ข่าว

สั่งถอนสถานะ"นักเรียนไร้สัญชาติ"น้องหม่องพับเครื่องบิน

สั่งถอนสถานะ"นักเรียนไร้สัญชาติ"น้องหม่องพับเครื่องบิน

02 ก.ย. 2553

สั่งถอนสถานะ "นักเรียนไร้สัญชาติ" น้องหม่อง เทศบาลตำบลสุเทพแจงคำสั่งตรงจากมหาดไทยหลังพบถือสองสถานะซ้ำซ้อน ผอ.โรงเรียนห้วยทราย วอนเห็นแก่ความดี งงน้องหม่องโดนรายเดียวทั้งที่ในโรงเรียนถือสองสถานะอีกหลายราย

(2ก.ย.)หลังงานทะเบียนราษฎร เทศบาลตำบลสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สั่งระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนของด.ช.หม่อง ทองดี อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านห้วยทราย ต.สุเทพ  อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศการแข่งขันร่อนเครื่องบินพับกระดาษระดับประเทศและและชนะการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2552 โดยระบุว่าเป็นบุคคลที่มีรายการทางทะเบียนราษฎรซ้ำซ้อนมากกว่าหนึ่งรายการ คือ รายการสถานะเป็นผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าและรายการสถานะเป็นเด็กนักเรียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล พร้อมมีหนังสือให้นายยุ้น ทองดี บิดาของ ด.ช.หม่อง ให้เข้าชี้แจงหรือโต้แย้งสิทธิ

 ทั้งนี้หากไม่มีการโต้แย้งหรือชี้แจงข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุผลสมควร หรือการโต้แย้งและชี้แจงไม่ระบุเหตุผลหรือแสดงพยานหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องถิ่น สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลสุเทพจะดำเนินการจำหน่ายรายการทะเบียนราษฎรของเด็กชายหม่องต่อไป

 นายดวงฤทธิ์ เกติมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย กล่าวว่า หากมีการถอนสถานะเด็กนักเรียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล หรือ "นักเรียนไร้สัญชาติ"  จะทำให้ถูกถอนสิทธิในหลักประกันสุขภาพทันที จากนั้นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานอื่น ๆ ก็จะถูกถอนไปด้วย และที่น่าเป็นห่วงคืออาจถูกผลักดันกลับประเทศพม่าตามบิดาในอนาคต

 "โรงเรียนบ้านห้วยทรายมีเด็กนักเรียนที่ถือสองสถานะเช่นเดียวกับ ด.ช.หม่อง หลายคน แต่กลับไม่ได้รับหนังสือให้ชี้แจงจากหน่วยงานใดๆ แต่ ด.ช.หม่อง กับได้รับหนังสือเพียงรายเดียว ทั้งนี้ในการเพิกถอนสถานะทางโรงเรียนก็ไม่ติดใจ แต่อยากให้คงไว้ซึ่งสถานะที่เป็นคุณกับเด็ก เพราะอย่างน้อย ด.ช.หม่อง ก็ทำประโยชน์สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมาก่อน "

 ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย กล่าวด้วยว่า หากมีการถอนสถานะนักเรียนไร้ สัญชาติของ ด.ช.หม่อง ผลกระทบก็ไม่ได้ตกที่ ด.ช.หม่อง คนเดียว แต่จะมีผลกับเด็กนักเรียนที่อยู่ในสถานะเดียวกับ ด.ช.หม่อง ทั่วประเทศ ซึ่งในที่สุดแล้วอาจจะเป็นการขัดกับยุทธศาสตร์การ จัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลซึ่งเป็นมติ ครม. ในปี 2548

 ด้านนายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ ในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลตำบลสุเทพ ชี้แจงว่า คำสั่งดังกล่าวมีต้นทางจากสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย ส่งมายังจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ และเทศบาลตำบลสุเทพซึ่งเป็นนายทะเบียนท้องถิ่นตามลำดับ โดยทางอำเภอเมืองเชียงใหม่มีคำสั่งให้เทศบาลตำบลสุเทพเพิกถอนสถานะนักเรียนไร้สัญชาติในวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เทศบาลตำบลสุเทพมีคำสั่งระงับการเคลื่อนไหวในสถานะในวันดังกล่าว และในวันที่ 31 ส.ค. ได้มีหนังสือแจ้งให้บิดาของ ด.ช. หม่อง อุทธรณ์คำสั่งภายใน 30 วัน

 ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีใครเจตนาร้าย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฏหมายเป็นจำนวนมาก รัฐจึงต้องมีความเข้มงวดในการบริหารจัดการกับปัญหานี้ จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่ารัฐบาลต้องมองผลประโยชน์ของชาติในภาพรวมเป็นหลัก ส่วนนักเรียนคนอื่น ๆ ที่อาจมีสถานะเช่นเดียวกับ ด.ช.หม่อง ก็เป็นเรื่องที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่เลือกปฏิบัติ

 "เตือนใจ"ชี้เป็นกรณีตัวอย่างก่อนจัดการทั่วประเทศ
 
 นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานเครือข่ายผู้ด้อยโอกาสและคนจนเมืองและคนไร้สัญชาติ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป(คสป.) กล่าวถึงการถอนสถานะเด็กนักเรียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลของ ด.ช.หม่อง ทองดี ก่อนมีคำสั่งมีการหารือหลายหน่วยงานทั้งกระทรวงมหาดไทยและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจุดประสงค์คือการจัดระเบียบทางสถานะให้กับคนกลุ่มนี้ให้เป็นไปตามกฏหมาย ซึ่งในกรณีของ ด.ช.หม่อง พบว่ามีการสำรวจและได้สถานะเป็นผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าตามบิดา โดยมีชื่ออยู่ในสำนักทะเบียน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 47

 ต่อมาวันที่ 16 ก.ย. ด.ช.หม่อง มีชื่อในรายการสถานะเป็นเด็กนักเรียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ในเขตเทศบาลตำบลสุเทพ ซึ่งถือว่ามีสองสถานะซ้ำซ้อน ตามกฏหมายจึงให้ถือเอาสถานะที่ได้มาในตอนแรกเป็นหลักโดยยึดหลักให้สถานะเช่นเดียวกับบิดาจนมีการเพิกถอนสถานะ "นักเรียนไร้สัญชาติ" ภายหลัง ส่วนที่มีคำสั่งเพิกถอน คาดว่าจะมาจากการที่น้องหม่องถือเป็นตัวแทนของเด็กกลุ่มนี้เพราะเป็นที่รู้จักไปทั้งประเทศ ซึ่งหลังจากนี้ไปก็จะมีการดำเนินการกับเด็กคนอื่น ๆ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

 นางเตือนใจ กล่าวว่า แม้จะเห็นใจแต่ทุกอย่างต้องไปไปตามกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มีหลักให้คงสถานะที่เป็นคุณกับเด็ก ซึ่งหากเด็กได้สถานะนักเรียนไร้สัญชาติก็จะสามารถพัฒนาสถานะได้ในอนาคต แต่ในเมื่อขัดกับกฏหมายของไทย หลังจากนี้ไปตนจะได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป(คสป.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ และ กระทรวงมหาดไทย เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้