ข่าว

บิ๊กบอสซีพีคว้าแชมป์มหาเศรษฐีไทย"แม้ว"หล่น

บิ๊กบอสซีพีคว้าแชมป์มหาเศรษฐีไทย"แม้ว"หล่น

03 ก.ย. 2553

บิ๊กบอสซีพีคว้าแชมป์มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย จากการจัดอันดับของฟอร์บส์ เบียดเฉลียว อยู่วิทยา ร่วงไปอยู่อันดับ 2 ส่วนเจ้าของเบียร์ช้างคว้าอันดับ 3 "แม้ว" หล่นมาอยู่อันดับ 23

 นิตยสารฟอร์บส์ฉบับล่าสุดประจำวันที่ 1 กันยายน ได้รายงานผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีของไทยประจำปีนี้ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศจากนายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของ "กระทิงแดง" ที่เคยครองอันดับ 1 ถึง 3 ปีซ้อน แต่ในปีนี้กลับถูกนายธนินท์ เจียรวนนท์ บิ๊กบอสเครือเจริญโภคภัณฑ์ แซงหน้าไปได้จนร่วงไปอยู่อันดับ 2

 ฟอร์บส์ประเมินว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเครือโภคภัณฑ์ (ซีพี) มีทรัพย์สินจากการถือครองหุ้นร่วมกับพี่น้องในตระกูลเจียรวนนท์อีก 3 คน มูลค่าประมาณ 217,000 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าหุ้นในปีที่แล้วกว่า 2 เท่า ขณะที่นายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลัง "กระทิงแดง" เจ้าของตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย 3 ปีซ้อน มีทรัพย์สินในรูปหุ้นมูลค่าประมาณ 130,200 ล้านบาท

 อันดับ 3 ได้แก่ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้บริหารสูงสุดบริษัทเบียร์ช้าง เจ้าของหุ้นมีทรัพย์สินมูลค่า 128,650 ล้านบาท อันดับ 4 ครอบครัวจิราธิวัฒน์ เจ้าของหุ้นมูลค่า 89,900 ล้านบาท อันดับ 5 นายกฤตย์ รัตนรักษ์ เจ้าของหุ้น 52,700 ล้านบาท ส่วนอันดับ 6 ได้แก่ นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ เจ้าของหุ้นมูลค่า 38,750 ล้านบาท ในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับสถิติในปีที่แล้ว เนื่องจากนายโลเฮียได้นำหุ้นของบริษัทในเครือเข้าตลาดหลักทรัพย์ และทำให้นายโลเฮียได้รับการจัดอันดับสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 7 อันดับ

 ขณะที่มหาเศรษฐีที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกเช่น นายทองมา วิจิตพงษ์พันธุ์ ผู้บริหารบริษัทพฤกษา เรียล เอสเตท มีทรัพย์สินมูลค่า 35,650 ล้านบาท ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 7 ของมหาเศรษฐีไทย และนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ผู้บริหารบริษัทน้ำตาล มิตรผล เจ้าของหุ้นมูลค่า 34,100 ล้านบาท ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 10 นายคีรี กาญจนพาสน์ ผู้บริหารบริษัทธนายง เจ้าของหุ้นมูลค่า 20,150 ล้านบาท ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 13 นายประทีป ตั้งมติธรรม ผู้บริหารบริษัทศุภาลัย เจ้าของหุ้นมูลค่า 5,890 ล้านบาท ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 33 และนายเรืองโรจน์ แสงศาสตรา ผู้บริหารบริษัทไดนาสตี้ เซรามิค เจ้าของหุ้นมูลค่า 6,200 ล้านบาท ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 31 ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทรัพย์สิน 12,090 ล้านบาท หล่นมาอยู่อันดับ 23

  มหาเศรษฐีที่หลุดจากอันดับได้แก่ นายเอนก สิทธิประศาสน์ ที่เกษียณอายุจากตำแหน่งผู้บริหารเครือเซ็นทรัลพัฒนา รวมทั้ง ดร.พรเทพ พรประภา ผู้บริหารเครือบริษัทสยาม มอเตอร์ ที่ร่วมถือหุ้นกับญาติ จึงไม่มีผู้ใดติดอันดับในการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทยครั้งนี้

 ฟอร์บส์ระบุว่า 3 ใน 4 ของมหาเศรษฐีไทยรวยขึ้น แม้จะเกิดเหตุรุนแรงในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนพฤษภาคม ทำให้ประชาชนเสียชีวิตกว่า 80 ราย นอกจากนี้ยังมีการยิงอาวุธสงครามถล่มอาคารตลาดหลักทรัพย์และมีการเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของตระกูลจิราธิวัฒน์ มหาเศรษฐีอันดับ 4 ในการจัดอันดับครั้งนี้ แต่ฟอร์บส์พบว่าหุ้น 50 อันดับแรกที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยกลับได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงเล็กน้อย และมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับสถิติราคาหุ้นในการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทยในปี 2552 นอกจากนั้นค่าเงินบาทยังแข็งค่าขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราการขยายตัวของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อาจจะขยายตัวสุงถึง 7% ในปี 2553 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