
พูดแล้วต้องรอลงมือทำ
หลังเหตุการณ์นองเลือดติดกัน 2 ปีซ้อน หลายคนยังมองไม่เห็นทางว่า ประเทศไทยจะมีทางไหนที่จะเดินทางไปพบกับสันติสุข
เพราะความรุนแรงนั้น "การเมือง" เป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริม ชักนำ หรือกระทั่ง สร้างฉากให้เกิดขึ้น
ความเกลียดชังอย่างสุดขั้ว หรือรักอย่างสุดโต่ง เกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ทางการเมือง ทั้งจากนักการเมืองที่มุ่งหวังจะหวนคืนสู่อำนาจ ในเร็ววัน หรือในอนาคตหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่ และนักการเมืองที่มุ่งหวังจะครองอำนาจให้ยาวนานที่สุด
ในขณะที่สั่งสมกำลัง และฐานเสียงด้วยน้ำเลี้ยง และความฝัน นักการเมืองทุกฝ่ายต่างหยามย่ำฝ่ายตรงกันข้าม
ในทันทีที่พรรคเพื่อไทย โดย ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์ของพรรคที่ผ่านการพูดคุยกันในระดับ "ผู้ใหญ่" จนตกผลึกแล้วว่า ต้องลงมือทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง สร้างความสมานฉันท์ เพื่อสร้างสันติ ก็นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และยินดีกับสิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำ
5 ข้อที่พรรคเพื่อไทยประกาศเป็นสัจจะวาจานั้น มีค่าต่อบ้านเมืองในยามที่รัฐบาลซึ่งยืนคนละขั้วก็ไม่รู้จะใช้วิธีการไหนเพื่อให้ความสงบเกิดขึ้น นอกจากกฎหมายพิเศษที่แม้จะระงับได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็กลับเกิด "ผลข้างเคียง" ที่ไม่อาจควบคุมได้อีกทางหนึ่งไปพร้อมๆ กัน
พรรคเพื่อไทยบอกว่า 1.จะต้องหันหน้ามาพูดจากัน แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสันติวิธี 2.ต้องให้อภัยกัน ตกลงกันว่าจะอยู่อย่างสันติและเสมอภาค 3.ทุกหมู่เหล่าต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทั้งจากวาจาและการกระทำ 4.ร่วมใจกับเทิดทูนถวายพระเกียรติ ในหลวงและพระราชินี 5.เชื่อว่ารัฐบาลจะเริ่มขบวนการสมานฉันท์ได้ในทันที โดยไม่ต้องไปศึกษาอะไรอีก
ถึงแม้จะเป็นการแถลงเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลจะปฏิเสธ
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็ต้องเริ่มทำในสิ่งที่ประกาศออกไป อย่างน้อยๆ ก็ต้องเลิกทำ หรือพูด ในสิ่งที่ศาลได้มีคำพิพากษาออกไปแล้ว โดยเฉพาะกรณี ทักษิณ ชินวัตร ที่ปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่ต้น
ส่วนรัฐบาลก็ไม่ควรที่จะออกมาเสียดสีถากถางว่า วันนี้รัฐบาลทำอยู่แล้ว และกล่าวหาพรรคเพื่อไทยว่าเป็นตัวสร้างปัญหา
จากนั้นก็ใช้เวทีรัฐสภาเป็นสถานที่ที่พูดคุยเจรจา ตรวจสอบ หรืออภิปราย เหมือนกับอารยประเทศเขาทำกัน
สิ่งที่ต้องระมัดระวังของทั้งสองฝ่ายก็คือ โฆษก ที่ก่อนหน้านี้ใช้วิธีพูดที่ "สนุกปาก" มากกว่าจะเน้นถึงเนื้อหาสาระที่ชาวบ้าน หรือประชาชนคนทั่วไปที่กระหายข้อมูล ข้อเท็จจริง
ทั้งหมดนี้ถ้าเริ่มลงมือทำให้เห็นเมื่อไหร่ ก็นั่นแหละถึงจะเรียกได้ว่า ทำเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



