ข่าว

บีโอไอหนุนเอสเอ็มอีไทยขอสิทธิลงทุน

บีโอไอหนุนเอสเอ็มอีไทยขอสิทธิลงทุน

01 ก.ย. 2553

บีโอไอหนุนเอสเอ็มอีไทยขอรับการส่งเสริมการลงทุนใน 57 กิจการภายในปี 54 เพื่อได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ส่วนการลงทุนภาพรวม 7 เดือนแรกขอเข้ามาแล้ว 2 แสนกว่าล้าน คาดได้ตามเป้า 5 แสนล้าน

 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงานสัมมนา “เจาะประเด็นมาตรการบีโอไอลงทุนไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน หอการค้าไทย และต่างประเทศ รวมถึงบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน เข้าร่วมรับฟังกว่า 1,000 คน ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอมุ่งสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องในแนวทางการส่งเสริมการลงทุนใหม่ของประเทศไทย ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้

 ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพูดคุยกับประชาชนและผู้นำชุมชน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนทำให้ทราบว่า ประชาชนยังขาดความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานของรัฐและโรงงานอุตสาหกรรม จึงจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูความเชื่อถือ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมต่อไป

 ด้าน น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการบีโอไอ กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนกิจการเอสเอ็มอีไทยว่า บีโอไอเปิดให้ผู้ประกอบการที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 5 แสนบาท สามารถขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอได้ ครอบคลุมใน 57 ประเภทกิจการ อาทิ กิจการฟอกหนังสัตว์ ผลิตเซรามิก ผลิตผ้า เครื่องนุ่งห่ม ผลิตของเล่น ผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ ผลิตสิ่งพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์แก่กิจการที่ขยายการลงทุนแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลครอบคุลมถึงกิจการเดิมด้วย ทั้งนี้ ต้องยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2554

 ส่วนการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอปีนี้ ยังคงตั้งเป้าไว้ที่ 5 แสนล้านบาท โดยในช่วง 7 เดือนแรกมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 777 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 43% มูลค่ารวม 2.14  แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนหลายรายได้มาพูดคุยถึงแนวโน้มเข้ามาลงทุนในไทยแล้ว รอเพียงความชัดเจน คดีมาบตาพุดและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งการจัดทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) และรอประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องประเภทกิจการรุนแรง