ข่าว

"เทือก"รับศอฉ.จ้องปิด"นสพ.ไทยเรดพาวเวอร์"

"เทือก"รับศอฉ.จ้องปิด"นสพ.ไทยเรดพาวเวอร์"

01 ก.ย. 2553

ผอ.ศอฉ.ประนามมือมืดวางบึ้ม ยิงเอ็ม 79 ระบายแค้น ซัดพวกคลุ้มคลั่งฟันธงแก๊งเก่าถล่มพธม.ตัวการยิงป่วนเมือง จี้ ตร.ลากคอยัด คุก ยอมรับศอฉ. จ้องปิด ไทย เรดพาวเวอร์ ยัน สื่อแอบแฝง เครื่องมือ ทำลายชาติ ปัด ลุแก่อำนาจ “ปิดหู-ปิดตา-ปชช.”

(1ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) กล่าวถึงเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิดเอ็ม79 ใส่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ซ้ำซากเป็นครั้งที่ 3 ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้ และตนขอให้ประชาชนร่วมตำหนิและประนามคนที่กระทำการอย่างนี้ บ้านเมืองเรากำลังจะเรียบร้อยดีอยู่แล้ว และเราได้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยความละมุนละม่อม รวมทั้งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งทุกฝ่ายพยายามเดินในแนวทางนั้น แต่ยังมีพวกคลุ้มคลั่งที่เอาความแค้นของกลุ่มตัวเองมาระบายใส่บ้านเมือง ทำให้บรรยากาศบ้านเมืองเสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องประณาม

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ในการประชุมศอฉ.เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้สั่งการให้ดูแลสถานที่ที่สุ่งเสี่ยงที่พวกคลุ้มคลั่งจะไปก่อเหตุทุกแห่ง รวมทั้งสถานที่ตั้งของสื่อทั้งของรัฐและเอกชนซึ่งศอฉ.มีบัญชีอยู่แล้ว เพราะพวกคลุ้มคลั่งเหล่านั้นเคยมีประวัติไปคุกคามและทำร้ายสื่อมลชนมาแล้ว หากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารออกมาเพิ่มเติมในจุดต่างๆ โดยจะใช้กำลังทหารเท่าที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องดึงกำลังจากต่างจังหวัดเข้ามาแต่อย่างใด

 ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะต้องเข้มงวดกวดขัน ในการตั้งด่านสกัดในจุดต่างๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่อุกอาจมาก เพราะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวัน แต่ตนก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ว่า หากตั้งด่านสกัดในเวลากลางวันจะทำให้การจรจาจรในกรุงเทพฯวุ่นวายและจลาจลแน่นอน คนร้ายจึงใช้ช่องว่างตรงนี้ ตนถึงได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าจะคิดยอมแพ้สถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้ ในเมื่อตั้งจุดตรวจไม่ได้ก็ต้องวางกำลังเพิ่มในจุดที่เราเห็นว่าสุ่มเสี่ยง ที่คนร้ายจะมาสร้างสถานการณ์ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ผู้ก่อเหตุก่อเหตุบ่อยครั้งขึ้นในช่วงนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาให้จับกุมคนร้ายได้แล้วจะมาซักถามเปิดเผยให้ทราบ

 สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องไม่ละความพยายามไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวล ต้องใช้กำลังความสามารถทุกอย่าง อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนขอไม่ลงลึกไปในรายละเอียดของคดีและสาเหตุการก่อเหตุ ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เต็มที่ก่อน

 สื่อข่าวถามว่า ทางผบช.น.ออกมาระบุว่าจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดจากสหรัฐฯ มาตรวจสอบเหตุยิงเอ็ม 79 ที่ช่อง 11 แต่เหตุยิงเอ็ม 79 ก่อนหน้านี้ตำรวจก็บอกว่ามีเครื่องมือตรวจสอบได้ ทำไมจึงดูเหมือนการทำงานเป็นไปคนละทิศละทาง ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ตนไม่ขอวิจารณ์คนทำงาน แต่ต้องให้จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เคยได้ยินข่าวที่ว่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐ มาช่วยตรวจสอบเหตุระเบิดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่เคยได้ยิน ผบช.น.ช่วงนี้คนจิตใจระส่ำระสายมั้ง ตอนนี้จึงพูดไปเรื่อย

 ผู้สื่อข่ามถามว่า เหตุระเบิดที่เกิดก่อนหน้านี้ก็ไม่สามารถจับกุมผุ้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้ จะทำให้มั่นใจได้อย่างไรว่าจะจับกุมคนร้ายได้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มีบางกรณีจับกุมได้แล้วและบางกรณียังต้องติดตามกันอยู่

 “คนชุดนี้ทำงานติดต่อกันมานานแล้วก่อนรัฐบาลผม เขาก็เคยทำมาก่อน และเราพยายามติดตามจับกุม เราใช้วีธีตามกฎหมายก็ต้องตามหลังคนร้ายอยู่หน่อย จนกว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานได้ แต่เรายอมแพ้ไม่ได้ พวกเราคงไม่ลืมว่าเขายิงใส่กลุ่มพันธมิตรฯบาดเจ็บล้มตายไปตั้งเยอะแยะ สันนิษฐานว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน พฤติกรรมที่แสดงออกมาตลอดมันประเภทเดียวกัน“ นายสุเทพ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่คิดว่าจะมีกลุ่มอื่นอีกหรือ รัฐบาลอาจจะสันนิษฐานผิดก็ได้เพราะมีหลายปัจจัย ขณะนี้ก็มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายอะไรต่างๆ ด้วย ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ไม่เป็นไร สื่อมวลชนถามตนก็ตอบไป ถ้าสันนิษฐานผิดก็ค่อยมาว่ากัน ขอให้จับกุมคนร้ายให้ได้ก่อน แล้วก็จะทราบข้อเท็จจริง

