ข่าว

เที่ยวนี้ขอเล่า-มี.ค.กลิ่นโรมันใน “พัลไมรา”

เที่ยวนี้ขอเล่า-มี.ค.กลิ่นโรมันใน “พัลไมรา”

28 มี.ค. 2552

อุตส่าห์ฝ่าดงระเบิดไปหาซีเรียทั้งที ขืนปล่อยให้ตัวเองขลุกอยู่แค่ดามัสกัส แล้วจะถ่อสังขารไปให้เสียวสันหลังเล่นทำไมกันคะ

เป็นตายร้ายดี ต้องเห็นหน้าไข่มุกแห่งโอเอซิสอย่างเมือง ”พัลไมรา” (Palmyra) ให้ได้ ไม่งั้นหัวเด็ดตีนขาดจะขอดื้อด้านไม่ยอมกลับบางกอกให้ดู

ข้อหาเป็นเมืองที่ไม่เคยขาดแคลนนักท่องเที่ยว  รถประจำทางจากดามัสกัสไปหาพัลไมราเลยมีวิ่งรับส่งกันทุกชั่วโมง  ไม่น้อยหน้าเมืองเจ้าเสน่ห์ของซีเรียอย่างอเลปโป

นครโบราณแห่งนี้ในอดีตคือชุมทางการค้าจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหม  ถึงขนาดถูกยกให้เป็นจุดนัดพบของตะวันออกกับตะวันตก เพราะราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ขบวนคาราวานของพ่อค้าวาณิชจากยุโรปและเอเชียมักใช้ที่นี่เป็นจุดแวะพักและแลกเปลี่ยนสินค้า เพราะที่นี่เป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์บนเส้นทางการค้าโบราณ 

แต่ก่อนนี้กองคาราวานพ่อค้ารู้จักเมืองเล็กๆ แห่งนี้ในชื่อของเมืองทัดมอร์ ต่อมาเมืองค่อยๆ ขยายใหญ่และร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ทำให้เมืองนี้เป็นที่จดจำอย่างขึ้นใจแก่บรรดาพ่อค้าคงเป็นเรื่องการเก็บภาษีค่าผ่านทางในราคาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ นั่นทำให้เมืองนี้เป็นที่เลื่องลือกันถึงภาษีที่แพงบาดจิต 
เบื้องหน้าของฉันคือโบราณสถานที่โอ่อ่ากว้างขวาง ค่าผ่านทางเข้าไปสู่วิหารแห่งเทพเบล (Temple of Bel) ไม่ได้แพงลิบลิ่วเหมือนกับค่าภาษีผ่านทางที่เก็บจากคาราวานพ่อค้า  นั่นจึงทำให้ฉันย่างเท้าเข้าสู่ด้านในด้วยใบหน้าที่ยังยิ้มแย้มได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสเห็นซากโบราณสถานที่เป็นมรดกตกทอดของพวกโรมัน  พักหลังออกจะถี่ด้วยซ้ำไป แต่ความอลังการของซากปรักหักพังที่ระเกะระกะอยู่ตรงหน้า ยังไม่วายปลุกให้ขนแขนดีดตัวขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

สมแล้วที่แม้แต่ อกาธา คริสตี นักเขียนชื่อดังเมื่อครั้งแรกเห็นที่นี่ ยังอดตื่นตะลึงกับซากอารยธรรมแห่งนี้ไม่ได้

วิหารแห่งเทพเบลเพิ่งมาได้รับการรื้อปรับขยับบูรณะ หลังจากนักโบราณคดีมาขุดค้นเมืองนี้เมื่อปี 1924 ผ่านมาแล้ว 80 กว่าปี ซากปรักหักพังยังคงไม่เข้ารูปเข้ารอยเท่าไหร่

 ความยิ่งใหญ่ของนครโบราณไม่ได้มีแค่วิหารแห่งเทพเบล แต่ในอาณาบริเวณของโอเอซิสแห่งเมโสโปเตเมียยังมีซากหินเก่าแก่กองกระจัดกระจายไปทั่ว ฉายภาพให้เห็นริ้วรอยของอดีตว่าพวกโรมันยิ่งใหญ่แค่ไหน

