ข่าว

ถึงเวลาต้องคืนพื้นที่

ถึงเวลาต้องคืนพื้นที่

02 ก.ย. 2553

ความทุกข์ยากของชาวกรุงเราอย่างหนึ่งก็คือปัญหาการจราจรรถราติดขัดไปไหนมาไหนต้องใช้เวลานานเกินควร บางครอบครัวต้องตื่นแต่เช้า ป้อนอาหารลูกในรถแล้วกลับถึงบ้านค่ำๆ มืดๆ เป็นประจำ ปัญหาการจราจรในเขตกทม.และปริมณฑลนั้นมีผู้หยิบยกกันขึ้นมาจะแก้ไขเป็นครั้งเป็นคราวแ

 ปัญหาการจราจรนั้นไม่ได้มีแต่เพียงในบ้านเรา ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกไม่ว่าในประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างยุโรป อเมริกา หรือในประเทศที่ล้าหลังทั่วไปก็ประสบปัญหาทั้งสิ้น ในเมืองหลวงของบางประเทศรถราเคลื่อนตัวไปได้เฉลี่ยแล้วเพียงชั่วโมงละ 12 กม. แย่กว่าสภาพในกทม.

 ดังนั้น จึงมีหลายสถาบันทั่วโลกทำการศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตประจำวันนี้อยู่หลายแห่ง โดยได้นำเอาวิชาการสาขาต่างๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเครื่องมือทางไอทีต่างๆ พบทางออกทางแก้มากมายแต่การนำเอาออกมาใช้มักจะเป็นปัญหาสำคัญอย่างเรื่องการเก็บค่าใช้ทางผ่านย่านใจกลางเมืองนั้นนำมาใช้ในสิงคโปร์ได้ผลบ้าง แต่สำหรับกทม.นั้นก็ได้แต่จดๆ จ้องๆ ไม่กล้านำออกใช้

 สถาบันในประเทศเยอรมนีแห่งหนึ่งได้ศึกษาพฤติกรรมของขบวนมดที่ออกหากินจากรังไปสู่แหล่งอาหารแล้วจำลองแบบการเคลื่อนไหวของมดด้วยคอมพิวเตอร์ พบว่ามดมีความฉลาดในการใช้เส้นทาง กล่าวคือรู้จักปรับขนาดของเส้นทางตามสภาพของจราจรและรู้จักใช้เส้นทางอ้อมที่เดินทางได้รวดเร็วกว่า นักวิจัยกลุ่มนี้จึงได้นำพฤติกรรมของมดมาใช้กับมนุษย์ เช่น ให้มีการแบ่งช่องทางไปกลับไม่เหมือนกันแต่ละช่วงเวลาของวัน (ในกทม.ดูตัวอย่างได้ที่สะพานพระปิ่นเกล้า) และมีการนำเอาสภาพการจราจรในถนนสายต่างๆ ออกทางวิทยุและผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ชาวบ้านหลีกเส้นทางจราจรที่ติดขัดโดยเอาอย่างมด

 แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็มีข้อจำกัดทางเทคนิคและกายภาพอื่นๆ ปัญหาการจราจรยังมีอยู่ อย่างไรก็ตามถึงปัจจุบันทุกสถาบันทางวิชาการก็สรุปว่าการแก้ปัญหาการขนส่งคนโดยสารในเขตเมืองใหญ่นั้นหนีไม่พ้นต้องใช้ระบบรางต่างระดับ จะเป็นเหนือพื้นดินหรือใต้พื้นดินก็สุดแล้วแต่ และไม่ว่าวิธีไหนการลงทุนจะสูงมากทั้งใช้เวลาก่อสร้างระบบเป็นเวลานาน เช่นในกทม.เราจะมีระบบรถไฟฟ้าใช้งานได้ครบอีก 10 ปีข้างหน้าหรือไม่ก็ยังเป็นปัญหาอยู่

 หวนมาดูสภาพการจราจรในกทม.อย่างใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่ง ก็จะพบความจริงหลายประการที่น่าตกใจคือ จำนวนรถส่วนตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็วมากประมาณวันละเกือบพันคัน แต่พื้นที่ถนนแทบไม่มีเพิ่มขึ้นเลย โชคดีที่ระบบขนส่งสาธารณะ (รถเมล์+รถตู้+รถแท็กซี่) ปรับตัวได้รวดเร็วมาก บางครั้งแม้จะล้ำเส้นกฎหมายไปบ้าง และเมื่อเร็วๆ นี้กทม.ได้ริเริ่มบริการรถเมล์ด่วน “บีอาร์ที” ซึ่งถึงบัดนี้ถือว่าโครงการนี้ล้มเหลวเพราะผู้โดยสารไม่นิยม(ไม่ทราบว่าเพราะอะไร) แล้วยังก่อให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดเพิ่มขึ้นจาก “คอขวด” ที่เกิดขึ้นเป็นตอนๆ จากการเอาพื้นที่ถนนไปใช้เป็น “บัสเลน” ของรถบีอาร์ที

 ไหนๆ ชาวกทม.ก็ได้เทคะแนนเสียงให้แก่ประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งส.ก.และส.ข.ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ควรจะได้รับคำร้องทวงพื้นที่คืนโดยโอนตัวรถโดยสาร (ที่ราคาแพงลิบ) ให้ ขสมก.ไปเดินรถตามปกติ ส่วนเส้นทางที่แย่งมาจากชาวกทม.ที่ใช้รถส่วนตัวก็ควรคืนให้เจ้าของเขาไป หรือไม่ก็เอามาใช้เป็น “ทางพิเศษไม่ต่างระดับ” เก็บรายได้นำมาคืนภาษีของชาวบ้านที่นำไปใช้ในการลงทุนสร้างบัสเลนขึ้นมา และจะเป็นงานชิ้นแรกที่จะโชว์วิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารประชาธิปัตย์ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

นายหนูใหญ่ [email protected]