ข่าว

“เทือก”ยัน“สมคิด”ขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร.ตามอาวุโส

“เทือก”ยัน“สมคิด”ขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร.ตามอาวุโส

02 ก.ย. 2553

“รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง” ยัน “โผนายพล ตร.” ยึดตาม “กฎ” ไม่เลือก “ตร.เสื้อเหลือง-เสื้อแดง” ปัดดัน “ตร.พธม.” คุม “บช.ภ. 5” กำหราบ “เสื้อแดง” แจง “สมคิด บุญถนอม” ขึ้น “ผช.ผบ.ตร.” ตามลำดับอาวุโส ไม่มีปมถูกสอบสวนทางวินัยติดตัว ปัด พัวพันฆ่า “จนท.ซาอุฯ” เรื่องเ

(2ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กล่าวถึงบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)ถึงรองผู้บังคับการ(รองผบก.)ซึ่งมีการปรับย้าย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ คนใกล้ชิดนายสุเทพพ้นจาก ผบช.น.ไปเป็นจเรตำรวจ ว่า การโยกย้ายแต่งตั้งเราได้พิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ เป้าประสงค์ใหญ่ คือ หวังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ทำให้บ้านเมืองสงบให้ได้ กฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ได้ อยู่ที่คนรักษากฎหมาย เพราะฉะนั้นการโยกย้ายตำรวจคราวนี้ ก็คิดถึงประเด็นนี้เป็นสำคัญ เราต้องการตำรวจที่เป็นกลาง จะรักใครชอบใครเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องทำหน้าที่เป็นตำรวจที่ดีของประชาชนเป็นผู้รักษากฎหมาย ดังนั้นใครที่ไม่เข้าเกณฑ์อย่างนี้ก็ต้องขยับไป

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กรณีของ พล.ต.ท.สัณฐาน เป็นเพราะไม่สามารถดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ บช.น.ได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เอาเป็นว่ายึดหลักการตามที่ตนบอกไปแล้วไม่ต้องไปวิจารณ์เป็นรายละเอียดเป็นคน ๆ ไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุว่าการโยกย้ายครั้งเพื่อต้องการหมุนเวียน เอานายตำรวจชุดเก่าสลับไปอยู่ข้างนอกแล้วสับเปลี่ยนเอาคนใหม่เข้ามา นายสุเทพ กล่าวว่า คนวิพากษ์วิจารณ์ไปได้เรื่อย เป็นสิทธิแต่ละคนที่มีความคิดมุมมองที่ไม่เหมือนคนอื่นก็ว่ากันไป แต่โดยข้อเท็จจริงของพวกตนที่ดูแลรับผิดชอบอยู่มีเป้าหมายอย่างเดียว คือ ต้องการให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องพึ่งความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การโยกย้ายแต่งตั้งมุ่งเป้าประสงค์ตรงนี้ ซึ่งพล.ต.ท.สัณฐานก็ย้ายไปเป็นหัวหน้าจเรตำรวจ ส่วนผบช.น.คนใหม่ก็เป็นคนที่เคยทำงานอยู่ใน บช.น.มาก่อน ไม่ใช่คนมาจากภูธร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ยังมีจุดด่างเพราะมีการตั้งนายตำรวจสายพันธมิตรฯเช่นกรณีแต่งตั้ง พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รอง ผบช.ส.ขึ้นเป็น ผบช.ภ.5 และเลื่อน พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ 5 ที่มีคดีเกี่ยวพันกับคดีเพชรซาอุฯ กรณีการลอบฆ่าเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดิอาระเบียขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เวลาแต่งตั้ง ไม่เลือกว่าเป็นตำรวจเสื้อเหลืองหรือตำรวจเสื้อแดง  คิดอย่างเดียวว่าเขาเป็นตำรวจ และ ดูว่าเขาทำหน้าที่เป็นผู้รักษากฎหมายที่ดี ส่วนกรณีของ พล.ต.ท.สมคิด เขาเป็นผู้บัญชาการที่มีอาวุโสจากที่มีทั้งหมด 11 คน เรียงลำดับไป ก็ต้องขยับขึ้นไปเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ทุกคน ซึ่งเป็นตามกฎ ก.ตร. เราทำตามกฎเกณฑ์ต้องยึดถืออย่างนี้ ผู้บัญชาการที่อยู่ในลำดับอาวุโสตั้งแต่ 1-11 ก็จะได้เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.หมด และไม่มีใครที่มีการสอบสวนความผิดทางวินัยติดค้างอยู่ กรณีของ พล.ต.ท.สมคิดเคยถูกสอบสวนและกรรมการสอบสวนมีมติไปแล้ว ซึ่งเขาไม่ได้มีความผิด เข้าใจว่าเขาเคยถูกฟ้องศาลและศาลยกฟ้องไปแล้วหรืออย่างไรตนไม่ค่อยแน่ใจ แต่กรณีที่จะมีคดีที่ฟ้องศาลใหม่เกี่ยวกับการเข้าไปพัวพันกับการตายของเจ้าหน้าที่ หรือคนของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นเรื่องก่อนที่พวกตนจะมาตั้งสิบกว่าปี เข้าใจว่ายังไม่ไปถึงไหนเลย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การยึดหลักความอาวุโสบางครั้งก็ขาดคน ที่มีความรู้ความสามารถบางคน ก็ใช่แต่ปากพูดอย่างเดียวก็ขึ้นมาแต่ฝีมือในงานไม่มี นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องยอมรับในกติกาที่กำหนดว่าเมื่อมีตำแหน่งว่างการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแต่งตั้งนายตำรวจที่มีอาวุโสสูงเป็นจำนวน 25% ของตำแหน่งที่ว่าง ต่อมานายกฯก็มีบัญชาให้ตนนำเรื่องเสนอ ก.ตร.ขอเพิ่มสัดส่วนความอาวุโสเป็น 33% ที่เหลือจึงให้ผู้บังคับบัญชาจัดทำบัญชีความเหมาะสมแล้วเลือกเอามาไปเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองแล้วจึงเสนอต่อ ก.ตร.ตามระบบอย่างนี้  ก็ต้องดำเนินการอย่างนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ ก.ตร.มีมติให้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.มีโอกาสที่จะชนะคดีหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า คณะกรรมการ ก.ตร.เชื่อว่ายังมีเหตุผลข้อเท็จจริงอีกหลายประการ ที่ สตช. ควรจะได้นำไปเรียนให้ศาลปกครองสูงสุดได้ทราบ เชื่อว่า เมื่อได้ทราบข้อเท็จจริงตามนั้นแล้วอาจจะมีคำวินิจฉัยที่เปลี่ยนแปลงไปได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะเดียวกันการที่ พล.ต.ท.ชลอ ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. จะทำให้น้ำหนักการยื่นอุทธรณ์เบาลง นายสุเทพ กล่าวว่า มันเป็นคนละตอนกัน การแต่งตั้ง พล.ต.ท.ชลอ เมื่อปี 2552 เป็นเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้เขาได้พิจารณาบรรดาที่ปรึกษา สบ.10และผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่า ใครสมควรขึ้นมาเป็นรองผบ.ตร.ก็พิจารณาเป็นรายคนและลงมติกันทุกคน โดย พล.ต.ท.ชลอก็มีอาวุโสและได้รับการพิจารณาแต่งตั้งตามตำแหน่งที่ว่าง ไม่ใช่เป็นการเยียวยาย้อนหลัง ซึ่งจากนี้ตช.ก็ต้องรีบทำเรื่องเสนอเข้ามายังสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งต่อไป