ข่าว

เฉลิมชัยชงแผนจัดการต่างด้าวเมินตีตรารอบใหม่

เฉลิมชัยชงแผนจัดการต่างด้าวเมินตีตรารอบใหม่

01 ก.ย. 2553

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเตรียมเสนอแผนแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสัปดาห์หน้า ปัดไม่ใช่เปิดจะทะเบียนต่างด้าวรอบใหม่ ตม.ลุยไซด์งานก่อสร้างจับแรงงานเถื่อนกว่า20ราย “ที่ปรึกษาเฉลิมชัย” เรียกแจงปัญหาแรงงานลิเบียพร้อมบินตรวจสอบพื้นท

(1ก.ย.) นายเฉลิมชัย   ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีข้อเรียกร้องของกลุ่มเอ็นจีโอให้เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ ว่า ขณะนี้ได้มอบให้ทางกรมการจัดหางานไปคิดรูปแบบการนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนในเรื่องของแผนการจัดการมากขึ้น โดยจะเสนอแผนดังกล่าวให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) สรุปเป็นหลักเกณฑ์ปฏิบัติที่ชัดเจน จากนั้นก็จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาประกาศใช้ต่อไป

  กรอบในการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้นจะต้องไม่กระทบกับธุรกิจที่จ้างแรงงานต่างด้าวอยู่ โดยเชื่อว่าเมื่อสามารถทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ได้ดินขึ้นมาแสดงตัวได้ ก็จะสามารถลดช่องทางการแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวได้ ซึ่งกระบวนการแก้ปัญหาต้องไม่ซับซ้อน

 “การจะนำแรงงานต่างด้าวที่หลบซ่อนอยู่ให้ออกมาแสดงตน เพื่อให้เกิดความชัดเจนได้นั้น ก็ต้องขอความร่วมมือนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าว ให้แจ้งยอดแรงงานต่างด้าวในครอบครองให้ถูกต้องด้วยว่ามีแรงงานถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเท่าใด ” นายเฉลิมชัยกล่าว

 นอกจากนี้   กระทรวงแรงงาน ต้องขอความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ ในการประสานความร่วมมือกับประเทศต้นทาง แต่ในประเด็นนี้ยังไม่อยากสรุปว่าจะเป็นการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่หรือไม่ แต่เชื่อว่ารูปแบบการแก้ปัญหาตามแผนดังกล่าว จะทำให้การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้นภายในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน

 ทั้งนี้ รูปแบบการแก้ปัญหาในแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน เนื่องจากสถานทูตแต่ละประเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศต้นทางของตนก่อนและต้องยอมรับว่าต่างด้าวผิดกฎหมายมีมากกว่าที่ถูกกฎหมาย แต่สิ่งที่จะทำคือทำให้เหลือต่างด้าวผิดกฎหมายน้อยที่สุด

 นายเฉลิมชัย กล่าวย้ำว่า หลังจากนี้หากพบว่ายังมีการแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวอีก โดยเฉพาะข้าราชการที่มีพฤติกรรมส่อทุจริต ตนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดไม่ละเว้น

 ด้านนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับไปนอกราชอาณาจักรว่า ที่ประชุมวานนี้(1ก.ย.)ได้พิจารณาอนุมัติวงเงินให้หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในการปราบปรามจับกุมและส่งกลับแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายในปี 2554 วงเงินกว่า700 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตามในส่วนของการผลักดันกลับประเทศต้นทางซึ่งที่ผ่านมาเกิดปัญหา แรงงานต่างด้าว ถูกส่งตัวกลับบริเวณชายแดนแล้ว แต่ก็สามารถลักลอบกลับเข้าประเทศใหม่ได้ทันที ทำให้ไม่สามารถการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายได้ จึงมีแนวคิดที่จะหารือกับประเทศพม่า ลาว และ กัมพูชา เพื่อทำให้แรงงานที่ถูกส่งกลับ สามารถกลับเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย โดยให้แต่ละชาติทำการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเหล่านั้น ก่อนส่งกลับแรงงานเข้ามา

 ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มีการหารือกับทางการพม่าแล้ว ซึ่งเห็นด้วยในหลักการ ขณะที่ทางการลาวและกัมพูชาอยู่ในระหว่างการประสานงาน ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมากกว่า 2 ล้านคนที่รอแก้ปัญหา

ตม.ลุยไซด์งานก่อสร้างจับแรงงานเถื่อนกว่า20ราย

 เมื่อเวลา 09.15 น.พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันท์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 สนง.ตรวจคนเข้าเมือง ได้นำกำลัง จนท.คณะทำงานปราบปรามจับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานคณะที่ 3 รับผิดชอบ 19 จังหวัดอีสาน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 125/2553 ลงวันที่ 2 มิย. และคำสั่งที่ 177/2553 ลงวันที่ 13 กค. จำนวนกว่า 20 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม บริษัทแผ่นดินทอง บริเวณติดกับห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ริม ถ.มิตรภาพ ขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง นครราชสีมา หลังสืบทราบมาว่ามีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากลักลอบเข้ามาใช้แรงงานโดยผิดกฎหมายขณะกลุ่มแรงานต่างด้าวเมื่อพบเห็น จนท. ต่างพากันวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันจับกุมได้ทั้งหมดจำนวน 24 คน มีชาย 18 คน หญิง 6 คน ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา พร้อมกับควบคุมตัวนายวิชัย บุญแย้ม อายุ 62 ปี นายจ้างชาวไทย

 จากนั้นได้นำตัวทั้งหมดมาตรวจสอบประวัติที่ สนง.จัดหางาน จ.นครราชสีมา ปรากฎว่าทั้งหมดไม่มีเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนส่งตัวทั้งหมดให้ ร.ต.อ.สังเวียน ตรวจนอก พนักงานสอบสวน สภ.เมือง นครราชสีมา ดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายวิชัย ฯ นายจ้าง จะถูกดำเนินคดีในข้อหา ให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆให้บุคคล ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นการจับกุม รับบุคคลต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน

 พล.ต.ต.มนตรี  ระบุว่า แรงงานต่างด้าวที่ถูกจับกุมทั้งหมดได้ลักลอบเข้ามาโดยรถยนต์ เป็นยานพาหนะ มีนายหน้าทั้งคนไทยลักลอบนำเข้ามาใช้แรงงานก่อสร้างที่บริษัทดังกล่าว แรงงานต่างด้าวทั้งหมดต้องเสียค่าหัวรายละ 1-2 หมื่นบาทให้กับนายหน้าที่นำเข้ามาใช้แรงงาน โดยใช้ระบบผ่อน ซึ่งหลายรายยังต้องผ่อนชำระ สำหรับ ปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ภาคอีสาน มีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ กำลังเติบโตพัฒนา แรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่จะลักลอบมาทำงานก่อสร้าง หรือตามโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

ที่ปรึกษาเฉลิมชัยเตรียมบินลิเบียสอบปัญหาแรงงาน

นายสุธรรม นทีทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงปัญหาแรงงานไทยในลิเบียที่เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานเข้าไปดูแลปัญหาแรงงานไทยที่กำลังประสบปัญหากับบริษัทนายจ้างในลิเบียว่า ขณะนี้ตนได้เรียกให้บริษัทจัดหางานที่เป็นผู้นำเข้าแรงงานไทยในลิเบียเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว และกำลังเชิญแรงงานไทยที่มีปัญหาดังกล่าวมาให้ข้อมูล ซึ่งตนจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนเดินทางไปตรวจสอบสถานที่จริงของบริษัทนายจ้างในลิเบีย พร้อมเข้ารับข้อมูลจากสถานทูตไทยในลิเบีย จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดนำเสนอต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาต่อไปด