 ไม่เพียงข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมายึดครองดินแดนอันเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมเมโสโปเตเมียแห่งนี้ แต่พวกโรมันได้หอบเอาอารยธรรมแบบโรมันมาแผ่คลุมและแทนที่วิถีชีวิตแบบเดิมๆ
แค่ลอดซุ้มประตูโค้งอันเป็นสัญลักษณ์ของพวกโรมันที่ปรากฏอยู่หลายมุมโลก ก็เหมือนกับแม่มณีในหนังเรื่องทวิภพที่ทะลุกระจกหลุดเข้าไปอีกภพหนึ่ง  เสาหินนับร้อยต้นตั้งแถวรับแขกตลอดแนวถนน โรงอาบน้ำ โรงละครกลางแจ้งมีเสาหินรายรอบจัตุรัสครึ่งวงกลม ตลาด บ้านเรือน ถนนหนทาง และสุสาน ทุกอย่างคือมรดกของพวกโรมันที่ยังคงอยู่

โดยบังเอิญที่ใจแวบไปนึกถึงเมืองจีราช (Jerash) แห่งจอร์แดนที่อยู่ไม่ไกลกัน ชะตากรรมของพัลไมราไม่ค่อยต่างจากจีราชสักเท่าไหร่ ที่นั่นคือเมืองโรมันที่เคยเจริญรุ่งเรือง มีร้านค้า อ่างน้ำพุ โรงละคร และวิหารเทพต่างๆ เคยเกิดศึกเพื่อแย่งชิงดินแดนกัน ไหนจะเจอภัยธรรมชาติ พายุทะเลทราย และที่ละม้ายคล้ายกันเหมือนโคลนนิ่งกันมาคือ ทั้งพัลไมราและจีราชเคยถูกแผ่นดินไหวกลืนเมืองให้สูญหายไปจากโลก ถูกลืมและทิ้งร้างอยู่ใต้ผืนทรายนับพันปี จนมาขุดเจอในราวศตวรรษที่ 17 ใกล้ๆ กัน

 แม่มณีลั่นชัตเตอร์ไม่เป็นสุขเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าจะยืนส่องอยู่ตรงมุมไหน ก็ถูกพวกเบดูอินตื๊อให้ขึ้นอูฐ “มาด๊าม...คาเมล...มาด๊าม...คาเมล!!!!... ทำไมไม่ขึ้นอูฐล่ะมาดาม สบายจะตาย ถูกก็ถูก???”  แรกๆ แม่มณียังแจกยิ้มสยามอยู่ แต่โดนตื๊อมากเข้าแม่มณีเลยออกอาการเหวี่ยงเล็กน้อย 

สมัยก่อนพวกพ่อค้าในกองคาราวาน คงใช้อูฐเป็นพาหนะสัญจรในนครโบราณแห่งนี้ บางทีเยาวชนที่คุมวินอูฐพวกนี้ อาจจะเป็นลูกหลานของพวกเขาก็ได้ 
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งอัศจรรย์ใจกับเมืองโบราณ  ตรงส่วนของอกอรา (Agora) ที่ว่ากันว่าแต่ก่อนเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้า วันนี้ ไม่มีกองคาราวานพ่อค้า หากแต่กลิ่นอายของการเป็นศูนย์กลางการค้ายังฝังลึกอยู่ตามเสาทุกต้น

แม่มณีหนีทีมไล่ลาของวินอูฐไปที่หุบเขาแห่งสุสาน (Valley of Tomb) แต่เยาวชนเบดูอินทีมชาติยังควบอูฐตามไปตื๊อแม่มณีถึงที่นั่น แถมอย่าไปลากอูฐเข้ามาอยู่ในเฟรมกล้องเป็นอันขาด ไม่งั้นจะเป็นเหมือนแม่มณี โดนไถเงินซีเรียปอนด์จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าสุสาน
 ทั้งที่หอคอยสุสาน (Funerary Towers) และสุสานสามพี่น้อง (Hypogeum of Three Brothers) ทำให้รู้ว่าสมัยก่อนเขาสร้างสุสานทั้งแบบหอคอยและเก็บไว้ใต้ดิน บางหอคอยหลายชั้นเก็บได้หลายร้อยศพ

โพล้เพล้ในนครโบราณ  แม่มณียังนั่งเอ้อระเหยส่งคาราวานอูฐกลับบ้าน นั่งสูดดมกลิ่นอายของโรมัน ที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ทุกซอกซอยของเมืองโบราณแห่งพัลไมรา 
 
เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปซีเรีย สายการบินกัลฟ์แอร์บินจากกรุงเทพฯ ไป-กลับดามัสกัสทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2254-7931-4 หรือคลิกไปค้นข้อมูลได้ที่ www.gulfair.com จากดามัสกัสมีรถประจำทางวิ่งไป-กลับพัลไมราเกือบทุกชั่วโมงทั้งวัน หาข้อมูลการท่องเที่ยวในพัลไมราได้ที่ www.syriagate.com

 

กาญจนา หงษ์ทอง

[email protected]