 ผู้สื่อข่าวถามถึง รายงานข่าวที่ศอฉ.เตรียมสั่งปิดหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับ สาเหตุเพราะมีการเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า บรรดาสื่อมวลชนที่เป็นสื่อมวลนอาชีพ ทำหน้าที่รายงานข่าวตรงไปตรงมาสุจริตนั้น เราให้ความเคารพ ไม่ไปแตะต้องแน่นอน แต่บางรายมันแอบแฝงเข้ามาเป็นสื่อพยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนเป็นสื่อมวลชน แต่ความจริงแล้วเป็นเครื่องมือในกระบวนการที่จะทำร้ายบ้านเมือง บิดเบือนข้อมูลข่าวสารเพื่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อทำลายล้างตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ อย่างนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 “ผมยืนยันว่าศอฉ.ไม่ได้ไปคุกคามสื่อมวลชน แต่เราได้ประชุมกันพบว่ามีสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่งพยายามอ้างตัวเป็นสื่อมวชนแต่ข้อความที่พิมพ์ออกมาไม่ใช่ข่าวสารทั่วไป แต่เป็นข้อความที่ยุงยงให้คนเกลียดชัง รู้สึกเคียดแค้นไม่พอใจ และมุ่งหวังให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายในบ้านเมือง ศอฉ.จึงได้หยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาและได้สั่งการให้ดำเนินการกับสิ่งพิมพ์ดังกล่าวตามกฎหมาย ผมไม่เรียกว่าเป็นสื่อและยืนยันว่าไม่ใช่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แต่เป็น ไทย เรด พาวเวอร์ ทำนองนั้นแม้แต่ชื่อผมยังไม่อยากจำ อย่างไรก็ตามศอฉ.ยังได้หยิบยกกรณีที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ลงข่าวผิดมีนักข่าวของเขาคนหนึ่งไปรายงานข่าวว่ามีหน่วยงานคนมีสีไปตั้งหน่วยไล่ล่าคนเสื้อแดง ซึ่งไม่เป็นความจริง ศอฉ.จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจง นายสุเทพ" กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้หนังสือพิมพ์มีความหลากหลายในการนำเสนอเนื้อหา ศอฉ.จะมีหลักเกณฑ์พิจารณาอย่างไร เพื่อไม่เป็นการปิดกั้นหรือคุกคามสื่อโดยการสั่งปิดเสียหมด รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่าเ เรื่องความแตกต่างทางความคิดนั้น ตนเคารพอยู่แล้ว สื่อมวลชนก็ถามต้อนตนทุกวันตนก็รับไว้ เจ็บเหมือนกันไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ แต่ก็รับได้ เพราะเป็นปัญหาและต้องเคารพในความแตกต่าง แต่คนบางคนเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเจตนาร้ายและไม่ดีต่อบ้านเมืองอย่างนี้เราจะยอมได้อย่างไร ตนไม่ได้ทำงานตามอำเภอใจหรือลุแก่อำนาจ แต่ทำงานในกรอบของกฎหมาย คนที่ดำเนินการอย่างนี้ผิดกฎหมายสื่อมวลชนที่ดีเขาไม่ประพฤติอย่างนั้น ตนยอมรับว่าบางครั้งสื่อมวลชนวิจารณ์อะไรมาเราก็ได้สติและต้องกลับมาทบทวน เราทำงานด้วยความเคารพกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลประเมินว่าเหตุลอบวางระเบิดจะมีขึ้นไปเรื่อยๆ แบบหนี้หรือไม่ และรัฐบาลจะป้องกันอย่างไร ผอ.ศอฉ. กล่าวว่า ตนพยายามแก้ไข ถึงได้พยายามเรียกร้องให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศจะต้องช่วยกัน เห็นเบาะแสหรืออะไรที่ผิดปกติก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปตรงกับสิ่งที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายในเดือนก.ย.-ต.ค.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามระมัดระวังที่จะไม่พูดให้กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายบานปลายกันไป แต่ขอให้สื่อมวลชนสังเกตดูเถอะว่า ไอ้คนพวกที่เคยออกมาบอกก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรเมื่อไหร่ พวกนี้คือพวกที่ทำ และนายพร้อมพงศ์ก็ออกมาทำหน้าที่อย่างนี้ตนก็คอยดูอยู่ว่านายพร้อมพงศ์ทำผิดกฎหมายเมื่อไหร่ตนจะจับกุมทันที

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าฝ่ายใดเป็นคนสร้างสถานการณ์เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง เพราะมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ออกมาพูดลักษณะนี้ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่า ตนไม่ได้พูด ตนไม่เคยพูดจาอะไรที่ไม่ตรงกับความจริง และไม่ใช่รัฐบาลแน่นอน เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีการไปสร้างสถานการณ์อย่างเด็ดขาด และตนเป็นนักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้ง มาตลอดชีวิต 32 ปี สิ่งที่เราต้องการที่สุดคือ บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะฉะนั้นยืนยันว่าเราเดินหน้าเพื่อไปสู่จุดนี้ ตนยืนยันได้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานร่วมกับตนต้องการให้บ้านเมืองเดินไปในแนวทางนี้ ส่วนใครที่มาสร้างสถานการณ์ไม่ให้มีการเลือกตั้ง เราก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ขอให้ประชานช่วยให้เบาะแสและข่าวสาร ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้และจะมาชี้แจงให้ชัดเจน