ขณะที่นายโอภาส จันทรทรัพย์ เอกอัครราชทูตไทย  ณ กรุงตริโปลี ประเทศลิเบีย กล่าวว่าหลังจากมีปัญหาดังกล่าวตนได้เข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนทันที โดยตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กงศุลได้เดินทางไปประชุมกับผู้แทนแรงงานไทยบริษัท arsel-bena wa  tasheed joint  venture  จำนวน 13 คน โดยมีผู้แทนของบริษัทนายจ้างดังกล่าว และประธานบริษัทจัดหางานเงินและทองพัฒนา จำกัดร่วมประชุมด้วย โดยได้ชี้แจงให้แรงงานไทยเข้าใจว่าปกติการจ่ายค่าแรงงานที่ลิเบียจะเริ่มจ่ายในเดือนที่ 3 หลังเข้าทำงานแล้ว เพราะบริษัทส่วนใหญ่ทำงานให้กับทางการลิเบียและมีการเก็บเงินเป็นงวดๆจากรัฐบาล อย่างไรก็ตามมีปัญหาติดขัดบ้างจากรัฐบาลจึงทำให้บริษัทนายจ้างเก็บเงินล่าช้า แต่ไม่เคยมีบริษัทไหนไม่จ่ายหรือโกงแรงงานไทย

“การร้องเรียนของแรงงานไทย ถือเป็นเรื่องเกินเลยความจริง ไม่ว่าเรื่องโกงค่าแรงงาน ไม่ว่าตกนรกในลิเบีย ผมอ่านข่าวแล้วตกใจ เพราะหลายเรื่องเป็นการร้องเรียนแบบเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่ว่าการอ้างที่พักแอร์ไม่เย็น ไม่ว่าอ้างอาหารไม่อร่อย อย่างไรก็ตามผมรับฟังปัญหาแล้วก็ช่วยเหลือแก้ไข หรือแม้กระทั่งช่วยประสานให้บริษัทนายจ้างซื้อข้าวมาให้แรงงานไทยเป็นกรณีพิเศษ เพราะต้องนำเข้าและมีราคาแพงมาก แต่แรงงานไทยยังไม่พอใจ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

นายโอภาส กล่าวด้วยว่า ในช่วงเดือนรอมฎอนหรือถือศิลอด ทุกบริษัทไม่ว่าจะเป็นบริษัทฝรั่งหรือบริษัทไหนที่ทำงานให้กับทางการลิเบียจะได้รับเงินค่างวดล่าช้า 3-5 เดือน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เป็นเหมือนกันทุกบริษัท อย่างไรก็ตามตนได้เข้าไปช่วยเจรจาให้บริษัทนายจ้างจ่ายเงินเดือนให้กับแรงงานไทยก่อนเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งได้ชี้แจงไปกว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่กู้หนี้ยืมสิ้นเขามา จึงอยากให้ออกเงินตรงตามเวลา เพราะต้องนำไปใช้หนี้สินดอกเบี้ย ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดบริษัทนายจ้าง

นายโอภาส กล่าวว่าที่ลิเบียได้มีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติจากหลายประเทศเข้าไปรับทำงาน โดยเฉพาะมีบริษัทจากตุรกี บริษัทอียิปและบริษัทแคนาดาที่เข้าไปรับงานทางการลิเบีย ต่างชื่นชอบแรงงานไทย เพราะฝีมือดีมาก มีความปราณีต ขยันและอดทน และต้องการให้เข้ามาเยอะๆ แต่ตอนนี้เกิดปัญหาขึ้นมาทั้งที่ไม่ใช่เรื่องก็ทำให้เกิดผลกระทบต่อไทย เพราะที่ผ่านมาแรงงานอินเดียและแรงงานบังคลาเทศเคยมีปัญหาและถูกทางการลิเบียแบล็กลิสต์ห้ามเข้าแล้ว

ซึ่งการที่แรงงานไทยสร้างปัญหาขึ้นมาอาจทำให้แรงงานไทยโดยรวมได้รับความเสียหาย หากรัฐบาลลิเบียแบล็กลิสต์แรงงานไทยจะทำให้ตลาดแรงงานไทยในลิเบีย 2.6 หมื่นคนพังทันที เป็นความเสียหายมหาศาลกับเม็ดเงินที่เข้าประเทศไทยปีนับหมื่นล้านบาท เป็นการทุบหม้อข้าวตัวเอง ทั้งที่ลิเบียเป็นตลาดแรงงานไทยที่ใหญ่มาก และขณะนี้เขากำลังมีการพัฒนาประเทศอย่างมาก มีการลงทุนเงินเป็นแสนๆล้านในการพัฒนาประเทศ กำลังมีงานก่อสร้างมากมายทั้งประเทศ และจะมีการจ้างแรงงานจำนวนมากในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ถือเป็นโอกาสทองของแรงงานไทยเราที่จะขนเงินกลับประเทศ จึงอยากให้ไทยเรารักษาตลาดนี้เอาไว้

นายโอภาส กล่าวด้วยว่าขณะนี้เราเสียตลาดแรงงานที่เกาหลีไปแล้วหลังเราถูกแบล็กลิสต์เพราะแรงงานไทยไปสร้างความวุ่นวายชอบประท้วง ตนจึงเป็นห่วงตลาดแรงงานไทยในลิเบียที่มีแรงงานก่อกวนแค่เล็กน้อยนที่อาจทำให้แรงงานไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ ผมเห็นข่าวแล้วกลุ้มใจ เพราะบริษัทนายจ้างเขาจ้างแรงงานเป็นพันๆคนจากหลายชาติ แต่ไม่มีชาติไหนประท้วงวุ่นวายเหมือนแรงงานไทยเลย เป็นห่วงแรงงานนิสัยไม่ดีจำนวนน้อยจะส่งผลกระทบถึงแรงงานจำนวนมาก

“ผมได้รายงานข้อเท็จจริงมาที่กระทรวงการต่างประเทศแล้ว และทางการลิเบียเริ่มไม่พอใจกับปัญหาแรงงานไทย และอาจกระทบความสัมพันธุ์ระหว่างประเทศ และหลังแรงงานไทยมีปัญหาทางบริษัทนายจ้างได้ขอยกเลิกจ้างแรงงานไทยกลุ่มนี้ 90 คนแล้วตั้งแต่ 1 ส.ค. เพราะเบื่อระอา คาดว่าจะได้กลับถึงไทยต้นเดือนกันยายน โดยทางบริษัทยอมเสียเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ทุกอย่าง ขณะนี้ผมได้ประสานบริษัทนายจ้างซึ่งรับปากจะชำระเงินเดือนที่ค้างทั้งหมดให้ก่อนเดินทางกลับ จึงไม่ต้องห่วง และแม้เลิกจ้างแล้วทางบริษัทก็ยังให้ที่พักอาศัยพร้อมอาหารดูแลจนถึงวันเดินทางกลับ”

นายโอภาส กล่าวว่าจากนี้ไปก่อนส่งแรงงานไปลิเบียอยากให้กระทรวงแรงานได้ทำความเข้าใจเรื่องกฎ-ระเบียบให้แรงงานเข้าใจก่อน และอยากให้กลั่นกรองแรงงานให้ดี เพราะเวลานี้มีหัวโจกเพียงไม่กี่คนทำให้เดือดร้อนส่วนรวม ซึ่งหากทางการลิเบียเลิกจ้างแรงงานไทย และหันไปใช้แรงงานฟิลิปปินส์หรือแรงงานชาติอื่นจะทำให้เราเสียหายมหาศาล เพราะข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ทางการลิเบียเขากลัวเสียชื่อเสียง กลัวเสียภาพพจน์ เพราะบริษัทที่เข้าไปรับงานทางลิเบียไม่เคยโกงชาติไหนเลย

พร้อมกันนี้ นายโอภาส กล่าวด้วยว่าที่ผ่านมาแรงานไทยที่ไปทำงานที่ลิเบียหลายบริษัทมีสวัสดิการที่ดี คือเมื่อทำงานครบ 2 ปีจะได้ตั๋วฟรีกลับไทยมาเยี่ยมญาติพร้อมเงินเดือนให้เปล่า ซึ่งเขาให้สิทธิพิเศษแรงงานไทยประเทศเดียว เพราะชื่นชอบในฝีมือที่ดี ซึ่งใครที่ไปทำงานเกิน 2 ปีส่วนใหญ่กลับมาสบายหมด หากไม่นำเงินไปใช่สุรุ่ยสุร่าย