
ลั่นเข็นมาตรการสกัดเก็งกำไรบาทนายกฯจี้ธปท.เกาะติดหลังแข็งค่าขึ้น7%
นายกฯ สั่ง ธปท.จับตาเก็งกำไรค่าบาทหลังบาทแข็งค่าขึ้น 6.4% จากการไหลเข้าของเงินทุนช่วงสั้น "กรณ์" ลั่นตรวจพบเข็นมาตรการสกัดทันที ด้าน ธปท.ยันไม่จำเป็นต้องออกมาตรการช่วงนี้ ขณะที่เอกชนเรียกร้องรัฐช่วยรับภาระทำสวอป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดพิเศษเกี่ยวกับปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ว่า จากการวิเคราะห์ตัวเลขและปัจจัยพื้นฐานพบว่าการเคลื่อนไหวของเงินบาทยังสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาคอื่นๆ แต่ต้องดูแลไม่ให้เกิดความผันผวนมากเกินไปรวมถึงปัญหาที่เกิดจากการเก็งกำไร โดยมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับตาเป็นพิเศษหากเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทมีสาเหตุมาจากเศรษฐกิจสหรัฐมีปัญหาอ่อนแอ มีภาระหนี้สูง ทำให้สกุลเงินทุกประเทศแข็งค่าขึ้น ตลอดจนการเกินดุลการค้าติดต่อกันหลายเดือนทำให้มีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยยังไม่พบว่าเป็นการแข็งค่าจากการไหลเงินเข้าของเงินทุน
"การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทมีทิศทางไปในแนวเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยแข็งค่าประมาณ 6.4% จากต้นปี และแข็งค่ารองจากเงินริงกิตของมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ได้กำชับว่าหาก ธปท.ตรวจพบว่ามีการไหลเข้าของเงินทุนเข้ามาเก็งกำไรต้องเจอกับมาตรการคุมเข้มอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้" นายกรณ์กล่าว
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่ ธปท.ออกมาตรการใดๆ มาเพิ่มเติมในการดูแลการแข็งค่าของเงินบาท แต่จะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามาเป็นการเก็งกำไรหรือไม่ โดยยอมรับว่าในช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว มีความผันผวน 3-4% เพราะมีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า กระทรวงพาณิชย์จะตั้งคณะทำงานร่วมกับ ส.อ.ท. เพื่อจัดทำรายงานผลกระทบต่อภาคการส่งออกจากปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท โดยเฉพาะสินค้าที่มีการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ หรือโลคัลคอนเทนต์ รวมทั้งจะหามาตรการที่เหมาะสม เช่น การพิจารณาจ่ายค่าระวางเรือ หรือค่าเฟรท แพ็กกิ้งเครดิต และการทำฟอร์เวิร์ด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเข้ามารับภาระการจ่ายค่าประกันความเสี่ยงในการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า หรือฟอร์เวิร์ด สวอป เนื่องจากมองว่าเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินอาจไม่มีความสามารถในการแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว ส่วนการให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกนั้น ต้องการให้ปล่อยเป็นเงิน 2 สกุล



