหนีไปหลบในบ้านพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ
พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์สันนิษฐานว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายสมคิดและนายถาวร ส่วนประเด็นสังหารโหดมีความเป็นไปได้ในหลายประเด็นทั้งเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจ การเมือง หรืออื่นๆ เนื่องจากนายสมคิดถือเป็นคนกว้างขวางในวงการธุรกิจ และมีตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปประเด็นสืบสวนต่อไป
"ตำรวจยังให้ความสำคัญในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย ผมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย เพื่อนำมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด" พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์กล่าว
ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการกล่าวอีกว่า คนร้ายน่าจะสะกดรอยตามนายสมคิดมาระยะหนึ่งแล้ว คาดว่านายสมคิดคงรู้ตัว จึงเปลี่ยนคนขับรถมาเป็นน้องของภรรยาซึ่งวางใจมากกว่า และการเดินทางก็นั่งคู่คนขับตลอด จากเดิมที่นั่งที่เบาะหลัง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายออกจากบ้านย่านหาดอมราเพื่อจะไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ ส่วนคนร้ายอาจสะกดรอยตามมาตั้งแต่ที่ออกจากบ้านจนมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงทางโค้งสบโอกาสจึงลงมือสังหารโหดทันที
"คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้วางแนวทางสืบสวนไว้หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เนื่องผู้ตายเป็นผู้ให้การสนับสนุนและเป็นหัวคะแนนให้แก่นักการเมืองท้องถิ่นอีกหลายคน และมีฐานคะแนนเสียงอยู่ทั้ง จ.สมุทรปราการ หรือความขัดแย้งทางธุรกิจ นายสมคิดมีหุ้นส่วนทำธุรกิจอยู่หลายอย่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง รวบรวมหลักฐานติดตามจับกุมคนร้าย และผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ได้มีผู้ปล่อยข่าวออกมาว่า นายถาวร คนขับรถของนายสมคิด ได้เสียชีวิตลงแล้ว แต่เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามที่โรงพยาบาล กลับไม่มีใครกล้ายืนยันว่านายถาวร เสียชีวิตจริงหรือไม่
ส่วนศพนายสมคิด หลังจากที่ญาติเดินทางไปรับกลับจากสถาบันนิติเวช ได้นำศพกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักภายในหมู่บ้านพนาสนธิ ย่านโรงเรียนหาดอัมรา ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีญาติและผู้ที่รู้จักคุ้นเคยหลั่งไหลมาร่วมอาบน้ำศพกันอย่างคับคั่ง
สำหรับประวัติของนายสมคิด เรื่องอร่าม ลงเล่นการเมืองในระดับจังหวัดประมาณปี 2539 และได้เป็นประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ 3 สมัยซ้อน ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2540 มาจนถึงวันที่ 4 กุมภาพัน 2547 จากนั้นได้มาดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ และเพิ่งหมดวาระลงเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างที่ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าสมุทรปราการ นายสมคิด ยังได้หันมาจับธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ และเข้าบริหารโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล สมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอีกหลายอย่างที่มีนายสมคิดเป็นเจ้าของและเป็นหุ้นส่วนใหญ่



