
"มาร์ค"สั่งเพิ่มสัดส่วน"บัญชีอาวุโส"ย้ายตำรวจ
รองนายกฯมั่นคง ยัน พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตร.แน่ แต่รอพิจารณากรณีวัชรพล ก่อน หวั่นกระทบแต่งตั้งโยกย้ายทำให้เดินหน้าไม่ได้ เผย มาร์ค สั่งเพิ่มสัดส่วน บัญชีอาวุโส พร้อมเปิดบัญชีผู้เหมาะสม ปัดข่าว วางสายคนของตัวเองปราบ ฝ่ายตรงข้าม ลั่นยึดเรื่องบ้านเมื
(1ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)วันนี้ว่า จะมีการพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายแน่นอน ซึ่งเดิมได้สั่งให้บรรจุเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะมี 3 ระดับคือ 1.ระดับผู้ช่วยขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสบ.10 ซึ่งจะมี 6 ตำแหน่ง 2.ระดับผู้บัญชาการขึ้นไปเป็นระดับผู้ช่วยผบ.ตร. ซึ่งจะมี 11 ตำแหน่ง และ 3.ระดับรองผู้บัญชาการเป็นผู้บัญชาการ คือ จากพล.ต.ต.เป็นพล.ต.ท. ซึ่งมีอยู่ประมาณ 19-20 ตำแหน่ง ตนได้สั่งให้ไปเตรียมการเพื่อหารือกันในที่ประชุมก.ตร.วันนี้ตอนบ่ายโมง ทั้งนี้การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนี้จะมีขั้นตอน มีกระบวนการคือเขาจะต้องไปจัดทำบัญชีรายชื่อและเรียงลำดับผู้อาวุโสในระดับต่างๆ ซึ่งได้มีการทำแล้วและได้แจ้งให้ตำรวจทั้งหลายได้รู้แล้วว่าใครอยู่อาวุโสลำดับที่เท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญเพราะนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เพิ่มจำนวนสัดส่วนของผู้อาวุโส จากเดิมที่กำหนดไว้ 25 % ของตำแหน่งที่ว่าง วันนี้ก็จะเพิ่มเป็น 33 % ของตำแหน่งที่ว่าง
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เมื่อทำบัญชีผู้อาวุโสเสร็จ ก็จะมีอีกบัญชี คือ บัญชีผู้ที่มีความเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องของคณะกรรมการที่เป็นระดับผู้บังคับบัญชา จะต้องพิจารณาทำบัญชีว่ามีใครบ้าง จากนั้นจะนำเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีเลขาฯก.พ.เป็นประธาน และรองผู้บัญชาการทุกคนเป็นกรรมการ และเมื่อเสร็จจากคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว จึงนำเข้าสู่ที่ประชุมก.ตร.และเดิมคิดว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ได้ในบ่ายวันนี้ แต่บังเอิญมีคำสั่งของศาลปกครองกรณีที่พล.ต.อ.ชลอ ชูวงศ์ ไปฟ้องศาลปกครองเรื่องที่เห็นว่าการที่สตช.แต่งตั้งพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นรองผบ.ตร. ไม่ถูกต้อง ตนจึงได้สั่งให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของก.ตร.บ่ายวันนี้ก่อนที่จะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ซึ่งหากใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้ไม่นาน คิดว่าช่วงเย็นก็น่าจะได้พิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย ถ้าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคก็จะพยายามให้เสร็จภายในคืนนี้เลย แต่ถ้ามีอะไรที่เป็นปัญหาก็อาจต้องพักไว้ก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของพล.ต.อ.วัชรพล จะพิจารณาแง่มุมใด จะอุทธรณ์หรือเยียวยา นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกอย่าง ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร เพราะบางอย่างเป็นเรื่องที่เกิดก่อนที่ตนจะเข้ามารับหน้าที่ เช่นกรณีพล.ต.อ.ชลอ ถูกสั่งให้มาประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรี และถูกสั่งให้กลับไป ซึ่งการย้ายไปย้ายมาอาจมีปัญหาในเรื่องของการนับความเป็นอาวุโสว่าจะขาดหรือไม่ จึงต้องไปพึ่งผู้เชี่ยวชาญในก.ตร.ที่จะมาพิจารณากัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกรณีของพล.ต.อ.วัชรพล ยังไม่เรียบร้อย การแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี จะดำเนินต่อไปได้หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ จึงต้องให้ไปเรียบลำดับและเอาเรื่องนี้มาพิจารณาในก.ตร.ก่อน เมื่อพิจารณาแล้วจึงจะรู้ว่ากระทบต่อการแต่งตั้งโยกย้ายปีนี้หรือไม่ ทางก.ตร.จะเป็นผู้วินิจฉัย เมื่อก.ตร.พิจารณาเรื่องนี้จบ
ถ้าเห็นว่าไม่กระทบก็เดินหน้าพิจารณาบัญชีโยกย้ายตำรวจต่อได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่ามีความพยายามวางสายของตัวเอง เพื่อปราบฝ่ายตรงข้าม รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่มี ตนยึดเรื่องบ้านเมืองเป็นหลัก



