
ฟ้าใหม่ในเวียดนาม
วันที่ 2 กันยายน ปีนี้ เป็นวันครบรอบ 65 ปี แห่งการประกาศเอกราชของเวียดนาม นับจากวันที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามมหาเอเชียบูรพา และโฮจิมินห์ฉวยโอกาสแยกเวียดนามเป็นอิสระจากอินโดจีนของฝรั่งเศส แต่เอกราชของเวียดนามก็ไม่ได้มาด้วยความราบรื่น เพราะหลังสงครามโลกครั้ง
จนเกิดสงครามที่กินเวลา 9 ปี และจบลงด้วยการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขของฝรั่งเศส หลังศึกเดียนเบียนฟู ซึ่งทำให้โลกได้รู้จักชื่อของ นายพลหว่อ เหวียน ยาป หรือที่คนไทยเรียกว่า โว เหงียน เกี๊ยบ และความทรหดของทหารเวียดนามที่ด้อยกว่าทหารฝรั่งเศสในทุกๆ ด้าน แต่มีเพียงอย่างเดียวที่ฝรั่งเศสสู้ไม่ได้ก็คือหัวใจที่ไม่มีคำว่าแพ้
และแม้ฝรั่งเศสจะยอมถอนตัวออกไปแล้ว แต่เวียดนามก็ยังเผชิญกับการถูกแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วน และต้องทำสงครามปลดปล่อยประเทศจากสหรัฐอีกเป็นเวลาร่วม 20 ปี จนถึง ค.ศ.1975 เวียดนามเหนือและใต้จึงรวมกันเป็นประเทศเดียวได้สำเร็จ แต่โฮจิมินห์ซึ่งใช้เวลาตลอดชีวิตในการต่อสู้เพื่อความเป็นเอกราชและเอกภาพของชาติ ก็จากโลกนี้ไปก่อนที่จะมีโอกาสได้เห็นวันที่เขารอคอย ซึ่งในบรรดานักปฏิวัติรุ่นนั้นก็เหลือเพียงนายพลหว่อ เหวียน ยาป ที่เพิ่งฉลองอายุ 100 ปี ไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมปีนี้ เพียงคนเดียว ที่มีชีวิตอยู่ดูความเป็นไปของเวียดนามตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ปี 1945-1975 เวียดนามผ่านการเปลี่ยนแปลงมาโดยลำดับ จากการทุ่มเทชีวิต และเลือดเนื้อเพื่อการรวมชาติ ทำให้เวียดนามต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งด้วยกำลังทหาร และเศรษฐกิจ ตลอดจนการถูกโดดเดี่ยวประเทศจากมหาอำนาจหลายชาติ กว่าจะสามารถยืนอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ภายหลังสงครามกู้เอกราชสิ้นสุดลง เวียดนามได้หันมาทำสงครามครั้งใหม่กับเศรษฐกิจที่ทรุดโทรม แม้ว่าในระยะแรกผู้นำในพรรคและรัฐบาลที่กรำศึกในสนามรบมานานอาจจะสับสนกับสภาวการณ์ของโลกในยุคปัจจุบันและการกำหนดทิศทางของประเทศหลังสงครามเย็น แต่เมื่อรัฐประกาศใช้นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ หรือ “โดยเหม่ย” (Doi Moi) ในปี 1986 ก็ทำให้เศรษฐกิจเวียดนามรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
จาก 65 ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ เวียดนามได้ก้าวสู่ความปึกแผ่น และเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังเร่งพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน แต่ยังคงรักษาการบริหารปกครองในลักษณะสังคมนิยมตามแนวทางของโฮจิมินห์ไว้อย่างเหนียวแน่น จึงทำให้เกิดรูปแบบของทุนนิยมแบบสังคมนิยม ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของการเมืองการปกครองที่สังคมนิยมมีอยู่ มาผนวกกับความเข้มแข็งและหลากหลายทางเศรษฐกิจอันเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นของเสรีนิยมทางการค้าแบบทุนนิยม
และ 65 ปีของเวียดนาม น่าจะเป็นบทเรียนและแบบอย่างให้คนไทยได้ศึกษาถึงความรักชาติ การเสียสละเพื่อชาติ และการสร้างชาติ ได้เป็นอย่างดี



