
ศึก"ดีเอสไอ"ใครได้ใครเสีย!
การเขียนข้อความลงบนเฟซบุ๊กของ "พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ" ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังจากดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องบริษัท เบสท์ 59 จำกัด ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตร ยี่ห้อปูแดงไคโตรซาน กรณีทำธุรกิจที่อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เนื่องจ
ถือเป็นการระบายความอึดอัดใจในฐานะ "หัวหน้าทีมทำงาน" หลังรอบปีนี้เจอ "สั่งไม่ฟ้อง" ทั้งหมดรวม 4 คดี
- "แชร์น้ำมัน" ของบริษัทแห่งหนึ่ง (ความเสียหายร่วม 100 ล้านบาท)
- "แชร์ยางพารา" ทางภาคใต้ (มีผู้เสียหายนับพันคน ความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท)
- "คดีบุกรุกป่า สบกกฝั่งขวา" ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาในการดำเนินคดี 8 เดือน
- "คดีปูแดง" คณะพนักงานสอบสวน มีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 11 คน
การเขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กในฐานะพนักงานสอบสวนของ "ปิยะวัฒก์" ที่ระบุว่า "ศักดิ์ศรี ดีเอสไอยังมีอยู่อีกหรือ... ขอถามเพื่อนๆ เฟซบุ๊ก พวกผมในฐานะเป็นข้าราชการประจำ ควรจะยืนอยู่ในสังคมอย่างไร ประชาชนจะเชื่อมั่นพวกเราอีกต่อไปหรือไม่ ขอฟังความคิดเห็นด้วยครับจะรับไปปฏิบัติ"
ทำให้เกิดคำถามต่อสังคมว่าขณะนี้ใน "ดีเอสไอ" เกิดอะไรขึ้น ทำไมการทำงานถึงไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
ถามว่าการที่ "พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์" รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะคณะทำงานพิจารณารายละเอียดของสำนวนเมื่อคณะพนักงานสอบสวนชุดของ "ปิยะวัฒก์" ได้ทำความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีปูแดงเสนอสำนวนผ่านมายัง "พ.ต.อ.ณรัชต์" และคณะทำงานของพ.ต.อ.ณรัชต์ มีความเห็นว่าสั่งไม่ฟ้องก็มีสิทธิทำได้
แต่โดยมารยาท ระดับ "รองอธิบดีดีเอสไอ" และ "ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ" ซี 9 เท่ากันถ้าเห็นต่างก็น่าจะพูดคุยกันได้ แต่นี่กลับไม่มี
และกรณีนี้ดูเหมือน "ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ" ยุติปัญหาโดยกล่าวว่า “หลักการทำงานผู้ใต้บังคับบัญชาต้องยอมรับการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่เก็บมาคิดน้อยเนื้อต่ำใจ ทำอะไรก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ ไม่อย่างนั้นคงต้องมาเป็นอธิบดีเอง และเรื่องนี้คงไม่ต้องเรียกพ.อ.ปิยะวัฒก์ มาพูดคุย เพราะต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว คนเราทำอะไรต้องเป็นผู้ใหญ่ มิเช่นนั้นต้องมาเป็นอธิบดีเอง”
การออกมาเขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กของ "ปิยะวัฒก์" อาจมองได้ว่าเป็นการเขย่าสังคมให้จับตามองว่าในเร็ววันนี้จะมีการแต่งตั้งปลายปีทุกคนที่ครองตำแหน่งซี 9 อาวุโสสูง อยากได้รับการเลื่อนชั้นเป็นซี 10 ทั้งนั้น
ท่ามกลางข่าวเตรียมดัน "พ.ต.อ.ณรัชต์" ขึ้นนั่ง "เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" แทน "ภิญโญ ทองชัย" ที่กำลังจะเกษียณเดือนกันยายนนี้
แม้ว่า "ณรัชต์" เคยถูกมองว่าเป็นเด็กของกลุ่มอำนาจเก่า "แดงแจ๋" แต่มาถึงขณะนี้ "ณรัชต์" รู้ดีว่าควรเลือกที่จะยืนข้างไหน
ถึงแม้เป้าหมายจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่น่าหวาดหวั่นว่ารอยร้าวในดีเอสไอ จะส่งผลต่อการทำคดีที่ดีเอสไอกำลังกลายเป็นปลายท่อของสารพัดคดีความที่มากทั้งมูลค่าความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคง
ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย



