ข่าว

ตร.สำโรงเหนือรวบแล้ว2นร.ปืนยิ่งใส่รถสาย1143

ตร.สำโรงเหนือรวบแล้ว2นร.ปืนยิ่งใส่รถสาย1143

02 ก.ย. 2553

“สุขุมพันธุ์”รุดมอบเงินประกันชีวิต 1.1 แสน ให้นร.กทม.ที่ถูกหลงนร.ช่างกลยิงเสียชีวิต กรมคุ้มครองสิทธิฯมอบเงินกว่า 9 หมื่นบาท ขณะที่อธิบดีกรมพินิจฯชี้ฝ่ายบริหารต้องย้อนดูทางทำงาน หลังพบเด็กสถานบันคู่อริอยู่รวมกันในสถานพินิจฯโดยไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ผกก.ท่าข้าม

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 ก.ย. 53 ที่ห้องประชุม สภ.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.ฐิติพันธ์ อมรสุคนธ์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายจักรพันธ์ หรือบี แสนผล อายุ 19 ปี และนายเบิร์ด (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ทั้งสองเป็นนักเรียนชั้น ปวช.ปี 2 โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกซองพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า มิโอ สีแดงขาว ทะเบียน สตส - 172 กทม. สองผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิ่งใส่รถร่วมบริการสาย 1143 สำโรง-บางบ่อ ทะเบียน 10-2336 สมุทรปราการ ซึ่งมีกลุ่มนักเรียนคู่อรินั่งอยู่บนรถเป็นเหตุให้นายวิชาญ ศิริแสง อายุ 25 ปี พนักงาน บ.นิสสัน จำกัด ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ


 ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 53 ที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ติดตาม รถร่วมบริการสาย 1143 สำโรง-บางบ่อ มาถึงบริเวณถนนเทพารักษ์ กม. 6 เยื้องปากทางเข้าหมู่บ้านเธียรเกษม ม. 2 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายมาได้ชักอาวุธปืนยิงใส่เข้าในรถร่วมบริการคันดังกล่าวซึ่งมีกลุ่มนักเรียนคู่อรินั่งมาเกือบ 10 คน กระสุนถูกตัวรถและกระจกข้างรถแตกได้รับความเสียหายถูก นายวิชาญ ศิริแสง อายุ 25 ปี พนักงาน บ.นิสสัน จำกัด ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเป็นบาดแผลหลายแห่ง ก่อนเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวทั้งสองได้ในขณะที่หลบหนีไปกบดานอยู่ในบ้านพักย่านบางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุพร้อมด้วยรถจักรยานยนต์

 จากการสอบสวนนายจักรพันธ์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนและนายเบิร์ด  เคยถูกนักเรียนโรงเรียนอุสาหกรรมกรุงเทพรุมทำร้ายมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความแค้นตนจึงได้สั่งซื้อปืนกระบอกดังกล่าวทางอินเตอร์เน็ตในราคากระบอกละ 5 พันบาทหลังจากที่ปืนมาในวันที่เกิดเหตุตนจึงได้ให้นายเบิร์ด ขับขี่รถจักรยานยนต์มารับก่อนที่ตนจะนั่งซ้อนท้ายออกมาวิ่งตระเวนตามถนนเทพารักษ์

จนกระทั้งพบกลุ่มนักเรียนคู่อรินั่งมาบนรถร่วมบริการคันดังกล่าว จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามก่อนที่ตนจะชักอาวุธปืนยิงใส่เข้าไปในรถ 1 นัดก่อนที่จะขับรถหลบหนีไป สำหรับปืนที่ตนสั่งซื้อนั้นมีเพื่อนนักเรียนหลายคนที่ซื้อสั่งซื้อมาเช่นกัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกฟันนักเรียนม.4คาประตูโรงเรียนเมืองปทุมธานี

เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.โกวิท สืบเหล่า สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุกลุ่มวัยรุ่นบุกเข้าไปใช้อาวุธมีดไล่ฟันเด็กนักเรียน จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณประตูหน้าโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร ม.2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าประตูทางเข้าออกของโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร พบผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายธนรัตน์ หนูโชติ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4/ 1 ได้รับบาดเจ็บถูกฟันด้วยอาวุธมีดเข้าที่แก้มซ้าย จึงช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ แพทย์ต้องเย็บแผลถึง 16 เข็ม

 สอบสวนนายธนรัตน์  กล่าวว่า หลังเลิกเรียนตนเองและเพื่อนๆ ได้ออกจากอาคารเรียน และเดินไปยังประตูทางออกของโรงเรียนตามปกติ ซึ่งในตอนนั้นมีนักเรียน กำลังทยอยเดินออกจากโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ระหว่างนั้น ได้มีชายวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 15-18 ปี ได้วิ่งตรงเข้ามาหาตน จากนั้นได้ใช้อาวุธมีดฟันเข้าใส่ตนเอง โดยมีถูกที่ใบหน้า จากนั้นกลุ่มนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ และแม่ค้าที่อยู่ด้านหน้าโรงเรียน ต่างร้องตะโกนขึ้น จนวัยรุ่นทั้งสองคนวิ่งหลบหนีไปทันที ซึ่งตนเองนั้นรู้จักคนที่ใช้อาวุธมีดฟัน  และทราบแต่ชื่อเล่นคือ นายปลาย บ้านอยู่หลังตลาดสุชาติ รังสิต แต่ไม่เคยมีเรื่องกัน จึงไม่ทราบว่า ทำไมต้องมาใช้อาวุธมีดฟันตนเองด้วย

 อย่างไรก็ตาม หลังการสอบสวนในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ติดตามตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุ มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ช่วยเหยื่อนร.นักเลงสุขุมพันธุ์มอบเงินประกัน1.1แสน

นางปิยาภรณ์ แสนโกศิก เลขานุการผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยว่า ในวันนี้ (3 ก.ย.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมคณะผู้บริหาร จะเดินทางไปเคารพศพ ด.ช. จตุพร ผลผกา นักเรียนชั้น ป.3 ร.ร.วัดบำเพ็ญเหนือที่เสียชีวิต เพราะถูกลูกหลงจากการยิงกันของกลุ่มนักเรียนอาชีวะบนรถเมล์ สาย 113 พร้อมทั้งจะได้มอบเงินประกันชีวิต จำนวน 1.1 แสนบาทให้กับผู้ปกครองของ ด.ช.จตุพรด้วย นอกจากนี้ผู้ว่าฯ กทม.จะได้ไปร่วมประชุมกับผู้บริหารโรงเรียนอาชีวะในพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ว่าฯ กทม.มีความเป็นห่วงเพราะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นหลายครั้งมากในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนโดนลูกหลงเสียชีวิตมาหลายรายแล้ว

 นางปิยาภรณ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กที่เสียชีวิตก็เป็นนักเรียนในสังกัด กทม.ซึ่ง กทม.ได้รับเป็นเจ้าภาพสวดศพรวม 3 คืน พร้อมทั้งจะได้ไปมอบเงินประกันชีวิตให้กับผู้ปกครองของ ด.ช.จตุพรด้วย เนื่องจาก กทม.ทำประกันอุบัติเหตุให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด กทม.ทุกคน รวมทั้งจะไปประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อรับทราบถึงปัญหาดังกล่าวในฐานะพ่อเมือง ว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร และจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่ เพราะ กทม.ต้องดูแลประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ ด้วย

ก.คุ้มครองสิทธิฯมอบเงินกว่า9หมื่นบาท

 นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า วันนี้( 2 ก.ย.) ตนได้เดินทางไปที่วัดบำเพ็ญเหนือเพื่อพบกับญาติของด.ช. จตุพร ผลผกา หรือน้องเทียน อายุ 9 ขวบ ซึ่งถูกลูกหลงจากเหตุนักเรียนช่างกลตีกัน ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่ากรมคุ้มครองสิทธิฯจะสามารถจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้กับญาติผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนเงินกว่า 9 หมื่นบาท

 นายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเยาวชนไว้สอบสวนได้ 24 ชม. เมื่อครบกำหนดจะต้องส่งตัวให้ศูนย์แรกรับเด็ก และเยาวชนชายบ้านเมตตา อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการยุติธรรมเด็กไม่มองเรื่องโทษเป็นหลักแต่จะมองลึกไปถึงเหตุปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้กระทำความผิด ทั้งนี้เยาวชนที่ก่อเหตุอายุเกิน 16 ปี หากพบว่าเยาวชนมีร่างกายใหญ่โตเสมือนอายุเกิน 18 ปี ไอคิวสมบูรณ์ไม่บกพร่อง ก่อคดีร้ายแรงต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต กระทำความผิดโดยวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อน ขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ สถานพินิจฯอาจเสนอความเห็นให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางส่งคดีไปพิจารณาในศาลอาญาเสมือนผู้ต้องหาเป็นผู้ใหญ่

 นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ปัญหานักเรียนช่างกลตีกันไม่ใช่เรื่องใหม่ จึงอยากเรียกร้องให้สถานศึกษาและตำรวจท้องที่เข้มงวดกวดขันพื้นที่เสี่ยงที่เด็กจะไปมั่วสุมรวมตัวก่อเหตุ ในส่วนของสถานพินิจฯ มีกลุ่มเยาวชนที่เป็นคู่อริถูกส่งตัวมาควบคุมอยู่รวมกันแต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุตีกันภายในศูนย์ฝึกปัญหาจึงน่าจะสะท้อนไปที่การบริหารจัดการมากกว่าการแก้ไขที่ปลายเหตุ

ผกก.ท่าข้ามสนองนโยบายนครบาลเข้มงวดป้องกันเหตุนักเรียนนักเลง

 พ.ต.อ.ยุคลเดช ตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสายสืบและสายปราบปราม เพื่อหามาตราการการป้องกันและก่อเหตุของเด็กนักเรียนยกพวกตีกัน พร้อมกำชับเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังเหตุในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ

 พ.ต.อ.ยุคลเดช กล่าวว่า พื้นที่ที่รับผิดชอบนั้นเป็นเขตล่อแหลมที่อาจจะก่อเหตุนักเรียนยกพวกตีกันได้ง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่ลอยต่อที่ออกจากเขตตัวเมืองไปยังพื้นที่ชานเมือง ซึ่งจะมีเด็กนักเรียนจากนอกเมืองเดินทางเข้าออกเพื่อไปศึกษาต่อยังสถาบันการศึกาษาในเมือง และอาจจะมีกลุ่มนักเรียนในสถาบันที่เป็นคู่อริกันมาดักรอก่อเหตุได้ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดในการตรวจสอบและระวังอย่างเต็มที่ หากพบเด็กนักเรียนรวมกลุ่มอยู่หลายคนให้เข้าตรวจสอบและสลายกลุ่มของนักเรียนเหล่านั้น หรือหากพบผิดสังเกตุและเชื่อว่าจะรวมตัวกันเพื่อที่จะไปก่อเหตุแน่นอน ก็ให้นำตัวมาทำประวัติและอมรมความประพฤติก่อนจะติดต่อผู้ปกครองหรืออาจารย์จากสถาบันนั้นๆ มารับตัวกลับไป

 พ.ต.อ.ยุคลเดช กล่าวอีกว่า มาตราการการป้องกันได้มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและอาจารย์จากสถาบันต่างๆ เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขเฝ้าระวังและป้องกันเหตุที่อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไปอย่างจริงจัง และหากมีการพบเห็นกลุ่มนักเรียนรวมตัวกันก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนยกพวกตีกันได้ในระดับหนึ่ง