
แกะรอย"รถกระบะ"ล่าแก๊งยกตู้เอทีเอ็ม
แม้ว่าตำรวจจะสวมบท "ตาบอดคลำช้าง" ในคดีไล่ล่าแก๊งคนร้ายที่ยกตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขากระเฉด ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมเงินสดกว่า 4 ล้านบาท แต่ไม่มีคดีใดที่คนร้ายจะไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ !!
ดึกสงัดวันที่ 27 สิงหาคม สายฝนโปรยหนาเม็ดมีคนเห็นกลุ่มชายท่าทางมีพิรุธขับรถกระบะอีซูซุ จอดริมถนนฝั่งตรงข้ามตู้เอทีเอ็ม แล้วมีชายชุดดำสวมหมวกไอ้โม่ง 2 คนลงจากรถ เพียงไม่นานชาวบ้านได้ยินเสียงดัง "ปั้ง" คล้ายเสียงรถชน ดังมาจากบริเวณตู้เอทีเอ็ม เมื่อมองลงมาจากดาดฟ้าเห็นท้ายรถกระบะคันหนึ่ง มีวัตถุขนาดใหญ่ถูกคลุมด้วยผ้าใบแล่นออกจากหน้าธนาคารไป เมื่อชักชวนเพื่อนบ้านลงมาดูบริเวณที่ตั้งเอทีเอ็ม ปรากฏว่าตู้เอทีเอ็มอันตรธานหายไป 1 ตู้
หลังเกิดเหตุโจรกรรมตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยาไม่เพียงกี่วัน ชุดสืบสวนของ พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง เดินหน้าสืบสวนติดตามคนร้ายอย่างเร่งด่วน โดยเชื่อว่าคดีนี้น่าจะมีคนร้ายต่างชาติร่วมขบวนการอยู่ด้วย
ในที่เกิดเหตุแทบไม่พบหลักฐานใดๆ สัญญาณกันขโมยถูกตัดสัญญาณออก กล้องวิดีโอวงจรปิดที่ติดอยู่บริเวณด้านหน้าตู้เอทีเอ็มถูกปลาสเตอร์ปิดแผลมาปิดไว้จนไม่เห็นแผนประทุษกรรมที่เกิดขึ้น ร่องรอยการโจรกรรมตู้เอทีเอ็มที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้เห็นว่าคนร้ายมีความเป็นมืออาชีพและมีความชำนาญพอสมควร โดยคนร้ายปีนกำแพงด้านข้างธนาคาร ใช้เทปปิดกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าตู้ ใช้คีมตัดเหล็กด้านหลังตู้ และตัดสายไฟภายในตู้ แล้วเลาะแผ่นปูน ก่อนเคลื่อนย้ายตู้เอทีเอ็มด้วยการใช้แผ่นไม้ผ่อนแรง ก่อนยกขึ้นรถหลบหนีไป
ตู้เอทีเอ็มใบนี้มีน้ำหนัก 480 กิโลกรัม แต่คนร้ายโจรกรรมได้อย่างง่ายดายแทบไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ ไว้ให้แกะรอยเลย แต่ทว่าโครงการของ ผบก.ภ.จว.ระยอง เคยขอความร่วมมือประชาชน ร้านค้า ที่ตั้งอยู่ริมถนนช่วยเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจ จึงทำให้ทราบระยะเวลาที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียง 45 นาที ในการโจรกรรมตู้เอทีเอ็มใบนี้ แม้จะไม่เห็นคนร้ายแต่ก็สามารถจับภาพรถต้องสงสัยที่บรรทุกตู้เอทีเอ็มนั้นได้ เป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีฟ้า
อีก 2 วันถัดมา มีคนมาพบตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ถูกโจรกรรมไป ถูกทิ้งไว้ในไร่มันสำปะหลัง บริเวณถนนสาย 331 โคราช-สัตหีบ ท้องที่หมู่ 6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง สภาพตะแคงอยู่กับพื้นดิน กล่องใส่เงินถูกแกะนำมาโยนทิ้งกระจายตามจุดต่างๆ ห่างกันประมาณ 10-20 เมตร จำนวน 5 กล่อง ตรวจสอบภายในไม่พบเงินหลงเหลืออยู่ และพบหลักฐานถุงมือยางตกอยู่ใกล้กับจุดทิ้งตู้เอทีเอ็ม
และเมื่อวันที่ 1 กันยายน พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีฟ้า ทะเบียน ฌจ 3996 กรุงเทพมหานคร ต้องสงสัยที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จอดอยู่ที่เต็นท์รถ ที.ซี.ซี. คาร์เซ็นเตอร์ เลขที่ 131/50 หมู่ 9 ถนนสุขุมวิท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าของเต็นท์รถยอมรับว่า มีชาวตะวันออกกลาง 3 คนมาขอเช่ารถระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคมก่อนตามกำหนดเวลา
ชุดสืบสวนแกะรอยคดีโจรกรรมตู้เอทีเอ็มจากข้อมูลการเช่ารถกระบะ และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด สืบทราบว่า ผู้ต้องสงสัยชาวแขกขาวทั้งสามคนเป็นชาวเซอร์เบีย คือ มาร์ค แกรนด์ และ อเลคซานดร้า จากการตรวจสอบไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ทราบว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนหลบหนีเข้าประเทศกัมพูชาไปแล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน ยังหลบหนีอยู่ในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจับกุมจากตำรวจภูธรภาค 2 จึงส่งกำลังติดตามคนร้ายรายนี้มาขยายผลและดำเนินคดีในที่สุด



