ข่าว

เอ็มเอสไอจีหันบุกตลาดภูธรอัดแคมปญรุกเจาะรายย่อย

เอ็มเอสไอจีหันบุกตลาดภูธรอัดแคมปญรุกเจาะรายย่อย

01 ก.ย. 2553

เอ็มเอสไอจีหันรุกตลาดประกันภัยรถยนต์ต่างจังหวัด มองกทม.ถึงจุดอิ่มตัว พร้อมทำตลาดเชิงรุกผ่านแคมเปญ "คิดใหม่ ทำใหม่" หวังดึงลูกค้ารายกลางถึงรายย่อย เล็งทำประกันภัยก่อการร้าย

นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล ผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจบริษัทนายหน้า เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย(ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่าปีนี้บริษัทมีแผนจะรุกธุรกิจประกันวินาศภัยเต็มรูปแบบ จากปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทจะเป็นประกันภัยรถยนต์ 70% หรือมีสัดส่วนค่าเบี้ยประมาณ 60% ของพล็อต แต่จากการแข่งขันกันที่รุนแรงของประกันภัยรถยนต์ทำให้มองว่าตลาดนี้น่าจะใกล้ถึงจุดอิ่มตัว โดยเฉพาะในกทม. ทำให้บริษัทมีแนวคิดจะหันไปรุกตลาดในต่างจังหวัดและประกันภัยเพื่อธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทอยู่แล้ว

 ส่วนการทำประกันวินาศภัยที่รวมถึงการก่อการร้ายนั้นกำลังเจรจากับพันธมิตรหรือบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศ โดยถือเป็นการประกันที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบจึงต้องเลือกรายที่เงื่อนไขน่าพอใจที่สุด โดยอาจให้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นช่วยเจรจาต่อรองให้เพราะมีเครือข่ายมากกว่า คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีความชัดเจน

 อย่างไรก็ตาม จากนี้จนถึงปลายปีบริษัทยังไม่มีนโยบายจะปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันอีก แต่คงไม่สามารถปรับลดเพื่อแข่งขันด้านราคาได้ เพราะหากคิดถูกเกินไปก็จะไม่คุ้มทุน โดยบริษัทจะเน้นแข่งขันด้านบริการ และการจ่ายสินไหมทดแทนที่เร็วมากกว่า ส่วนการทำตลาดในปีนี้จะเน้นการสร้างการรับรู้ของแบนด์ผ่านแคมเปญ “คิดใหม่ คิดดี” ตั้งเป้าใช้งบทั้งปี 40-50 ล้านบาท 

 นายเสงี่ยม แดงประเสริฐ ผู้จัดการใหญ่สายบริการธุรกิจและผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจตัวแทนและกิจการสาขา กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีเบี้ยประกันภัยรับแล้วประมาณพันกว่าล้านบาทสูงกว่าปีที่ผ่านมา 28.2% คาดว่าสิ้นปีน่าจะได้ถึง 2,500 ล้านบาท และมีกำไรประมาณ 100 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 80-90 ล้านบาท

 สำหรับเบี้ยประกันภัยรับที่เกิดขึ้นนั้นมาจากตัวแทนและกิจการสาขาประมาณ 80% ซึ่งจะรับเบี้ยประกันจากรายกลางและรายย่อยที่เหลือมาจากเอเย่นต์หรือนายหน้า ซึ่งปีนี้น่าจะมีเพิ่มขึ้น 200-300 ราย จากปีก่อนเพิ่มมา 900 ราย รวมขณะนี้มีประมาณ 2,500 ราย โดยบริษัทยังมีแนวคิดจะเข้าไปฝึกอบรมให้กลุ่มนักศึกษาที่ใกล้จบเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพต่อไป