
"มนัส"ขอฟิต3เดือนลุยอาชีพที่เมืองลุงแชมโวไม่แพ้
"เจ้าเติ้ล" มนัส บุญจำนงค์ อดีตฮีโร่ทองโอลิมปิก ขอฟิตตัว 3 เดือนเดินทางไปชกมวยอาชีพที่สหรัฐ หลังจาก นน บุญจำนงค์ น้องชาย ที่นำหน้าไปก่อนได้คิวชกไฟท์แรกวันที่ 28 ก.ย.กับนักมวยเจ้าถิ่น เจ้าตัวเชื่อมั่นหากฟิตได้ตามโปรแกรมใครก็เอาชนะได้ยาก
หลังจากห่างหายสังเวียนกำปั้นทีมชาติไทยไปนานเกือบ 2 ปี สำหรับ "เจ้าเติ้ล" มนัส บุญจำนงค์ อดีตฮีโร่เหรียญทองกีฬาโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เนื่องจากได้รับอุบัติเหตุกระจกบานเกล็ดบาดจนเอ็นมือขวาขาด อีกทั้งน้ำหนักตัวยังพุ่งพรวดจาก 64 กก. มาเป็น 80 กก.แล้ว ล่าสุดในการคัดเลือกตัวนักชกทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีน ที่แคมป์เก็บตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าตัวไม่สามารถผ่านด่านทดสอบได้ โดย มนัส เปิดเผยอนาคตตัวเองจากนี้ไปว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่จบ "ปักกิ่งเกมส์" ก็ไม่ได้ลงนวมฝึกซ้อมและดูแลตัวเองเท่าใดนัก เพราะรู้สึกเบื่อและอิ่มกับกีฬาชนิดนี้แล้ว โดยเฉพาะการรับใช้ชาติอยู่ตรงนี้มากว่า 10 ปีทุกอย่างเต็มที่แล้ว ควรเปิดโอกาสให้น้องๆ รุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนบ้าง
"แต่ถ้าถามว่ายังมีใจรักกีฬาชนิดนี้อยู่หรือไม่ บอกตามตรงว่า ผมเกิดและมีเชื่อเสียงมาจากตรงนี้ ย่อมมีความรักและความผูกพัน โดยเฉพาะการพัฒนาความสามารถตัวเองให้ไปไกลกว่านี้ หรือการได้มีโอกาสไปชกมวยอาชีพโลกตามวิถีชีวิตของนักมวยสากลสมัครเล่นคนอื่นๆ ที่พอประสบผลสำเร็จในระดับโอลิมปิกแล้ว มักจะเบนเข็มไปต่อยในเวทีอาชีพโลก ล่าสุดน้องชายของผม คือ นน บุญจำนงค์ ที่เดินทางไปยังแอลเอ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว โทรศัพท์มาบอกว่า เขาได้คิวชกกับนักมวยเจ้าถิ่นเป็นไฟท์แรกวันที่ 28 กันยายนนี้ หากโปรโมเตอร์ที่ดูแลรับผิดชอบนน พอใจฟอร์ม การชกครั้งนี้ก็จะจับ นน เซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปีพร้อมกับค่าเหนื่อยให้ประมาณ 7 หลัก และการชกแต่ละไฟท์ก็มีเงินให้เป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว"
อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้สภาพความพร้อมของร่างกายแทบเป็นศูนย์ ไม่เหลือสภาพนักชกเช่นในอดีต คงต้องขอเวลาฟิตซ้อมดูแลร่างกายตัวเองให้เต็มที่ประมาณ 3 เดือน จากนั้นจึงจะตัดสินใจบินตามนนไปชกอาชีพในสหรัฐ เพราะหากไปในสภาพนี้คงถูกยำเละแน่ ที่สำคัญตัวเองมีดีกรีต่างๆ มากมาย จะไปชกกับใครหากไม่มีความพร้อมหรือดูแลตัวเองให้ดี คงไม่กล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงแน่ แต่ถ้าฟิตอย่างต่อเนื่องมั่นใจใครก็เอาชนะได้ยาก ทั้งนี้ ที่อยากไปชกอาชีพโลกก็เพื่อเดินทางออกไปสู่โลกกว้าง หาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต เพราะที่สหรัฐกีฬามวยเป็นที่ยอมรับและสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้นักมวยรวมไปถึงโปรโมตอร์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ



